ครึ่งหลังของคอนเสิร์ตความมันเหมือนจะเพิ่มเป็นเท่าทวี เริ่มด้วยลิคอันแสนเจิดจรัสของ Universal Mind ที่เวอร์ชั่นใน LA จะมีท่อนโชว์ความพริ้วไหวของนิ้วในโซโลเปียโนของ Rudess เพิ่มมาด้วย
ต่อด้วยอสุรกายความยาวกว่า 16-18 นาทีอย่าง When the Water Breaks ที่ทดสอบสมาธิของผู้ฟังอย่างยิ่งยวด (ตัวผมเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ขยาดกับมันมาก่อน) แต่เมื่อดูจากการแสดงในดีวีดีนี้แล้วมันก็ไม่ใช่อะไรที่ยากเกินเข้าถึง เพราะจริงๆ แล้วเป็นเพลงที่โชว์ความสวยงามของเมโลดี้พอๆ กับความซับซ้อน และมีไอเดียเด็ดๆ อยู่ในเพลงมากมาย ทั้งท่อนที่เสียงกีตาร์ของ Petrucci เลียนแบบจังหวะลูปจากคีบอร์ดของ Rudess จนกลายเป็นท่อนริฟฟ์ที่ดุดันไม่เหมือนใคร ซึ่งในเวอร์ชั่นที่ LA ท่อนโซโลคีบอร์ดของเพลงนี้ Rudess ยังเอา Zen Riffer หรือคีบอร์ดสะพายสุดเท่มาโซโลอีกด้วย
เพลงถัดมาถือเป็นบทพิสูจน์ความเก่งกาจของวง 4 ยอดมนุษย์วงนี้ได้อย่างดีที่สุด กับการนำ Rhapsody in Blue ผลงานอันเกรียงไกรของยอดคีตกวีชาวนิวยอร์ก George Gershwin มาบรรเลง (3 ใน 4 สมาชิกของวงนี้เป็นนิวยอร์กเกอร์) ซึ่งทำออกมาได้เยี่ยมจริงๆ สำหรับการนำเครื่องดนตรี 4 ชิ้นมาบรรเลงเพลงที่ประพันธ์ขึ้นเพื่อวงออร์เคสตร้ายุคใหม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ละท่อนถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้เหมือนกับต้นตำรับอย่างมาก (แต่หายไปท่อนหนึ่งอย่างไม่ทราบสาเหตุ ไม่รู้เป็นเพราะไม่ต้องการให้เพลงยาวไปกว่านี้หรือเปล่า) ท่อนที่ผ่อนลงเพื่อแสดงความโอ่อ่า Petrucci นำเทคนิกทำเสียงกีตาร์เลียนเสียงเครื่องสายมาใช้ (แบบเดียวกับที่เขาใช้ในท้ายเพลง The Count of Tuscany ในผลงานของ DT ชุดล่าสุด) ขณะที่ท่อนเปียโนก่อนเข้าช่วงไคลแมกซ์ที่ต้นฉบับทำเอาไว้สนุกสนานอยู่แล้ว มาถึงเวอร์ชั่นของ Rudess ที่เบิ้ลความซับซ้อนเข้าไปอีกเล่นเอาเพื่อนร่วมวงมึนเอาไว้ง่ายๆ แต่ก็สามารถนำพาไปยังท่อนคลี่คลายจนเป็นบทสรุปของบทเพลงที่สง่างามไม่แพ้ต้นตำรับ เป็นอีกเวอร์ชั่นมาตรฐานในการดัดแปลง Rhapsody in Blue ได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไร้ข้อกังขา ยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับที่ ELP วงโปรเกรสซีฟ ร็อกรุ่นใหญ่เคยสร้างชื่อเอาไว้ในการดัดแปลง Pictures at an Exhibition ผลงานของคีตกวีรัสเซีย Modest Mussorgsky
ถ้าให้เปรียบเทียบกับดีวีดีคอนเสิร์ตที่เคยทำออกมาของ DT คอนเสิร์ตที่นิวยอร์กก็เหมือนกับดีวีดี Metropolis 2000: Scenes from New York และคอนเสิร์ตของแอลเอคือการจัดองค์ประกอบเวทีแบบ Live at Budokan แต่ให้อารมณ์แบบ Score ซึ่งถ้าแฟนเพลงคนไหนไม่คิดที่จะมีไว้ทั้ง 2 ตัว คอนเสิร์ตที่แอลเอก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า...ถ้าคุณมีโอกาสเลือก