สเกล (scale) โหมด (mode) และคอร์ด (chords) สำหรับผู้เริ่มต้น


- ตั้งใจจะเขียนเป็นตอนเล็กๆ ซัก 3 ตอนจบ จะได้อ่านเข้าใจง่าย ๆ โดยเฉพาะกับผู้เริ่มต้น

- ต้องบอกก่อนว่า เรื่องราวพวกนี้ต้องค่อยๆ สะสมความรู้ไปเรื่อยๆ ถ้าฐานแน่น จะต่อยอดไปยังไงก็ได้

- และต้องบอกก่อนว่า จะเขียนสั้นๆ ห้วน ๆ ตรงไปตรงมา เพราะไม่อยากให้เสียเวลาอ่านมาก จะตาลายด้วย

Views: 389

Replies to This Discussion

1
Major Scale

- ถ้านับทีละครึ่งเสียง จะมีโน้ตทั้งหมด 12 ตัว โดยตัวที่ 13 จะเสียงเดียวกับตัวที่ 1 ( แต่ความถี่เป็น 2 เท่าของตัวที่1)

- จาก 12 ตัวหรือ 12 ช่อง เราจะเลือกมาเพียง 7 ตัวเท่านั้น "โดยตัวที่ 8 จะต้องวางในช่องที่ 13 เสมอ"

- เราจะให้ตัวที่ "3 และ 4" และตัวที่ "7 และ 8" ห่างกันครึ่งเสียง นอกนั้นห่างกัน 1 เสียงเต็ม (ดังรูป)

- เราเรียก การก้าวเดินของเสียงแบบนี้ว่า Major Scale

- มักเขียนเป็น "1 2 34 5 6 78" (สังเกต 34 กับ 78 จะติดกัน)

- ถ้าตัวเริ่มต้นเป็น C ก็จะเรียกว่า C major scale ที่รู้ๆ กันอยู่แล้วก็คือ C D EF G A BC

- หรือถ้าเริ่มต้นด้วย G ก็จะเรียกว่า G major scale ก็คือ G A BC D E F#G

- อักซัก scale ถ้าเริ่มด้วย F ก็จะเรียกว่า F major scale ก็คือ F G ABb C D EF
(มีทั้งหมด 12 major scale นะครับ หาอ่านได้ทั่วๆ ไป)

- ถ้าเป็น major scale ยังไง 34 และ 78 ต้องห่างกันครึ่งเสียง (มีข้อยกเว้น แต่ใช้น้อยมาก)

- เพลงไหนอยู่ scale ไหน ก็จะต้องอยู่ scale นั้นตั้งแต่ต้นจนจบ (มีข้อยกเว้น แต่ใช้น้อยมาก)

- บ่อยครั้งที่เราเรียก scale ว่า key เช่นเพลงนี้เล่น "G major scale" หรือเรียกว่าสั้นๆ ว่า "key G"


2
Minor Scale

- ในสเกลไมเนอร์ จะเริ่มจะ Natural Minor หรือเรียกสั้นๆ ว่า Minor ที่จัดวางการก้าวเดินของเสียงแบบ "23 56"

- หรือเขียนเต็มๆ ว่า "1 23 4 56 7 8"

- (เค้าว่ากันว่า) Major scale จะให้อารมณ์สดใส โปร่ง โล่ง แต่ Minor scale จะให้อารมณ์เศร้า หดหู่

- จาก Minor ตามธรรมชาติ หากเราเพิ่มระดับเสียงให้ตัวที่ 7 อีกครึ่งเสียง (ดังรูป) เราจะได้ Harmonic minor scale

- และจาก Harmonic minor หากเราเพิ่มระดับเสียงให้ตัวที่ 6 อีกครึ่งเสียงตอนที่ไล่เสียงขึ้น แต่ตอนไล่เสียงลงทำเหมือน Natural minor เราจะได้ Melodic minor ( ดังรูป )

- หากจะหา minor scale ที่เป็นญาติกับ major scale ให้จาก major scale ไปตัวที่ 6 ใน major scale ก็จะได้ minor scale ที่เป็นญาติกันหรือเรียกว่า Relative minor

- ยกตัวอย่างเช่น ใน C major scale จะมี A เป็นตัวที่ 6 เพราะฉนั้นจะมี A minor scale ที่เป็นญาติกับ C major ที่ใช้โน้ตร่วมกันทั้งหมด ( แต่ต่างกันที่ตัวเริ่มต้น )

- ดังนั้นใน A minor scale ก็จะเป็น "A BC D EF G A" ( ใช้โน้ตร่วมกับ C major scale ทุกตัว )

- ตัวที่ 6 ใน G major คือ E ดังนั้น E minor scale "E F#G A BC D E" ( มี 1# )

จุดที่น่าสนใจ

- ตัวที่ 8 กับตัวที่ 1 คือตัวเดียวกัน จะเรียก 8 หรือ 1 ก็ได้

- ไม่ว่าจะเป็น Major หรือ Minor ตัวที่ 5 (คู่ 5) จะอยู่ที่เดิมเสมอ

- ในกลุ่ม minor ตัวที่ 2 และ 3 จะอยู่ที่ เดิมเสมอ และที่สำคัญตัวที่ 3 จะเป็นตัวกำหนด scale ว่าเป็น Major หรือ Minor

- หากตัวที่ 3 อยู่ห่างจากตัวที่ 1 อยู่ 2 เสียงเต็ม จะเป็น Major scale

-หากตัวที่ 3 อยู่ห่างจากตัวที่ 1 อยู่ 1 เสียงครึ่ง จะเป็น Minor scale

* * * เราสามารถหา Relative minor ได้จากแผนภาพ Circle of Fifths



สรุปเรื่อง Scale ( ขอย้ำว่าเรื่อง scale เท่านั้น ยังไงถึงเรื่อง mode หรือ chord )
- เพลงใดๆ ก็ตามมักจะยึดกับ scale เดียวเท่านั้น
- Major scale (โชคดีมีแบบเดียว) มีสูตร 3 4 7 8
- Natural minor หรือเรียกสั้นๆ ว่า minor มีสูตร 2 3 5 6
- Harmonic minor มีสูตร 2 3 5 6 7 8 แต่มีช่องว่างตรง 6 7
- Melodic minor มีสูตร 2 3 7 8 ตอนขาขึ้น ส่วนขาลงเหมือน minor ธรรมดา
- ตัวที่ 2 4 5 เรียกว่าตัว "perfect" คือเค้าเป็นตัวสมบูรณ์แบบ ไม่ย้ายไปไหน
- ตัวที่ 3 (สำคัญมาก) จะเป็นตัวกำหนด major หรือ minor
- ตัวที่ 6 และ 7 จะเปลี่ยนแปลงมาก ตามแต่ละ scale

> ทั้งหมดนี้มันจะคล้ายๆ กับ "ชีวิตคน" ตอนเริ่มต้นของชีวิต เราก็มี หัดเดิน หัดพูด เรียนหนังสือเหมือนๆ กัน
> พออายุระหว่าง 20 ไป 30 (จาก 2 ไป 3) ตอนนี้แหละสำคัญว่าใครจะเป็น Major หรือ Minor

> ทาง Major จะยังคงรักษารูปแบบเดิมไปอีก 1 ช่วง (2 ไป 3) แล้วค่อยมีอุปสรรคในชีวิต (3 ไป 4)
> แล้วทาง Major ก็จะมีอุปสรรคในชีวิตอีกตอนท้าย (7 ไป 8) แล้วก็จบ

> ส่วนทาง minor อุปสรรค์ในชีวิตมาเร็ว (2 ไป 3 และ 5 ไป 6) แล้วก็มีหลายแบบ เอาแน่นอนไม่ได้
> Hamonic minor มีอุปสรรคตั้ง 3 ครั้ง (แต่ก็มีช่วงกระโดด 1 ครั้ง)

ทั้งหมด ทั้งปวงเป็นเรื่อง scale ล้วนๆ เป็น scale ที่เรียกว่า "western music scale" เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ ดังนั้นต่างชาติ ต่างวัฒนธรรมก็มี scale ของตัวเองอีกมากมาย ซึ่งไม่จำเป็นต้องแบ่งออกเป็น 12 ช่องอย่างนี้ด้วยซ้ำ

> ก่อนจบขอย้ำซักนิดว่า การเข้าใจเรื่องพวกนี้สำคัญ แต่การฝึกฝนให้จำสำเนียงเสียงของแต่ละ scale ให้ได้นั้นสำคัญกว่า

> ควรฝึกไล่ทาง Major ในหลายๆ Key จากนั้นก็ทาง minor (ทีละแบบ) ในหลายๆ key

RSS

รวมมิตรของเชียงคาน

ที่พักแนะนำ

instagram update

© 2012   Created by pitakchai.

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service