ประเภทของกล้องถ่ายภาพ
วิวัฒนาการของกล้องถ่ายภาพในปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาก้าวหน้าไปมาก
มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ทั้งระบบการทำงานและรูปลักษณ์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด
กล้องมีอยู่หลายชนิด ประโยชน์การใช้งานก็แตกต่างกัน สามารถแบ่งออกเป็นประเภทต่าง
ๆ ได้ดังนี้
1. กล้องถ่ายภาพแบบง่าย (Simple Camera) เป็นกล้องถ่ายภาพขนาดเล็กออกแบบเพื่อสะดวกต่อการใช้งาน เหมาะสำหรับผู้เริ่มหัดถ่ายภาพ
เพราะกล้องถ่ายภาพลักษณะนี้ใช้งานได้สะดวก ประกอบด้วยกลไกง่าย ๆ
ส่วนใหญ่จะเป็นระบบอัตโนมัติ ซึ่งผู้ถ่ายไม่ต้องปรับแต่งเพียงมองช่องมองภาพ
จัดตำแหน่งภาพและองค์ประกอบ ระบบจะ๔กควบคุมโดยอัตโนมัติ กล้องถ่ายภาพลักษณะนี้มีทั้งชนิดที่ใช้กับฟิล์มขนาดต่าง
ๆ กัน ได้แก่
1.1 กล้องถ่ายภาพที่ใช้ฟิล์มขนาดเล็ก 16 มม.
และบางชนิดใช้ฟิล์มขนาด 110 มม.
กล้องชนิดนี้มีเลนส์ติดตายตัว มองภาพถ่ายโดยตรงจาดช่องมองภาพ ไม่ต้องปรับระยะชัด
ความเร็วชัตเตอร์คงที่ รูรับแสงมีขนาดเดียว ปัจจุบันได้พัฒนารูปแบบ สามารถปรับระยะชัดได้
เปลี่ยนความเร็วชัตเตอร์และขนาดรูรับแสงได้ มีระบบวัดแสง ระบบขับเคลื่อนฟิล์มอัตโนมัติ
ใช้เลนส์ชนิดเลนส์ซูม เป็นแล้องชนิดที่ถ่ายง่าย สะดวกต่อการพกพา
1.2 กล้องถ่ายภาพใช้ฟิล์มกลัก
126 กล้องชนิดนี้ เรียกว่า กล้องอินสตาเมติค (Instamatic)
มีเลนส์ติดตายตัว ปรับระยะชัดได้ 3 ระยะ คือ
ใกล้ ปานกลาง และไกล โดยมีสัญลักษณ์กำกับ บางรุ่นมีแฟลชติดตัวกล้องให้ด้วย
1.3 กล้องถ่ายภาพ 35 มม. Compact กล้องชนิดนี้ใช้ฟิล์มขนาด 35 มม.
เป็นกล้องระบบมองภาพโดยตรงจากช่องมองภาพ รูปร่างกะทัดรัด น้ำหนักเบา
มีความคล่องตัวในการใช้งาน ปรับระยะชัดได้ 3 ระดับ
เลนส์เป็นเลนส์มุมกว้าง ไม่สามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ ระบบการทำงานของกล้องชนิดนี้ส่วนใหญ่เป็นแบบอัตโนมัติทั้งหมด
ปัจจุบันมีการพัฒนา มีการใช้เลนส์ซูม ปรับความชัดอัตโนมัติ สามารถบันทึกวัน เวลาและถ่ายภาพซ้อนได้
กล้องชนิดนี้ใช้ฟิล์มขนาด 35 มม. นับว่าเป็นกล้องที่นิยมใช้กันแพร่หลายมากที่สุดทั้งมือสมัครเล่นถึงมืออาชีพ
สามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ให้เหมาะกับการใช้งานได้ และเลือกใช้อุปกรณ์เสริมได้อย่างกว้างขวาง
มีระบบการมองภาพสัมพันธ์กับการปรับระยะความชัดของเลนส์ทุกขนาด มีเครื่องวัดแสงในตัว
ภาพที่เห็นจากช่องมองภาพเหมือนกับมุมการรับภาพจากเลนส์เมื่อมองที่ช่องมอง ภาพ แสงจะสะท้อนจากวัตถุผ่านเลนส์เข้าสู่กระจกเงาภายในที่วางทำมุม
45 องศากับแกนของเลนส์ สะท้อนภาพผ่านไปยังปริซึม 5 เหลี่ยมของกล้อง แล้วหักเหแสงสะท้อนออกมาทางช่องมองภาพ เมื่อขึ้นชัตเตอร์แล้วกดชัตเตอร์เพื่อบันทึกภาพ
กระจกสะท้อนภาพจะกระดกขึ้นปล่อยให้แสงที่สะท้อนผ่านเลนส์ ผ่านชัตเตอร์ซึ่งเปิดและปิดตามระยะเวลาที่กำหนด
ภาพที่จะถูกบันทึกลงบนฟิล์ม จากนั้นกระจกสะท้อนภาพที่จะกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิม
กล้องสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยว 35 มม. มี้ มีกลไกและระบบไฟฟ้าซับซ้อนเทคโนโลยีก้าวหน้า
จึงทำให้กล้องมีระบบการทำงานที่ใช้งานได้ง่าย มีประสิทธิภาพสูง มีอุปกรณ์ต่อ พ่วง เสริมมากมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการถ่ายภาพ
ในปัจจุบันมีระบบการวัดแสงรวมอยู่ในตัวกล้อง การแสดงผลในช่องมองภาพมีทั้งระบบบอกความเหมาะสมพอดีของแสงด้วยเข็ม
สัญญาณตัวเลข หรือจุดสัญญาณไฟฟ้า (LCD) บนตัวกล้อง
มีความแสดงผลในระบบ LCD ภาพกราฟฟิค
ข้อมูลแสดงถึงระบบอัตโนมัติต่างๆ ของการถ่ายภาพกราฟฟิค ข้อมูลแสดงถึงระบบอัตโนมัติต่างๆ
ของการถ่ายภาพ กล้อง 35 ใ. แบบสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยวมีอยู่ 4
ระบบ คือ
2.1.1 ระบบกลไก (Manual) การทำงานหรือเครื่องกลไกของกล้องผู้ถ่านจะต้องเลือกปรับรูรับแสง
ความเร็วชัตเตอร์ รวมทั้งการปรับระยะชัดเอง โดยมีเครื่องวัดแสงผ่านเลนส์ กล้องชนิดนี้จึงเป็นกล้องชนิดธรรมดาที่มีความทนทาน
2.1.2 ระบบปรับความเร็วชัตเตอร์อัตโนมัติ (Aperture Priority) เป็นระบบที่ผู้ถ่านภาพเลือกปรับขนาดรูรับแสงเองตามจุดประสงค์ที่ผู้ถ่านต้อง
การ และกล้องจะเลือกปรับความเร็วชัตเตอร์ให้สัมพันธ์กันโดยอัตโนมัติเพื่อรับแสง ได้เหมาะสมพอดี
ระบบปรับความเร็วอัตโนมัตินี้จะต้องปรับระบบไปที่ AV หรือ A
ระบบนี้ให้ผลดีสำหรับงานที่ต้องการควบคุมระยะชัดของภาพ
2.1.3 ระบบปรับขนาดรูรับแสงอัตโนมัติ (Shutter Priority) เป็นระบบที่ผู้ถ่านเลือกปรับความเร็วชัตเตอร์เองตามต้องการ แล้วกล้องจะเลือกปรับขนาดรูรับแสงให้สัมพันธ์กันเพื่อการรับแสงที่พอดี
การใช้งานในระบบนี้จะต้องปรับระบบไปที่ TV หรือ S ระบบนี้ให้ผลดีสำหรับงานที่ต้องการควบคุมความเร็วหรือการเคลื่อนไหวของวัตถุ
ที่ถ่าย
2.1.4 ระบบโปรแกรมสัมพันธ์อัตโนมัติ (Programmed) ระบบ P เป็นระบบที่กล้องจะเลือกปรับโดยอัตโนมัติ ทั้งความเร็วชัตเตอร์และขาดรูรับแสง
กล้องจะปรับแสงให้เหมาะสมพอดีตามสภาพแสง เป็นระบบที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะสะดวกต่อการใช้งาน
กล้องถ่ายภาพบางรุ่นจะมีระบบรวมอยู่หลายระบบเรียกว่า Multi mode คือ มีทั้งระบบกลไก ระบบปรับความเร็วชัตเตอร์อัตโนมัติ ระบบปรับรูรับแสงอัตโนมัติ
และระบบโปรแกรมอัตโนมัติรวมอยู่ด้วย
2.2 กล้องสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยวขนาด 120 เป็นกล้องขนาดกลาง
(Medium Format) ระบบการทำงานใกล้เคียงกับกล้องถ่ายภาพ 35
มม. ต่างกันที่รูปร่างและใช้ฟิล์มขนาดใหญ่กว่าใช้ฟิล์มขนาด 120
หรือ 220 มีขนาดพื้นที่ฟิล์ม 4.5×6 ซ.ม. 6×6 ซ.ม. 6×7 ซ.ม. และ 6×9
ซ.ม. ระบบการมองภาพมีทั้งระบบการมองภาพระดับสายตาและระบบการมองภาพระดับเอว
หรือมองจากด้านบน กล้อง 120 สามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ ถอดเปลี่ยนแม็กกาซีนบรรจุฟิล์มชนิดและขนาดต่างๆ
กันได้ เช่น ฟิล์มเนกาตีฟสี, ฟิล์มเนกาตีฟขาว-ดำ
หรือฟิล์มสไลด์ ที่นิยมใช้กันอย่างหนึ่ง คือ แม็กกาซีนสำหรับใส่ฟิล์มโพราลอยด์ สามารถดูภาพได้ทันทีเพื่อตรวจสอบการจัดองค์ประกอบและการจัดแสงก่อนถ่ายด้วย
ฟิล์มที่ต้องการ


3. กล้องสะท้อนภาพเลนส์คู่ (Twin-Lens Reflex) เป็นกล้อง ขนาดกลางที่นิยมมากในช่วงระยะหนึ่ง
ใช้ฟิล์มขนาด 120 ให้พื้นที่ภาพ 6×6
ซ.ม. เป็นกล้องที่มีเลนส์ 2 เลนส์ มีขนาดความยาวโฟกัสเท่ากันและมีมุมรับภาพเท่ากัน
เลนส์ตัวบนใช้สำหรับมองภาพ เลนส์ตัวล่างทำหน้าที่รับแสงสะท้อนภาพผ่านรูรับแสงเข้าสู่ฟิล์มเพื่อบันทึก
ภาพ ปัจจุบันได้หันมานิยมใช้กล้อง 120 SLR แทน

4. กล้องแบบเทคนิค (The Technical Camera) เป็น กล้องขนาดใหญ่ (Large Format) มีชื่อเรียกตามประโยชน์ใช้สอย กล้องหนังสือพิมพ์ Press Type Camera หรือกล้องถ่ายวิว View
Camera ใช้สำหรับช่างภาพอาชีพ ใช้ได้ทั้งฟิล์มม้วนและฟิล์มแผ่นที่พิเศษกว่ากล้องชนิดอื่นก็คือ
ด้านหน้ากล้องมกระโปรงยืด และมีกลไกให้เลนส์เอียงมุมรับภาพ และปรับเส้นเอียงจากสิ่งก่อสร้างให้ได้ภาพเป็นเส้นฉากได้ตามต้องการ
คุณสมบัติพิเศษของกล้องแบบเทคนิค
1. ใช้ฟิล์มได้หลายขนาดทั้งฟิล์มม้วนและฟิล์มแผ่น
2. เปลี่ยนเลนส์ได้หลายขนาด
3. มีชัตเตอร์ 2 แบบให้เลือก คือ ชัตเตอร์หน้าแบบชัตเตอร์แผ่น (Leaf-Shutter) และชัตเตอร์หลังแบบชัตเตอร์ม่าน (Focal-Plane Shutter)
4. ปรับแก้ภาพที่บิดเบือนเกี่ยวกับการถ่ายภาพสถาปัตยกรรม แก้เส้นเอียง เส้นตั้ง ได้ตามต้องการ
5. ใช้ถ่ายได้ทั้งในและนอกสถานที่

5. กล้องถ่ายภาพสำเร็จรูป (Instant Camera) เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อใช้ถ่ายภาพที่ต้องการได้ทันที มีกล้องโพราลอยด์เป็นรุ่นแรก ภาพที่เกิดจากกล้องโพราลอยด์เป็นลักษณะของการพิมพ์ภาพง่าย
ๆ ผ่านเนกาตีฟ และกระดาษอัดภาพพร้อมถุงน้ำยารวมอยู่ด้วยกัน
คือ เมื่อถ่ายภาพแล้วจะทำหน้าที่ล้างอัดภาพไปในตัว ส่วนใหญ่ใช้เพื่อตรวจสอบองค์ประกอบของภาพ
และทิศทางการวัดแสงก่อนถ่ายภาพจริง

6. กล้องดิจิตอล (Digital Camera) ในจุดข้อมูลข่าวสาร กล้องได้พัฒนารวดเร็วใช้เทคโนโลยีสูง การบันทึกภาพในระบบดิจิตอลเข้ามามีบทบาทต่อสังคมโลก การบันทึกข้อมูลภาพในหน่วยความจำลงบนการ์ด
แผ่นดิสก์ แผ่นฟิล์ม การใช้งานผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ Software โปรแกรมตกแต่สามารถเพิ่มเติมภาพจากเครื่อง แก้ไขภาพได้ตามต้องการ จากนั้นก็สามารถ
Print ภาพจากเครื่อง Printer หรือถ้าจะพิมพ์ผ่านกระบวนการพิมพ์
Off-Set ก็นำข้อมูลภาพผ่านเครื่อง Image Setter
เพื่อทำเพลทและนำเข้าสู่กระบวนการพิมพ์ต่อไป หรืออาจส่งสัญญาณไปยงสถานที่ต่าง
ๆ ทางสายโทรศัพท์ได้ทั่วโลก


7. กล้องถ่ายภาพสำหรับวัตถุประสงค์พิเศษ นอกจากกล้องถ่านภาพชนิดต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้ว ยังมีกล้องถ่ายภาพแบบอื่น ๆ อีก ซึ่งผลิตขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษต่าง ๆ นอกเหนือไปจากการถ่ายภาพทั่วไป
บางชนิดต้องใช้ฟิล์มพิเศษเฉพาะกล้องชนิดนั้น ๆ เช่น กล้องถ่ายภาพใต้น้ำ กล้องพานอรามา
กล้องถ่ายภาพสเตริโอ กล้องหมุน เป็นต้น

Tags:
© 2012 Created by pitakchai.
