ผมคนเชียงคาน และเพื่อนมองเห็นการเปลี่ยนแปลง ของการพัฒนาไปผิดทิศผิดทางจาการบริหารของผู้นำ จึงทำคำร้องเรียน ส่งไป... ให้ มีจิตสำนึกรักบ้านเกิดตัวเองจริงๆ ผมขอความคิดเห็นกับเรื่องนี้ด้วย จาก ท่านที่เคยมาแล้ว เป็นอย่างที่ผมว่า ในเอกสารแนบหรือไม่
ที่.. สำนักงานชมรมคนรักษ์เชียงคาน อำเภอเชียงคาน
วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2553
เรื่อง บังคับใช้เทศบัญญัติเพื่อในการกำกับดูแลเมืองท่องเที่ยวของเชียงคาน
เรียน นายกเทศมนตรีตำบลเชียงคาน และ สมาชิกเทศบาลตำบลเชียงคาน
ชมรมคนรักษ์เชียงคาน ขอทวงสอบถามเรื่องเทศบัญญัติในการกำกับดูแลเมืองท่องเที่ยวเชียงคาน และการบังคับใช้ รวมถึงผลบังคับใช้ กับท่านนายกเทศมนตรี และสมาชิกเทศบาลทุกท่าน หลังจากที่ได้ดูงาน การอนุรักษ์และการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวทางภาคเหนือ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา และท่านรับปากและออกสื่อโทรทัศน์ว่าจะทำเทศบัญญัตินี้ เพื่อกำกับดูแลเมืองเชียงคาน ที่กำลังย่างก้าวเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และท่านเคยบอกด้วยวาจาว่าได้ทำแล้ว และกำลังจะประกาศใช้ นี่ก็ผ่านมา 10 เดือนแล้ว ยังไม่มีอะไรออกมาเพื่อควบคุม กำกับ ดูแลเมืองท่องเที่ยว จนวันนี้เชียงคานได้เสียความเป็นตัวตนไปแล้ว ดังที่ท่านกล่าวไว้ เชียงคานเมืองโบราญ เรือนไม้เก่าริมฝั่งโขง มีวิถี และวัฒนธรรม แต่ตอนนี้มันหายไปเกือบหมดแล้ว ไม่มีความเป็นจริงๆของเชียงคาน มีแต่ความหลอกลวง แต้มแต่งเลียนแบบสถาปัตยกรรม จากที่ต่างๆ และมีบ้านเรือนที่สร้างด้วยปูนแปะไม้เชอร่า หรือไม้เก่าที่เป็นสีๆ บางหลังสร้าง 3 ชั้น สูงกว่าโบสถ์วัด ของคนเชียงคาน (ท่านเคยบอกกล่าวประชาสัมพันธ์ในงานศพ งานแต่งงาน ว่าท่านจะไม่ให้ใครมาสร้างบ้านเรือนบริเวณถนนชายโขงเกิน 10 เมตร)
ถนนชายโขงเต็มไปด้วย บ้านเรือนไม้ของใหม่ที่ทำให้เหมือนเก่า เป็นของที่ไม่เก่าจริง และสองข้างทางถนนสายนี้ ไม่มีวิถีและวัฒนธรรมหลงเหลืออยู่ เพราะมีแต่โรงแรมที่พัก ร้านขายของ กิ๊ปช๊อป บ้านชาวบ้านจริงๆแทบไม่มี
นักท่องเที่ยวจะมาดูแต่ของปลอมที่สร้างขึ้น ของปลอมๆแบบนี้หาดูได้ไม่ยาก เช่น หัวหิน อัมพวา ใกล้ๆกรุงเทพฯ อีกมากมาย พอหมดกระแสการท่องเที่ยวแบบนี้หมด หรือเมืองไม่น่าสนใจ นักท่องเที่ยวก็จะไม่มา
ผู้ประกอบการโรงแรม ต่างๆ จะเปิดห้องอาหารที่มีดนตรี จะมีการจัดคอนเสริต์ ขายสิ่งมึนเมาต่างๆ ร้านค้าหรือที่พักอื่นๆ บนถนนชายโขงต้องเอาอย่าง เพราะต้องการดึงดูด ลูกค้า และแข่งขัน เมื่อมีดนตรี ของมึนเมา ก็จะตามด้วยการค้าประเวณี ยาเสพติด มีกลุ่มอิทธิพล เก็บค่าคุ้มครอง เชียงคานต่อไปไม่ต่างกับเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ
เช่น พัทยา สมุย เพราะท่านและเทศบาลไม่สามารถควบคุมดูแลได้ตั้งแต่ต้น ด้วยการบริหารดูแลเมืองท่องเที่ยวของผู้นำที่ขาดประสิทธิภาพ จะทำให้บ้านเมืองเชียงคานไปสู่จุดหมายข้างต้นแน่นอน
สิ่งที่ชมรมคนรักษ์เชียงคานได้กล่าวไปแล้วมีเหตุผลที่จะเป็นไปได้ ดังนี้
1. 1. ชาวบ้านมีการขายที่ดิน ขายบ้าน หรือให้เช่าระยะยาว บริเวณถนนชายโขง ไปเกือบหมดแล้ว และย้ายไปอยู่ปลายนา และเข้ากรุงเทพ ตามไปอยู่กับลูกที่เรียนอยู่ (ท่านเคยพูดในที่ประชุมหลายๆครั้งว่าคนเชียงคานไม่ขายมรดก ปู่ย่าตายาย คนเชียงคานหวงแหนมรดกปู่ย่าตายายแต่ตอนนี้โดนขายไปส่วนใหญ่แล้ว)
2. 2. วิถี วัฒนธรรม บริเวณถนนเส้นนี้หายไป ชาวบ้านประกอบชีพเดิมๆ หันมาประกอบอาชีพเปิดห้องพัก นิสัยใจคอเปลี่ยนไปมุ่งแต่ผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง อัธยาศัยไมตรีเริ่มหายไปมีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น เอาเปรียบกันและกัน
3. 3.วัฒนธรรมการใส่บาตร เริ่มผิดแปลกไปจากเดิม ชาวบ้านมีการเตรียมชุดใส่บาตร ข้าว ขนมอาหาร หวานคาวและเงิน ให้นักท่องเที่ยวซึ่งวิถีเดิมๆเราใส่บาตรข้าวเหนียวอย่างเดียว หรือขนมนิดหน่อยหลังจากนั้นก็นำอาหารไปถวายที่วัด หรือ บริจาคเงินที่วัดโดยไม่สร้างภาระให้กับพระท่าน
4.การส่งเสริมการค้าขายของชาวบ้านและชุมชน ไม่มี ปล่อยให้สินค้าจากที่อื่นๆมาจำหน่าย เกิน สินค้าท้องถิ่น จนเอกลักษณ์ด้านสินค้าไม่มีหรือเป็นของที่อื่นไปแล้ว5. 5.มีการก่อสร้างบ้านเรือนตามใจฉัน มากมาย ที่เด่นชัด ถนนชายโขง ปากซอย 16 ตรงข้ามซอย 8 ปากซอย 5 ตรงข้ามซอย 4 และจะมีตามมาอีกมากมาย
6.สีของเรือนไม้ในถนนชายโขงก็มีสีแปลกปลอม สีส้ม เขียว เหลือง เกือบทุกสี ระรานตาไปหมด ใครอยากทาสีอะไรก็ทา ตามใจฉัน เพราะไม่มีการควบคุมจากข้อมูลทั้งหมดนี้ จึงก่อให้เกิดสิ่งที่ชมรมคนรักษ์เชียงคานกังวล เพราะมันมีบทเรียนจากเมืองท่องเที่ยวที่อื่นๆ มามากมายแล้ว ทางชมรมฯ จึงขอให้ให้ท่านนายกเทศบาลและสมาชิกเทศบาลเอาจริงเอาจังกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว
และกำลังเกิดขึ้น อย่างเร่งด่วนและจริงจัง ภายใน 1 เดือน จากนี้ไปหากล่าช้าจะไม่สามารถควบคุมได้
ชมรมคนรักษ์เชียงคานจะคอยร่วมมือ และตามผลที่เกิดขึ้นจากการแก้ไข ป้องกันอย่างใกล้ชิด พร้อม ประชาสัมพันธ์ ให้ ชาวบ้าน และนักท่องเที่ยว ผ่านสื่อต่างๆ เช่น อินเตอร์เน็ต หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์
เพราะเมืองเชียงคานเป็นเมืองท่องเที่ยว
อ่านต่อตามเอกสารแนบ
Tags: เทศบัญญัติ
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ตอนนี้เท่าที่คุยๆ กับคนรู้จักหลายๆ คน ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่อยากมาเชียงคานแล้ว เพราะว่าก้อเหมือนไปปาย เค้าไปปายดีกว่า เพราะอย่างน้อยก้อยังสามารถไปเที่ยวที่อื่นได้ต่อ เชียงใหม่ ลำปาง แต่ในทำนองกลับกัน ถ้าไปเชียงคานแล้วผิดหวัง ก้อคงไม่อยากกลับมาอีก แล้วก้อคงพูดต่อๆ กันไป เดี๋ยวนี้สังคมเน็ตมันเร็วมากครับ
อีกอย่าง จากคนที่รักเชียงคาน ถึงแม้ว่าจะเป็นคนกรุงเทพก้อตาม เห็นการใส่บาตรแล้ว เหมือนไม่ได้มาทำบุญ เหมือนมาถ่ายรูปกันเสียมากกว่า มาบอกว่าชั้นถึงเชียงคานแล้วน่ะ ยิ่งน่าเทศกาล มีรถกระบะตามพระอีกต่างหาก ของเต็มรถเลย เหอๆ
Permalink Reply by Preecha Wong on December 23, 2010 at 4:34pm เห็นด้วยอย่างยิ่ง
ผมเป็นคนกรุงเทพฯ หากผมจะไปเที่ยว ผมคงไม่หาที่เที่ยวที่ในเมืองทั่วๆไปก็มี
อย่างเช่น หัวหิน เดี๋ยวนี้ผมก็ไม่คิดจะไปแล้ว เพราะมันเหมือนไปเที่ยวพัทยาเข้าทุกที
หาความสงบแทบไม่ได้แล้ว ผับ บาร์ ขี้เมา รถติด เสียงดัง จากรถและดนตรี ถ้าเป็นแบบนี้ อยู่ในเมือง ในกรุงเทพ ก็มีเยอะแยะ
Permalink Reply by surapong hutanavin Lcdr. on December 24, 2010 at 6:25pm ๑. ควรปรับปรุงถนนสายต่าง ๆ ที่ชำรุด เช่น ถนนสายเชียงคาน ไป พระใหญ่ บ้านท่าดีหมี ถนนสายเชียงคาน ไป บ้านโพน ซึ่งเป็นหลุมบ่อเสียหายและนักท่องเที่ยวใช้เดินทางกันมากเพื่อขึ้นชมวิวที่บนภูทอก หรือเดินทางลัดออกที่บ้านโพนไปจังหวัดเลย ถนนสายเชียงคาน ไป บ้านผาแบ่น เข้าพระพุทธบาทภูควายเงิน และถนนเข้าบ้านน้อย แก่งคุดคู้ เป็นต้น
๒. ควรติดตั้งหลอดไฟแสงสว่างเพิ่มเติมตามที่ต่าง ๆ เช่นเส้นทางของถนน สายเชียงคาน ไป บ้านโพน ตั้งแต่ข้างโรงพยาบาลเชียงคานไปตลอดเส้นทางถึงแยกไปภูทอกและไปบ้านโพนเพราะตอนกลางคืนมืดมากนักท่องเที่ยวมักใช้สัญจรเป็นประจำ
๓. ควรขยายระบบน้ำประปา ให้ครอบคลุมเข้าไปถึงนาสีดา แยกภูทอกได้แล้ว
๔. เรื่องการจราจรของยานพาหนะ ที่เพิ่มมากขึ้น เด็กและผู้เฒ่าคนแก่หรือผู้คนทั่วไปที่เคยใช้ถนนศรีเชียงคานสัญจรกันตามปกติ เคยขี่จักรยานแบบสบาย ๆ ไปทำไร่ไถนา ไปส่งบุตร หลานไปโรงเรียนตอนเช้า หรือรับกลับตอนเลิกเรียนช่วงเย็นก็ทำไม่ได้เพราะต้องหวาดกลัวระแวงจะโดนรถเฉี่ยวชนได้รับอันตรายก็มี ข้ามถนนไปมาก็ยากลำบากรู้สึกว่าชีวิตนี้มันเสี่ยงเหลือเกิน คนเชียงคานที่มีบ้านอยู่ตามตรอก ซอยต่าง ๆ เมื่อก่อนเคยขับรถเข้าออกบ้านตัวเองได้ แต่เดี๋ยวนี้จะเข้าบ้านตัวเองยังเข้าไม่ได้เลย
๕. เรื่องขยะ และการจัดเก็บขยะ การกำจัดขยะต่าง ๆ ที่เพิ่มปริมาณมากขึ้นทุกวัน
๖. ขอให้ควบคุมราคาสินค้า รวมทั้งของกินด้วย ตอนนี้ขายแพงกันเหลือเกิน หวังว่าจะรวยครั้งเดียวมั้ง
จะไม่ไปซื้ออีกแล้ว..
เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้คือข้อเสนอแนะและควรที่ท่านนายกเทศมนตรีของ อ.เชียงคาน หรือผู้ที่รับผิดชอบต้องรีบดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วนอย่าให้นานเกินไปนะผมจะคอยดู
Permalink Reply by pitakchai on December 25, 2010 at 6:52am
Permalink Reply by Preecha Wong on December 29, 2010 at 4:29pm ฟังแล้วเหนื่อยใจครับ หากจริงใจในการปกปักรักษา ราชการมีข้อกฎหมายอื่นที่จะมาชะลอหรือสะกัดกั้นได้
อ้างเพียงเทศบัญญัติที่ยังไม่รู้จะมีโอกาสเกิดหรือเปล่า + พรบ.ควบคุมอาคาร
สาธุครับท่าน
Permalink Reply by RADHASHAM on December 31, 2010 at 5:02am
Permalink Reply by pitakchai on January 4, 2011 at 3:21pm นายกเทศ. โดยบอกว่าเทศบัญัติ การควบคุมอาคาร ต้องผ่าน ราชกิจจานุเบกษา ท่านนายก ใช้เล่มไหนแจ้งที...
ผมค้นหาได้ตามข้อมูลที่ post...
การจัดทำกฎหมายท้องถิ่น
กฎหมายท้องถิ่นหรือกฎหมายที่ออกโดยองค์กรปกครองตนเอง เป็นการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นปกครองตนเอง โดยออกกฎหมายใช้บังคับในท้องถิ่นตนเองได้
ปัจจุบันประเทศไทยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6 รูป
ซึ่งสามารถออกกฎหมายใช้บังคับในท้องถิ่นของตนเองได้ คือ
1. เทศบัญญัติเป็นกฎหมายที่เทศบาลจัดทำขึ้นใช้บังคับในเขตเทศบาลนั้น ๆ
2. ข้อบัญญัติจังหวัด เป็นกฎหมายที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด จัดทำขึ้นใช้ในเขตจังหวัดนั้น ๆ
3. ข้อบังคับตำบลเป็นกฎหมายที่องค์การบริหารส่วนตำบลจัดทำขึ้นใช้บังคับในเขตตำบลนั้น ๆ
4.ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเป็นกฎหมายที่กรุงเทพมหานครจัดทำขึ้นใช้บังคับในเขตกรุงเทพมหานคร
5. ข้อบังคับเมืองพัทยาเป็นกฎหมายที่เมืองพัทยาจัดทำขึ้นใช้บังคับในเขตเมืองพัทยา
เทศบัญญัติ
เทศบัญญัติจัดทำ ขึ้นเพื่อใข้บังคับในเขตเทศบาล
ซึ่งเทศบาลจัดตั้งโดยพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2476 ซึ่งถือเป็นกฎหมายการปกครองท้องถิ่นฉบับแรกโดยมุ่งบริการสาธารณะเช่นกัน และเป็นสถาบันการสอนประชาธิปไตยหรือเวทีประชาธิปไตยท้องถิ่น มีการแบ่งออกเป็น 3 ระดับด้วยกันคือ เทศบาลตำบล เทศบาลเมือง เทศบาลนคร ส่วนโครงสร้างก็แบ่งเป็นฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ รวมเรียกว่าสภาเทศบาล
สมาชิกมาจากการเลือกตั้งอยู่ได้คราวละ 4 ปี ศักดิ์และความสำคัญของเทศบัญญัติอยู่ในชั้นเดียวกันกับข้อบังคับตำบล โดยมีขั้นตอนในการจัดทำดังนี้
1.เสนอร่างเทศบัญญัติ สำหรับผู้ที่เสนอร่างเทศบัญญัติ
ได้แก่ สมาชิกสภาเทศบาล
2.การพิจารณาร่างเทศบัญญัติ ผู้พิจารณาเทศบัญญัติ
ได้แก่ สภาเทศบาล
3.ผู้มีอำนาจตราเทศบัญญัติ ได้แก่ นายกเทศมนตรี
4.ให้ประกาศเปิดเผย ณ
สำนักงานเทศบาลและใช้เป็นเทศบัญญัติต่อไป
Permalink Reply by Preecha Wong on January 5, 2011 at 4:44pm นักการเมืองน่ะ ถ้าเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองแล้ว ถ้าต้องการจะทำ ไม่ว่าจะเป็นภูเขาหรือแม่น้ำยังย้ายได้เลย
แล้วคำพูดที่ว่าคณะผู้ที่มายื่นหนังสือ ไม่รู้เป็นความต้องการของพี่น้องทั้งเมืองเชียงคานหรือไม่....หรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง...." บ่งบอกออกมาอย่างชัดเจนว่าใจเขาคิดยังไง
สวัสดี
Permalink Reply by CάяєJuŋg >> แคร์จัง on January 10, 2011 at 6:37pm ยิ่งได้อ่านบทความนี้แล้ว ยิ่งน่ากลัว จังเลยค่ะ...
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E10107544/E10107544.html
คนเชียงคาน จะแก้ปัญหา ยังไงกันดีคะ และยิ่งที่น่ากลัวคือ ราคาอาหารทำไมถึงแพงจังเลย น่าจะมีการประชุมผู้ประกอบการกันบ้างนะคะ
ว่าจะทำอย่างไหร่ ให้เมืองเชียงคานเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้ยาวนานกันต่อไป..
Permalink Reply by สุภาวดี สำราญ on January 11, 2011 at 12:21am การพัฒนาอย่ารวดเร็วมักมาพร้อมกับความหายนะเสมอ ฉันใดฉันนั้น
Permalink Reply by pitakchai on January 23, 2011 at 5:29pm © 2012 Created by pitakchai.
