pitakchai

ถึงเวลาแล้วที่ผู้ปกครองท้องถิ่น ต้องร่วมมือร่วมใจ หาจุดยืนให้เมืองเชียงคาน...

จุดยืน หรือ ภาษาอังกฤษเรียกว่า positioning ว่าเชียงคานจะมีจุดยืนเป็นอย่างไร...ไม่ต้องเลียนแบบ ใคร ไม่ว่า ปาย หลวงพระบาง....หลายๆคนมองเชียงคาน แล้วพูดออกมาว่า เชียงคานเมืองเงียบ สงบ แต่มีเสน่ห์...หรือ อีกหลายๆคำพูด...ทำนองนี้ เราเป็นเรา เราเป็นเชียงคาน มีภาษาเป็นของตัวเอง มีวัฒธรรมที่น่าสนใจ มีความอ่อนโยน เนี่ยมนวล สาวสวย สำเนียงไพเราะ จิตใจเอื้ออาทร ....รักความสงบ เรียบง่าย พอเพียง....แล้วจะให้วิถีีความเจริญไร้ทิศทางมาทำให้คนเชียงคาน เปลี่ยนไป หรือ ลืมกำพืดตัวเอง....ภาษาเชียงคานยังไม่ยอมพูดกัน เลย พ่อแม่สอนพูดกลางมาแต่เด็ก กลับมาพูดเชียงคาน กันเถอะ....คงความเป้นเอกลักษณ์ด้านภาษาไว้นะครับ....ภาษากลางเมื่อไรก็พูดได้....บ้านเราเป็นเมืองเกษตรกรรม นี่ก็หาจุดยืนชัดเจนไม่ได้ นอกจากทำนา แต่ก่อนยังรูว่าเชียงคานปลูกฝ้ายเยอะ...ผู้นำท่องถิ่น ลองช่วยกันคิดว่าเชียงคาน ทำอะไรที่เหมาะ แม้แต่ สินค้า OTOP คืออะไรบ้างที่ผลิตออกมาจากท้องถิ่น มะพร้าวแก้วรึ วัตถุดิบยังซื้อจากที่อื่นเลย....หมูส้ม แหนม ข้าวหลาม เร่งรัด ส่งเสริม....ซิครับ...เมื่อเมืองเชียงคานจะเป็นเมืองท่องเที่ยวต้องสวยงามครับ....สวยงามด้วยดอกไม้ สวยงามด้วยน้ำใจคน...มาถึงตอนนี้ คงจะพอคิดออกบ้างว่า เชียงคานจะมีจุดยืนอย่างไร........

Tags: ต้องร่วมมือร่วมใจ, ถึงเวลาแล้วที่ผูปกครองท้องถิ่น, หาจุดยืนให้เมืองเชียงคาน...

Views: 347

Reply to This

Replies to This Discussion

สวัสดีค่ะ ฉันก้อเป็นลูกหลานคนเชียงคานคนหนึ่ง เมื่อพูดถึงเชียงคานก็ให้นึกถึงงานวันออกพรรษาซึ่งสมัยก่อนโด่งดังไม่น้อยเลย แต่ปัจจุบันนี้ไม่ค่อยมีใครอยากมาเที่ยวงานออกพรรษาที่เชียงคานเพราะการจัดงานมีแต่วัยรุ่นตีกัน ทำให้ประเพณีที่ดีงามของบ้านเราเสื่อมไปไม่ใช่น้อย นี้ก้ออีกสองสามเดือนก้อจะออกพรรษาแล้วฉันอยากให้ทางเทศบาลไ้ด้ฟื้นฟูประเพณีที่ดีงามในสมัยก่อนขึ้นมาใหม่ เช่น การร้องเพลงหลังแข่งเรือเสร็จแล้ว ฉันไม่รู้ว่าเขาเรียกเพลงแบบนี้ว่าอะไร แต่มันก้อจำได้ไม่เคยลืมเลยมันมีเสน่ห์มาก ๆ มันบ่งบอกว่าคนเชียงคานผู้ชายไม่ได้มีแต่ความแข็งแกร่ง แต่ยังมีความอ่อนหวานมีจิตใจที่ดีงานที่แสดงออกมาผ่านเสียงเพลง ซึ่งเดียวนี้ไม่มีแล้ว ฉันก้อไม่แน่ใจว่าเดียวนี้คนรุ่นหลังร้องกันเป็นบ้างรึป่าวก้อไม่รู้ ถ้ามีผู้เฒ่าผู้แก่ที่พอจะจำเนื้อร้องได้บ้างก็หน้าจะถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังสืบสานต่อไปก็ดีไม่น้อยเลย
ประทับใจในงานออกพรรษา.. เมื่อครั้งอดีตมาก
ปัจจุบันเน้นแต่ กิจกรรมบันเทิงกลางคืน ... ซึ่งไม่ใช่สาระหลัก ของงานออกพรรษา

อยากให้รื้อฟื้น ความร่วมมือในชุมชน ช่วยกันทำปราสาทผึ้ง ด้วยมือของชาวบ้านแท้ๆ ในคุ้มวัด..
อยากให้รื้อฟื้น การทำบุญใส่บาตร ฟังเทศน์ที่วัด.. ในวันออกพรรษา

ลดกิจกรรมบันเทิงมอมเมาลงไป..
เน้นเรื่องประเพณี วัฒนธรรมอันดีงาม มากขึ้น

ออกพรรษานี้เจอกันครับ
ทุกวันนี้ ชุมชนแต่ละชุมชนมีการเลื่อยเก้าอี้ ชิงดีชิงเด่น ไม่ฟังความคิดเห็นกันและกัน ทำให้สังคมกลุ่มย่อยๆเกิดความแตกแยก จนเป็นปัญหาระดับประเทศ เพราะแต่ละคนคิดว่าตัวเองเก่ง ตัวเองเก๋า เอาง่ายๆ อย่างสภาเทศบาลตำบลเชียงคาน ประชุมแต่สมัย ไม่รู้ไปขุดเอาเรื่องไร้สาระที่ไหนมาออกเสียงตามสายให้ชาวบ้านฟัง กราบเรียนงามๆตรงว่างขาท่านในสภาทั้งหลายว่า "พูด ทำ เรื่องที่มีสาระได้ไหม" บอกตรงๆว่า "เบื่อ" ฝ่ายหนึ่งทำงาน อีกฝ่ายคอยแต่จะกัดตลอด วอนชาวเชียงคานช่วยฉีดยาบ้าให้สุนัขบ้าด้วยเถิด อีกเรื่องที่อยากบ่น ชุมชนแต่ละชุมชน (บางชุมชุมชนเท่านั้น) อย่าเห็นแก่ตัว ทำงานเพื่อชุมชน เพื่อสังคมบ้าง รับฟังความคิดเห็นฝ่ายต่างๆบ้างทั้งไทบ้านเอง ลูกหลานเอง และสมาชิกในชุมชนอื่นอีก เฮ้อ !!!
ตอนเด็กๆ ผมเฝ้ารองานเทศกาลวันออกพรรษาเนี่ยแหละครับ
ถึงเชียงคานจะมีหลายภาคส่วน แต่คุณคิดหรือว่าจะรวมกันได้...เท่าที่ผ่านมา ต่างก็ไปคนล่ะทาง พอส่วนนี้คิดอีกส่วนไม่เอา ไม่ตาม เพราะกลัวได้หน้า (แรงไปไหมหว่า) ไม่เชื่องลองดูไม่กี่วันนี่สิ (วันแม่)...ว่าผลจะเป็นอย่างไร ยิ่งคนเชียงคาน คนในชุมชนยังไม่มีความสามัคคีกันเลย (เกือบครึ่ง) โดยวัดจากการสัมผัสผู้ตอบกระทู้เองครับ
ถ้าจะให้เห็นเป็นรูปธรรม ต้องเกิดจากคนรุ่นใหม่ (ยุวชนและเยาวชน) ถึงจะไปเร็วครับ...เราผู้ใหญ่อย่าทำหรือแสดงให้เด็กเกิดความแตกแยก ควรเป็นตัวอย่างที่ดี
ผมว่าน่ะ...จะทำอะไรก็คล้ายๆกับการวาดรูปน่ะแหละ ต้องเกิดมาจากจิตสำนึกจินตนาการ หรือเคยพบเห็นแบบอย่างมา แต่ศิลปินจะไม่ลอกแบบ แต่จะ Apply จากสิ่งที่พบเห็น ผมคิดว่าที่มีการเปรียบเปรย (มิใช่เปรียบเทียบ) น่าจะเป็นการแนะนำเชิงท่องเที่ยวเพื่อให้กับนักท่องเที่ยวหรือบุคคลที่จะมาเชียงเชียงคานแล้วจิตนาการออกแค่นั่นเอง แต่ถ้าเราจะบอกว่ามาเชียงคานน่ะ...แล้วถ้าเขาถามว่า...เชียงคานมีอะไรเหรอ...เราจะอธิบายยังงัย แต่นี่ถ้าบอกว่า เคยทราบเมืองปายไหม เคยได้ยินเรื่องลาวหลวงพระบางไหม...คนเขาก็จะ....อ้อ ไม่ต้องให้ผูปกครองฯทั้งหลายหาหรอกครับ...ถึงหาก็ส่วนน้อยที่จะน้อมรับ เรานี่แหละครับหาจุดยืนให้ตนเองก่อน ก่อนที่จะให้คนอื่นหาจุดยืนให้ อย่าฝากความหวังไว้กับคนอื่น เราเองกำหนดชะตาเราสิครับดีที่สุด สุดท้ายผมขอชื่นชมบุคคลที่ลงมือทำมาตลอดมาอย่างท่านอาจารย์ณัฏฐพล ตันมิ่ง ครับซูฮกครับท่าน

คำตอบ = วัฒนธรรมความเป็นอยู่เรียบๆง่าย สงบ
ผมกำลังคิดจะไปเที่ยวดู ถ้าชอบอาจตัดสินใจอยู่ ตอนนี้ไปมากรุงเทพ-ปาย ไม่อยากให้เหมือนกับปายเลย
ทำอะไรอยู่ที่ปายครับ...ผมก็ไม่อยากให้เหมือนปายเหมือนกัน..
ผมเป็นสมาชิกใหม่ ของเวบนี้ และเป็นคนหน้าใหม่ในมืองเชียงคาน จากการเดินทางมากกว่า แสนกิโล ท่องเที่ยวที่ต่างๆตามแหล่งที่เป็นธรรมชาตินับสิบปี มองเห็นความเปลี่ยนแปลงที่กาลเวลามันพามาพร้อมกับความเจริญ จากหลายๆที่ ปฏิเสธไม่ได้ครับ ว่าความเจริญจะไม่เข้ามา และคนดั้งเดิมก้อคงต้องการบ้าง เพราะ นั้นคือรายได้ต่างๆที่เพิ่มเข้ามานั่นเอง ถ้าจะมองเรื่องการอนุลักษณ์ ผมเห็นด้วย แต่ มันก้อต้องมีการปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัยตามกันไป ถ้ามองให้ลึกถึงคำว่าอนุลักษณ์ มันก้อคือการไม่พัฒนา ถ้าผมจะยกตัวอย่าง เช่นผ้าห่มนวม แน่นอนว่า นั่นคือสิ่งดั้งเดิมที่ต้องเก็บไว้ แต่ก้อต้องมีการพัฒนา ให้เกิดแบบใหม่ๆแต่ยังมีลายแบบเดิมๆคงอยู่เป็นสองทางเลือกให้คนที่มาเยือน แก่งคุดคู้ จากคำบอกเล่าของคนในพื้นที่ที่ผมได้คุย มันต่างจากเมื่อก่อน เดี๋ยวนี้ เป็นธุรกิจ แค่จอดรถก้อเสียเงินแล้วครับ อันนี้ขอบอกว่าแย่มาก มันอาจจะทำให้มีรายได้ก็จริง แต่ นักท่องเที่ยว จะมองด้านลบทันที และน้อยนักที่จะไปอีก อย่างผมเป็นต้น
อะไรเล็กๆน้อยๆแบบนี้ ก็เป็นที่มองข้ามไป
ครับ ยอมรับว่าปฏิเสธการเติบไม่ได้ แต่จะโตให้มีคุณภาพอย่างไรนี่สิ คือสิ่งที่จะต้องมีการพูดคุยกัน
การพัฒนาคือการเปลี่ยนแปลงไปสู่ส่ิงที่ดีขึ้น ถ้าเปลี่ยนแปลงแต่ เลวลง ไม่เรียกว่าพัฒนานะครับ
เรียกว่า ทำลาย มากกว่า.....

มองให้ลึกซึ้งเข้าไปอีก... การอนุรักษ์ ไม่ได้หมายถึงไม่มีการพัฒนานะครับ เราพัฒนาในแนวทางอนุรักษ์ได้

ผ้าห่มนวม ทำแบบเดิมดีแล้วครับ
แต่ปลอกผ้าห่มนวมควรมีลวดลายใหม่ๆ ตามสมัยนิยม ( ไม่ใช่ทำแบบใหม่ เก็บลวดลายเดิมๆ ไว้ )
ได้อ่านความเห็นของหลาย ๆ ท่านแล้วรู้สึกเกิดความชื่นชมในสำนึกรักษ์และหวงแหนแผ่นดินเกิดหรือมาตุภูมิ ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นนะครับ
ผมคิดว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ท่านทั้งหลายมุ่งหวังให้เชียงคานยังคงความเป็นเชียงคานคงต้องเริ่มจากท่านทั้งหลายเป็นเริ่มต้นและต้องขยายแนวความรู้สึกนี้ไปสู่ชาวเชียงคานและเยาวชนเชียงคานทั้งหลายผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น โรงเรียน วัด เทศกาล งานประเพณีต่าง ๆ ให้สำนึกนี้อยู่ในจิตวิญญาณ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นงานหนักและการเสียสละเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อใดมีเรื่องของผลประโยชน์ทางธุรกิจเป็นตัวล่อความหวั่นไหวย่อมเกิดขึ้นได้เสมอในจิตใจของปุถุชนทั่วไป ที่อยู่ท่ามกลางกระแสวัตถุนิยม+บริโภคนิยม ขอเป็นกำลังใจให้ท่านทั้งหลายยืนหยัดต่อสู้เพื่อพิทักษ์รักษาสิ่งที่ท่านทั้งหลายหวงแหนไว้ให้คงอยู่ตามวัยและเวลาอันสมควร และมีการพัฒนาที่ยั่งยืนเหมาะสมกับทุก ๆ ด้านทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และวิถีชุมชนซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ไม่มุ่งเน้นทางใดทางหนึ่งจนเกิดภาวะไม่สมดุล
คำว่าพัฒนานี่แหละครับหากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องตั้งแต่หน่วยงานราชการส่วนกลาง องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น ไม่ตระหนักให้ถี่ถ้วนผมเห็นหลายที่แล้วครับประสบความสำเร็จเฉพาะในเชิงวัตถุ กับการประชาสัมพันธ์ แต่ผลร้ายที่ทิ้งไว้คือการทำลายวิถีชีวิตชุมชน วัฒนธรรมท้องถิ่น ดังนั้นสมาชิกแห่งชุมชนต้องมีความเข้มแข็งและความสามัคคีหรือที่เขาเรียกกันเท่ห์ ๆ ว่าภาคประชาชน ต้องหาหนทางในการมีส่วนร่วมในการ ควบคุม กำหนดทิศทางการพัฒนาท้องถิ่น ผ่านองค์กรภาคประชาชนในรูปแบบที่เป็นนามธรรม เช่นสมาคม ชมรม

Reply to Discussion

RSS

รวมมิตรของเชียงคาน

จองที่พักเชียงคาน และทั่วไทย

© 2012   Created by pitakchai.

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service