รักเชียงคานจริง ต้องเฝ้าทะนุถนอม ดูการเติบโตอย่างช้าๆ ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป
เติบโตอย่างแข็งแรง มีคุณภาพ รู้ทิศทาง ควบคุมตัวเองได้
............ไม่ตกอยู่ใต้ความต้องการของนักท่องเที่ยว ที่มา...แล้วก็ไป
อย่าลืม ...ว่าพวกเขา มา แล้วก็ไป
เป็นตัวของตัวเอง..ดีที่สุดแล้วครับ
.....................ให้เชียงคาน เป็นเชียงคาน อย่าไปเสริม เติมแต่งจริตให้มากเกิน
มิฉะนั้น ...เสน่ห์เชียงคานจะจางหาย
กิจกรรมใดๆ ที่จะเกิดขึ้นใหม่ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ต้องคิดให้ดี....อย่าวูบไหวไปกับกระแส........
ช้าๆ ได้พร้าเล่มงามครับ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
มองเห็นเชียงคานวันนี้แล้ว ...เป็นห่วง ยิ่งห่วงมากด้วย...จากแหล่งข่าว และข้อมูลที่ได้รับ... เชียงคานคงไม่พ้น กระแสนิยม กระแสเจริญ ด้านวัตถุ นักลงทุนเห็นเชียงคานเป็นสิ่งหอมหวาน มาสูบ..ความน่ารัก มีเสน่ห์ ความเป็นเมืองแห่งริมแม่น้ำโขง ..แล้วก็จากไป
เราควร หรือ ผู้ปกครองท้องถิ่น ควรสามัคคี ร่วมกันต่อสู้ เฝ้าดูแล เมืองเชียงคาน ให้เจริญไปในทิศทางทางที่ควร.....มองหาจุดยืนให้เจอ...ตามฝันให้ทัน...เราเป็นกำลังใจให้ท่านๆ เพื่อพัฒนา....เป็นตัวของตัวเอง...
...เมื่อคิดจะพัฒนาเชียงคานเป็นทรัพยากรท่องเที่ยวแบบยั่งยืนแล้ว ก็ต้องปลูกจิตสำนึกให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวช่วยกันอนุรักษ์ ทรัพยากรท่องเที่ยวให้คงความสวยงาม และมีคุณค่าแก่ท้องถิ่นและประเทศชาติตลอดไป โดยการให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยวแก่ทุกฝ่ายที่ เกี่ยวข้อง และปลูกฝังให้เห็นคุณค่าของทรัพยากรท่องเที่ยว ให้เกิดความรักความหวงแหน และพร้อมที่จะช่วยกันดูแลและรักษาทรัพยากรท่องเที่ยวให้คงอยู่อย่างยืนนาน...ต้องมีแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยวให้ยั่งยืน ประกอบด้วยการอนุรักษ์ทรัพกรการท่องเที่ยวแต่ละประเภทดังต่อไปนี้คือ

1. แนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรท่องเที่ยวประเภทธรรมชาติ เนื่องจากทรัพยากรท่องเที่ยวประเภทธรรมชาตินับเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าอย่าง ยิ่ง ที่ต้องช่วยกันอนุรักษ์ไว้ให้อยู่ในสภาพที่สวยงามแปลกตาและประทับใจผู้มา เยือนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากท่องเที่ยวประเภทธรรมชาติได้ดังต่อไปนี้
(1.1) การใช้มาตรการทางกฎหมายในการคุ้มครองทรัพยากรท่องเที่ยว เป็นการอาศัยกฎหมายเพื่อคุ้มครองดูแลรักษาทรัพยากรท่องเที่ยวประเภทธรรมชาติ ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งกำหนดบทลงโทษผู้ละเมิดหรือฝ่าฝืนอย่างหนัก ซึ่งอาจออกกฎหมายประกาศให้ทรัพยากรท่องเที่ยวประเภทธรรมชาติเป็นเขตอนุรักษ์ หรือพื้นที่อนุรักษ์
(1.2) การป้องกันมิให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางเสียหาย เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพยากรท่องเที่ยวประเภทธรรมชาติมี สาเหตุได้หลายประการได้แก่ การเกิดไฟไหม้ป่า การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า การถากถางพื้นที่ป่าเพื่อทำเกษตรกรรม การลักลอบล่าสัตว์ การทิ้งสิ่งปฎิกูลหรือปล่อยน้ำเสียลองสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ การขีดเขียนข้อความบนต้นไม้หรือโขดหิน เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่เป็นการทำให้ทรัพยากรการท่องเที่ยวเสียหาย วิธีป้องกันจำเป็นต้องอาศัยกฎหมายเข้าช่วยแก้ไป เช่นกำหนดให้ทรัพยากรท่องเที่ยวประเภทป่าเป็นเขตอุทยานแห่งชาติหรือเขตสงวน พันธุ์สัตว์ป่า ออกกฎหมายลงโทษผู้ทำลายทรัพยากรการท่องเที่ยวประเภทธรรมชาติเป็นต้น
(1.3) การดูแลรักษาทรัพยากรท่องเที่ยวประเภทธรรมชาติ เป็นการดำเนินการเพิ่อให้ทรัพยากรท่องเที่ยวประเภทธรรมชาติมีความเรียบร้อย สมบูรณ์ สวยงาม มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ ซึ่งการดูแลรักษาทรัพยากรท่องเที่ยวทางธรรมชาติเบื้องต้นเป็นการดูแลรักษา ความสะอาด การจัดระเบียบ การซ่อมบำรุง เป็นต้น
(1.4) การดูแลรักษาความสะอาด เนื่องจากทรัพยากรท่องเที่ยวประเภทธรรมชาติมักเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มี ลักษณะเด่นแปลกตาและสวยงาม แต่ถ้าเกิดสกปรกหรือไม่สะอาดขึ้นในสถานที่เหล่านั้นแล้ว ย่อมไม่สามารถดึงดูดความสนในของนักท่องเที่ยวให้เข้าไปชมได้มากขึ้น นอกจากนั้นทรัพยากรท่องเที่ยวประเภทธรรมชาติยังเป็นสถานที่รบรับนักท่อง เที่ยวเป็นจำนวนมาก โอกาสที่คนเหล่านั้นจะทำให้สถานที่สกปรกจึงมีมาก จึงต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความสะอาดอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเตรียมภาชนะไว้รองรับขยะมูลฝอยอย่างเพียงพอ และต้องขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวให้ช่วยกันรักษาความสะอาดด้วย
(1.5) การออกกฎข้อบังคับสำหรับนักท่องเที่ยว เนื่อง จากการที่จะทำให้นักท่องเที่ยวร่วมมือในการอนุรักษ์ ทรัพยากรการท่องเที่ยวประเภทธรรมชาติแล้ว จะน้องมีการออกกฎระเบียบข้อบังคับให้นักท่องเที่ยวปฎิบัติอย่างเคร่งครัด เช่น ห้ามล่าสัตว์ ห้ามทิ้งขยะ ห้ามส่งเสียงดัง หากฝ่าฝืนจะถูกปรับเป็นต้น
(1.6) การจัดทำคู่มือเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เนื่องจากต้องการให้ทุกฝ่ายร่วมมือในการอนุรักษ์ทรัพยากรท่องเที่ยวประเภท ธรรมชาติ จึงต้องมีการประชาสัมพันธ์ โดยจัดทำคู่มือเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติให้ผู้ เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้ทราบถึงความรู้เกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวนั้นเป็นอย่าง ดี และสามารถปฎิบัติตนได้อย่างถูกต้องในการเข้าไปท่องเที่ยวสถานที่แห่งนั้น
2. การอนุรักษ์ทรัพยากรท่องเที่ยวประเภทประวัติศาสตร์ โบราณสถาน และโบราณวัตถุ เนื่อง จากทรัพยากรท่องเที่ยวประเภทนี้เป็นสิ่งที่บรรพบุรษได้สร้างสรรค์ขึ้นมาให้ เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์โบราณคดีกลายเป็ฯสิ่งดึงดูดในนักท่อง เที่ยวให้เดินทางเข้าไปเยี่ยมชม จึงต้องช่วยกันอนุรักษ์ไว้ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ตลอดเวลา ซึ่งมีแนวทางการอนุรักทรัพยากรท่องเที่ยวประเภทประวัติศาสตร์ โบราณสถาน โบราณวัตถุได้ดังต่อไปนี้คือ
(2.1) ออกกฎหมายคุ้มครองควบคุม เนื่องจากทรัพยากรท่องเที่ยวประเภทนี้เป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าของประเทศที่ทุก คนจะต้องช่วยกันดูแลรักษา จึงต้องออกกฎหมายประกาศให้ทรัพยากรท่องเที่ยวประเภทนี้เป็นมรดกของชาติสืบ ต่อไป โดยประกาศให้เป็นอุทยานประวัติศาสตร์ และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ นอกจากนี้ยังต้องออกกฎหมายคุ้มครองป้องกันรักษาให้ทรัพยากรท่องเที่ยวประเภท นี้คงอยู่คู่ประเทศนานๆ พร้อมกำหนดบทลงโทษผู้ละเมิดฝ่าฝืน เช่น ออกพระราชบัญญัติ โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ เป็นต้น
(2.2) การป้องกันการลักลอบและทำลาย เนื่อง จากทรัพยากรท่องเที่ยวประเภทนี้เป็นทรัพยากรการท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่า จึงต้องป้องกันดูแลรักษาทรัพยากรท่องเที่ยวเหล่านี้โดยจัดให้มีหน่วยงาน พร้อมเจ้าหน้าที่คอยดูแลรักษา เพื่อมิให้ถูกทำลายหรือมีการลักลอบเข้าไปขุดค้นหาสมบัติที่มีค่า นอกจากนี้อาจจะจัดส่งผู้เชี่ยวชาญไปทำการดูแลบูรณะให้อยู่ในสภาพเดิมมากที่ สุด
(2.3) การจัดหางบประมาณบูรณะซ่อมแซม เนื่อ งจากการบูรณะซ่อมแซมทรัพยากรการท่องเที่ยวประเภทประวัติศาสตร์ โบราณสถาน โบราณวัตถุต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก รัฐบาลควรจัดหางบประมาณให้อย่างเพียงพอในการบูรณะซ่อมแซม บางครั้งอาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศเพื่ออนุรักษ์หลักฐานและร่อง รอยทางประวัติศาสตร์เอาไว้ เช่นอาจจะขอความช่วยเหลืองบประมาณบูรณะซ่อมแซมจากองค์การวิทยาศาสตร์และ วัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO)เป็นต้น
(2.4) การจัดหาสถานที่เก็บโบราณวัตถุ เนื่องจากโบราณวัตถุเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ง่ายต่อการถูกโจรกรรม จึงต้องหาสถานที่สำหรับเก็บรวบรวมโบราณวัตถุให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย สะดวกในการดูแลรักษา และสามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมได้อีกด้วย
(2.5) การดูแลรักษาความสะอาด เนื่องจากการบูรณะซ่อมแซมทรัพยากรการท่องเที่ยวประเภทประวัติศาสตร์ โบราณสถาน โบราณวัตถุเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีลักษณะเด่นทางสถาปัตยกรรมและโบราณคดี ถ้าเกิดสกปรกขึ้นในสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้นแล้ว ย่อมไม่สามารถดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น จึงต้องมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลรักษาความสะอาดอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเตรียมภาชนะไว้รองรับขยะมูลฝอยอย่างเพียงพอ และต้องขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวให้ช่วยกันรักษาความสะอาดด้วย
(2.6) การกำหนดผังเมือง เนื่อง จากการบูรณะซ่อมแซมทรัพยากรการท่องเที่ยวประเภทประวัติศาสตร์ โบราณสถาน โบราณวัตถุเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าทางสถาปัตยกรรมและโบราณคดี จึงไม่ควรมีสิ่งปลูกสร้างใดๆ มาบดบังความสวยงามของโบราณสถานเหล่านั้น จึงต้องกำหนดผังเมืองในทุกจังหวัดที่มีโบราณสถานเพื่อป้องกันมิให้สิ่งปลูก สร้างใดๆ มาบดบังความสวยงานของโบราณสถาน
3. การอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยวประเภทศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และกิจกรรม เนื่องจากทรัพยากรท่องเที่ยวประเภทนี้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของแต่ละสังคม และเป็นกิจกรรมที่สร้างเสริมเพื่อสร้างความพึงพอใจแก่นักท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดใจแก่นักท่องเที่ยวสนใจเดินทางไปเยี่ยมชม จึงต้องช่วยกันอนุรักษ์ไว้ให้อยู่สืบทอดไปชั่วกาลนาน ซึ่งการอนุรักษ์ทรัพยากรทางเที่ยวประเภทศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และกิจกรรมสามารถกระทำได้ดังต่อไปนี้คือ
(3.1) การปลูกฝังให้เห็นคุณค่า เนื่อ งจากทรัพยากรการท่องเที่ยวประเภทศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และกิจกรรมเป็นสิ่งที่มีค่าเฉพาะท้องถิ่น ทางจังหวัดควรทำการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรท่องเที่ยว ประเภทนี้ให้ประชาชนเข้าใจและปลูกฝังให้เห็นคุณค่า เพื่อให้เกิดความรักและหวงแหน และพร้อมที่จะช่วยกันสืบทอดกันไปไม่ให้สูญหาย
(3.2) การจัดงานประเพณีหรือกิจกรรม เนื่องจากเนื่องจากทรัพยากรการท่องเที่ยวประเภทศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และกิจกรรมเป็นสิ่งที่มีค่าเฉพาะท้องถิ่น จึงควรจัดงานเทศกาลเพื่อส่งเสริมประเภณีและกิจกรรมเหล่านั้นให้คนต่างถิ่น ได้รู้จัก โดยจัดในช่วงเวลาที่เหมาะสมและถูกต้องกับประเพณีและกิจกรรม แล้วเรียกเก็บเงินค่าเข้าชมจากนักท่องเที่ยวอย่างเป็นธรรม และให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในประเพณีและกิจกรรมนั้นด้วย
(3.3) การส่งเสริมสินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง เนื่องจากสินค้าหัตถกรรมพื้นเมืองเป็นภูมิปัญญาของคนในสังคมแต่ละท้องถิ่น ที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ จึงควรส่งเสริมสินค้าหัตถกรรมพื้นเมืองให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยว อันเป็นการแสดงถึงความเจริญทางอารยธรรมให้คนต่างถิ่นได้เห็น และยังเป็นการเพิ่มรายได้ให้คนในท้องถิ่นอีกด้วย
(3.4) การดูแลรักษาความสะอาด เนื่อง จากเนื่องจากทรัพยากรการท่องเที่ยวประเภทศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และกิจกรรมเป็นสิ่งดึงดูดความสนใจแก่นักท่องเที่ยว ถ้าหากเกิดความสกปรกขึ้นมาแก่สถานที่เหล่านั้น ย่อมให้นักท่องเที่ยวเกิดความไม่ประทับใจ จึงเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองท้องถิ่นนั้นจะต้องจัดเจ้าหน้าที่คอยดูแลรักษา ความสะอาดอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเตรียมภาชนะสำหรับรองรับขยะมูลฝอยอย่างเพียงพอ และขอความร่วมมือจากประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ช่วยกันรักษาความสะอาดด้วย
จะ เห็นได้ว่าการอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยวทั้ง 3 ประเภทดังที่กล่าวข้างต้นล้วนเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มี อยู่แล้วให้คงสภาพดำรงความเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปอีกนานแสนนาน แต่ก็ยังมีทรัยากรท่องเที่ยวบางอย่างที่สามารถสร้างขี้นมาได้ ซึ่งแต่เดิมไม่เคยมีมาก่อน เช่น การสร้างพิพิธภัณฑ์มีชีวิต การสร้างมหกรรมหุ่นฟาง การสร้างสวนไม้ดอกไม้ประดับริมชายโขง เป็นต้น นอกจากนี้อาจพัฒนาทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น แต่ยังไม่มีผู้ใดสนใจให้เป็นทรัพยากรท่องเที่ยวขึ้นมา เช่น วัดที่ชาวบ้านไปประกอบพพธีทางศาสนา เป็นต้น หรืออาจค้นพบทรัพยากรท่องเที่ยวใหม่ขึ้น เช่น พบ ศิวลึงค์ บ้านคกเลาเหนือ ถ้ำใหม่ น้ำตกใหม่ เป็นต้น ล้วนแต่สามารถทำให้เป็นทรัพยากรท่องเที่ยวได้ทั้งสิ้น และจะต้องอนุรักษ์ทรัพยากรท่องเที่ยวที่ไพัฒนาแล้วเหล่านี้ ให้คงอยู่ชั่วกาลนานอย่างยั่งยืน.....
.....จากใจคนที่รักเชียงคาน...