ไม่คาดเลยว่ากลุ่มรักเชียงคานจะมีการรวมตัว แสดงออกผ่านสื่อนี้อย่างกว้างขวางด้วยมีมุมมองที่ดี มีความตระหนักในความรักแผ่นดินเกิด เป็นทุกข์และกังวลกับสภาพการเติบโตที่ค่อนข้างควบคุมหรือพัฒนาได้ยาก
ขอบคุณ..เว็บนี้ที่กรุณาให้ผมได้มีพื้นที่แสดงความเห็นบ้าง..จากการที่เคยมาอยู่เมื่อราวปี 2509 ก่อนน้ำท่วมครั้งใหญ่ และคลื่นความร้อนสูงสุด สภาพเมืองเชียงคานก็เหมือนเมืองที่อยู่ริมน้ำโขงทั่วไป เช่น ท่าบ่อ หนองคาย โพนพิสัย ศรีเชียงใหม่ ฯลฯ แต่เชียงคานเป็นเมืองที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว และมี"วิญญาณ" สายเลือดแม่น้ำโขง อย่างเข้มขลังสูงกว่าที่อื่นที่กล่าวมาทั้งหมด อาจเพราะความที่เป็นเมืองเก่าแก่ คาดไม่ได้ว่ามีอายุสักกี่ร้อยปี หากพิจารณาดูสภาพพื้นที่ เชื่อได้ว่า ชุมชนเชียงคานเป็นสังคมของคนในชาติพันธุ์เดิมที่อาศัยอยู่ในแดนดินสองฝั่งโขงนี้มาเกือบจะก่อนประวัติศาสตร์ด้วยซ้ำ (ผมไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดี) แต่เมื่อมาอยู่อาศัยที่เมืองนี้ จากคนที่ไม่เคยออกจากกรุงเทพฯ มาก่อน ครั้นมาอยู่ตั้งแต่เริ่มเป็นวัยหนุ่ม วัยทำงาน แม้จะพบกับความไม่คุ้นชิน จากรสชาดอาหาร วัฒนธรรม ความสะดวกสบาย สภาพคมนาคม และความเป็นอยู่ ผมกลับมีความสุขรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งในวิญญาณลุ่มน้ำโขงอย่างแท้จริง ที่มีความรักใคร่นับถือเจ้าของพื้นที่ รู้สึกหวงแหนแผ่นดิน ขนบประเพณีและวัฒนธรรม รักในสายน้ำโขง ขอบคุ้งน้ำ หาดทราย เกาะแก่งต่าง ๆ รวมถึงสภาพความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย โอบอ้อมอารีแก่เพื่อนบ้านและผู้มาเยือน
....เกือบสิบปีที่อยู่ ย่อมทำให้วันที่อำลามีความหมายอย่างมาก ..ที่สุด. .....ครั้งหนึ่งในชีวิต
จากวันนั้น ถึง วันนี้ ไม่มีความสามารถสร้างสรรค์ หรือมีส่วนร่วมใด ส่งความระลึกถึงผู้ที่เคยมีความรู้สึกที่ดีให้แก่กันคือ สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดแล้ว
คิดถึงพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ และพี่ชาย ที่ล่วงลับไปแล้ว คิดถึงพี่ๆ น้องๆ ผองเพื่อน ที่ยังมีความสุข กับการขับเคลื่อนภาคสังคมให้รุ่งเรืองมั่นคง คิดถึงชาวคุ้มทุกคุ้ม แก่งคุดคู้ที่มีส่วนร่วมบุกเบิก เส้นทางไปปากชมที่ระหกระเหินแต่สวยงาม ศาลบนสันโค้งที่นั่นเคยสร้างความอัศจรรย์ เขาแก้ว วันที่พญานาคเลื้อยที่ภูควายเงิน ผาแบ่น ปากตม ไร่ฝ้ายที่ปากเลย คิดถึงภูเหล็กฟ้าผ่าบ่อยมาก แต่เมื่อฝนตก อึ่งที่นั่นชุกชุมที่สุด ...ที่ต้องไม่ลืม คือ สารพัดปลาแม่น้ำโขง ซึ่งอีกสักกี่ชาติก็ไม่อาจลืมรสอร่อย ....พอข้ามไปบ้านตากแดด และเมืองสานะคาม ที่นั่นก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนกับสินค้าและเกมระดับต่างประเทศอย่างพื้น ๆ มีกิจกรรมที่น่าสนใจ และได้รับความอารีจากเพื่อนบ้านผู้น่ารัก.....นั่นเป็นความสุขเมื่อ สี่สิบปีผ่าน วันนี้ไม่อาจย้อนเวลากลับมาได้อีก
...ขณะนี้ เป็นห่วงอย่างที่สุด คือ กระแสท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติและวัฒนธรรม แบบประชานิยม (ส่วนใหญ่เป็นเพราะประชาจากถิ่นอื่น) ที่เข้าไม่ถึงจิตวิญญาณ ความรัก ความหวงแหนแผ่นดินเชียงคาน เข้าไม่ถึงจารีต ขนบธรรมเนียม ประเพณีสิบสองเดือนที่มีอัตลักษณ์พิเศษเฉพาะชาวเชียงคาน เท่านั้น หลายอย่าง...ไม่ควรเอา Model ของ อำเภอปาย มาเปรียบเทียบ หรือ นำมาเป็นต้นแบบ เพราะเชียงคานมีความแข็งแกร่งด้านชาติพันธุ์วรรณา ศิลปวัฒนธรรมและ สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ เหนือกว่ามาก หากจำเป็นต้องปรับตัว"บ้าน" ให้เป็นที่พอใจของลูกค้าผู้มาเยือน ก็สามารถทำได้ แต่ควรรักษา "แก่นแท้" และ "อัตลักษณ์" ของเชียงคานไว้ให้แน่นเหนียวมากขึ้น ควรสำแดงพลังของ"คนเชียงคาน" ให้ผู้มาเยือนได้ตระหนักถึง "จิตวิญญาณ วิถีชีวิต ความสง่างาม มารยาท จรรยาและความถูกต้อง " ที่พึงปฏิบัติต่อ แผ่นดินเชียงคาน หรือ ถ้าให้กล่าวในทำนองกลับกันว่า "ชาวเชียงคานต้องการรักษาแผ่นดินและจิตวิญญาณของคนชายโขง ไว้อย่างไร ...ก็ต้องทำบริบทนั้น ให้เป็นตัวอย่างที่ดี แก่...ผู้มาเยือน นั่นเอง ..ขอให้กำลังใจชาวเชียงคานทุกคนครับ
Tags: อัตลักษณ์เชียงคาน
Permalink Reply by somkit on July 13, 2010 at 8:25pm
Permalink Reply by เชียงคานบ้านฉัน on September 28, 2010 at 6:31pm อาทิตก่อนผมแวะไปเชียงคาน กะว่าจะเดินถ่ายรูปแต่ดันมีฝนตกมาได้
คาสิโนออนไลน์
gclub
genting club
holiday palace
royal1688
ฝาเเว็ปด้วยครับ
© 2012 Created by pitakchai.
