Tags: ต้องร่วมมือร่วมใจ, ถึงเวลาแล้วที่ผูปกครองท้องถิ่น, หาจุดยืนให้เมืองเชียงคาน...
Permalink Reply by Odd Labur on December 6, 2010 at 10:17pm เห็นด้วยกับการปลูกจิตสำนึกครับ (ทั้งนักท่องเที่ยว และชาวเชียงคาน)
การปลูกจิตสำนึกอาจต้องใช้ระยะเวลานาน แต่ต้องทำอย่างเร่งด่วน
แต่การแก้ไข ปรับปรุงทางกายภาพนั้นสามารถทำได้เร็ว และ(อาจจะ)ง่ายกว่า
แต่ถึงอย่างไรควรรีบปรับปรุงครับ จากที่ไปมา 2-3 ครั้ง
ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เชียงคานยังเป็นเมืองเงียบสงบ จนกระทั่งนักท่องเที่ยวเยอะ
ผมขอเสนอความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ
1. ผมคิดว่าเมืองเชียงคานยังไม่พร้อมที่จะรองรับนักท่องเที่ยวที่มากขนาดนี้ครับ
ทั้งด้านที่พัก อาหาร สาธารณูปโภค สาธารณูปการ
ลองนึกภาพตามนะครับ เมื่อนักท่องเที่ยวคาดหวังว่าจะได้พบเมืองอันแสนสงบ แต่เมื่อมาถึงพบว่าต้องแย่งกันกินแย่งกันเที่ยว
นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งก็จะเบื่อ และมันก็ไม่ได้เป็นภาพปกติของเชียงคานที่สะท้อนออกไป
2. ผังเมืองของเชียงคานไม่พร้อม
ที่จริงแล้วเชียงคานแยกโซนได้ชัดเจนพอสมควรนะครับ บ้านล่างเป็นโซนท่องเที่ยว ด้านบนเป็นโซนใช้ชีวิตของชาวเมือง
แต่ตอนนี้ความเจริญเริ่มเข้าสู่บ้านล่าง จากอาคารไม้ที่เป็นแถวเป็นแนวเริ่มมีอาคารสมัยใหม่ลงไปแทรกตัวอยู่บ้าง
ส่วนด้านบนนั้นเป็นเรื่องของการใช้ชีวิตของชาวเมืองเชียงคานเอง ซึ่งผมเห็นว่าความเจริญควรเข้ามาสู่เมืองนะครับ (เราจะหยุดความเจริญไว้คงไม่ได้) แต่เข้าได้ถึงระดับใดนั้นอยู่ที่ท้องถิ่นจะตัดสินครับ
3. เกิดเหตุการณ์ "me to" คือเห็นใครทำอะไรดีเราก็ทำด้วย
ร้านกาแฟ เสื้อยืด เกสเฮาส์ ร้านอาหาร เชิญทำกันเถอะครับ แต่อย่าให้มันทำลายภาพลักษณ์เดิมของเมือง
ผมคิดว่าเรื่องนี้มันเป็น trend ของการท่องเที่ยวสมัยนี้
เหมือนสมัยรุ่นคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องถ่ายรูปคู่กับป้ายสถานที่ท่องเที่ยว สมัยนี้ต้องถ่ายรูปกับร้านแนวๆ
บ่นมาเสียยาวขอเสนอแนวทางการแก้ไขเท่าที่ปัญญาอันน้อยนิดจะเสนอได้ครับ
1. ถังขยะ
ขอเถอะครับ ถังขยะสีเหลืองใบเขื่องเก็บไว้ใช้ในโซนเศรษฐกิจของเมือง บ้านล่างผมขอเป็นถังขยะที่เข้ากับภูมิทัศน์นะครับ
เวลาที่ถ่ายภาพออกมาแล้วเห็นสีเหลืองลอยเด่นนี่มันยังไงๆอยู่
2. การจราจร
บ้านล่างควรงดการให้รถยนต์ลงไปขับได้แล้วนะครับ อย่างน้อยก็ช่วง 16.00-24.00 เพื่อให้คนเดินได้สะดวก
(ไม่แน่ใจว่าตอนนี้งดรถลงไปหรือยัง ถ้างดแล้วก็ขอโทษด้วยครับ)
3. ที่จอดรถ
ควรจัดที่จอดรถให้ชัดเจนครับ ขอความร่วมมือจากวัดหรือโรงเรียนก็ได้ครับ
ผมเห็นว่ามีวัดและโรงเรียนอยู่ด้านหัวและท้ายของถนนเส้นล่าง น่าจะใช้เป็นที่จอดรถได้ ส่วนจะเก็บค่าบำรุงอย่างไรก็แล้วแต่ครับ
และใช้การขนส่งสาธารณะนำนักท่องเที่ยวจากที่จอดรถสู่ที่พักต่างๆ (ได้การเพิ่มรายได้ของชาวบ้านเป็นของแถมนะครับ)
4. ผังเมือง
เทศบาลควรมีการทำผังเมือง หรือเทศบัญญัติอย่างเร่งด่วนครับ (หากมีแล้วต้องขออภัย)
จำกัดจำนวน และรูปแบบการก่อสร้างของอาคารริมโขง และบ้านล่าง
ส่วนอาคารเก่าทรุดโทรมเทศบาลควรเข้าไปดูแล และอนุรักษ์ไว้ครับ
ทั้งนี้ควรมีการลงทะเบียนอาคาร(รูปแบบ) ทุกหลัง ไม่ให้มีการปรับปรุงต่อเติมผิดแบบครับ
5. ปรับปรุงสินค้าที่ระลึก
สินค้าที่ระลึกแบบเดิมๆ(ประเภท otop)อาจต้องใส่ไอเดียร์เพิ่มนะครับจะได้น่าสนใจขึ้น
เนื่องจากใช้วัสดุเดิมของท้องถิ่นอยู่แล้ว หากทำให้น่าสนใจได้อีกจะกลายเป็นสินค้าที่ต้องมาซื้อที่เชียงคานเท่านั้น
โปสการ์ด เสื้อยืด ฯลฯ ก็เป็นสินค้าที่ระลึกที่ดีนะครับ (ผมเป็นคนหนึ่งที่ต้องซื้อเสื้อยืดที่ระลึกของสถานที่ที่ไปเสมอ)
ขอขอบคุณที่นั่งอ่านความคิดเห็นอันน้อยนิดนี้ครับ
ขาดตกบกพร่องอย่างไรเชิญติติงตามสบายครับ พร้อมรับทุกความเห็น ^_^
Permalink Reply by Preecha Wong on December 23, 2010 at 4:40pm ไม่ทราบว่าไปโพสต์ใน Pantip Blue plannet บ้างมั้ยครับ ถ้ามีก็จะดีมาก
ผมไม่ใช่คนเชียงคาน แต่สิ่งที่ผมกลัวกำลังเกิดขึ้นกับเชียงคานแล้ว
Permalink Reply by Mr.Zomzak Zithipornpan on December 24, 2010 at 1:27pm ผมไม่ใช่คนเชียงคานแต่ก็รักเชียงคานเพราะผมศรัธาการทำงานของคุณพิทักษ์ชับ จึงทำให้ผมเกิดความประทับใจ จะคอยให้กำลังใจห่างๆ
ครั้งนี้อีกครั้งที่มีคนรักเฃียงคานได้เข้ามาให้ความรู้ และช่วยให้คำแนะนำดีดี ผมได้อ่านแล้วขอตอบขอบคุณแทนคนเชียงคาน ของคุณ Od Labur
Permalink Reply by Preecha Wong on December 24, 2010 at 4:12pm ผมเป็นคนกรุงเทพ ฯ นะครับ ผมจะชอบมากเวลาไปต่างจังหวัดที่ไหนก็ตาม แล้วได้ยินเขาพูดสำเนียงท้องถิ่น ฟังแล้วไพเราะจับใจ ไม่ต้องอื่นไกล ไปแค่นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี ฯลฯ ใกล้ๆกรุงเทพ หรือแม้แต่หลานของผม อายุยังไม่ถึง 10 ขวบ ที่เป็นชาวสุพรรณ เวลาพูดจะมีแต่ภาษาสุพรรณ อยากให้คนที่อยู่ท้องถิ่นต่างๆ อย่าได้อายที่จะพูดสำเนียงท้องถิ่นเลยครับ เวลาคุยกับนักท่องเที่ยวที่ไปเยือน พูดภาษาถิ่นกับเขา กับคนอย่างผม ผมฟังรู้ครับ คำไหนไม่รู้ก็จะถาม นั่นเป็นความน่ารักและประทับใจและเป็นเสน่ห็ที่หาไม่ได้จากที่อื่น เพื่อนผมที่อยู่เชียงใหม่ เขาคุยกันทาง Email ยังเขียนคำเมืองกันเลยครับ คำไหนไม่รู้ผมก็ถาม
แม้แต่ไปเที่ยวเมืองลาว ประเทศเพื่อนบ้านเรา ต่างคนต่างก็พูดภาษาของตัวเอง แต่ก็สื่อสารกันได้ นอกเสียจากว่าเข้าไปตามชนบทไกลๆอันนี้ก็พูดกันอธิบายกันยาวหน่อย แต่ไม่เป็นไรสื่อสารกันให้รู้ว่า กินข้าว นอน เข้าห้องน้ำ ได้ก็อุ่นใจแล้ว
ผู้บริหารของบ้านเรา ไม่ว่าระดับไหน พอพูดถึงการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว พวกก็จะใส่แต่การสร้างโน่นสร้างนี่ สร้างถนน สร้างตึก เปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี้ เดี๋ยวไม่ทันสมัย ไม่คิดถึงเรื่องการอนุรักษ์ของดีๆไว้เลย ญี่ปุ่นนี่เขาจะสร้างจรวดไปลงดวงจันทร์หรือดาวอังคารก็ได้ แต่เขายังมีหมู่บ้าน มีเมืองที่คงไว้ซึ่งความเป็นวัฒนธรรมประเพณีญี่ปุ่นอย่างสมบูรณ์อยู่มากมาย ใครไปเห็นไปสัมผัสก็ติดใจ แม้แต่คนญี่ปุ่นด้วยกันเอง
คนในพื้นที่ต้องเข้มแข็ง อย่าให้พวกคนในเมือง คนจากกรุงเทพอย่างผมเข้าไปทำลาย วัยรุ่นจากเมืองกรุง (ส่วนหนึ่ง) แห่ไปที่ไหน หายนะทางวัฒนะธรรมประเพณีก็จะเกิดกับที่นั่นอย่างเร็วมาก เหมือนเอาเชื้อโรคเข้าไปใส่ เพราะพวกนี้ไปกันมากๆ ก็มักจะตามมาด้วยสิ่งเริงรมย์ที่ตัวเองชอบเสพเมื่ออยู่ในกรุง นายทุนนักธุรกิจก็จะหาทางสนอง แต่หากคนท้องถิ่นมีภูมิต้านทางที่ดี มีความเข้มแข็ง และรวมกันติด ต้องคอยเคาะ คอยสกิดอยู่ตลอดเวลาก็จะยังคงความเป็นเชียงคานอยู่ได้ เพราะหากเผลอเมื่อไร ก็บรรลัยก็มาเมื่อนั้น
ดูอย่างหัวหิน เมืองที่ผมเคยรักและคิดถึงทุกครั้งที่ต้องการพักผ่อนในระยะทางไม่ไกลมาก เดี๋ยวนี้ ผับ บาร์ มีเป็นร้อย พอพวกนี้เกิด โสเภณี ยาเสพติด อาชญากรรม มลพิษต่างๆ ฯลฯ ก็ตามมาเป็น Package เดี๋ยวนี้หากไม่จำเป็นจริงๆก็ไม่คิดจะไปแล้วครับ จะให้เชียงคานเป็นแบบนั้นหรือไม่ ต้องให้คนเชียงคานพิจารณากันครับ
หากความเห็นนี้ไม่เป็นที่พึงพอใจของผู้ใด ก็ขออภัยและโปรดอโหสิกรรมให้ด้วยครับ
© 2012 Created by pitakchai.
