"ชาวบ้านเขาแก้ว" เมืองเลยสุดทน ขรก.สมคบนายทุนชั่วแอบขุดแร่เถื่อน (ข่าว)

พื้นที่ ป่าภูเขาแก้ว ในเขตอ.เชียงคาน จ.เลย ถูกนายทุนสมคบข้าราชการชั่ว บุกรุกตัดไม้ทำลายป่า เพื่อหวังขุดเอาแร่ใต้ดินจำนวนมากโดยไม่ผ่านการขอประทานบัตร

ชาวบ้านตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย สุดทนพฤติกรรมนายทุนสมคบข้าราชการชั่ว ปล่อยให้นายทุนทำลายป่าภูเขาแก้ว ทั้งใช้โครงการปลูกชาบังหน้า หวังเปิดโอกาสให้นายทุนขุดแร่เหล็กจำนวนมหาศาล โดยไม่ผ่านการขอประทานบัตร ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เร่งสอบสวน ชี้หากพบมีมูลความผิดให้ลงโทษทั้งข้าราชการและนายทุนชั่ว

นายลำพู แสงทอง แกนนำชาวบ้านตำบลเข้าแก้ว อ.เชียงคาน จ.เลย เปิดเผยว่า มีกลุ่มนายทุนทั้งในจังหวัดเลยและต่างจังหวัด รวมถึงนายทุนต่างชาติ ได้เข้ามากว้านซื้อที่ดินทั้งที่อยู่ในการครอบครองของชาวบ้าน และพื้นที่สาธารณะตามไหล่เขา บริเวณป่าภูเขาแก้ว โดยพื้นที่ฟากหนึ่งอยู่ในท้องที่ตำบลเขาแก้ว อ.เชียงคาน จ.เลย และอีกส่วนหนึ่งอยู่ในท้องที่ตำบลบุฮม อ.เชียงคาน จ.เลย

โดยกลุ่มนายทุนเข้าตัดต้นไม้ นำเครื่องจักรเข้าไปขุดแร่เหล็ก ทั้งที่ยังไม่ได้รับ ประทานบัตร ซึ่งเป็นการขุดแร่เถื่อน และขนแร่ออกจากแหล่งขุดโดยใช้รถบรรทุกผ่านถนนในหมู่บ้านทั้งกลางวันและกลาง คืน สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านมาก

ชาวบ้านจึงต้องออกมาชุมนุมประท้วงหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงคาน เมื่อ 22 มกราคม 52 และยื่นเรื่องต่อนายอำเภอเชียงคาน ให้ดำเนินการแก้ปัญหา จนเหมืองแร่เถื่อนถูกสั่งปิดไปในระยะเวลาหนึ่ง

ต่อมากลุ่มนายทุนดังกล่าวได้เปลี่ยนจากการขุดแร่มาตัดโค่นต้นไม้ ทำลายป่า นำต้นไม้ใหญ่ไปแปรรูป ส่วนต้นไม้ขนาดเล็กใช้น้ำมันราดจุดไฟเผาทิ้ง บางส่วนได้ขยายหน้าดินบุกรุกทั้งในส่วนที่ดินของชาวบ้านที่ทำกินอยู่ และบุกรุกพื้นที่สาธารณะประโยชน์ที่ชาวบ้านใช้ร่วมกันมานาน

ทั้ง นี้ พื้นที่สาธารณประโยชน์ดังกล่าว มีความสำคัญเป็นแหล่งอาหารธรรมชาติของชุมชน เป็นที่ทั้งสำนักสงฆ์ถ้ำเม่น และเป็นป่าต้นน้ำลำน้ำเสี้ยว แหล่งน้ำสำคัญที่ชาวตำบลเขาแก้ว และตำบลบุฮม อ.เชียงคาน ใช้เป็นแหล่งน้ำอุปโภคบริโภค ทำการเกษตรและเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ปัจจุบันแหล่งน้ำดังกล่าวแห้งเหือด ไม่เพียงพอต่อการเกษตรกรรรม

นาย ลำพูนกล่าวอีกว่า จากปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว ชาวบ้านได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับอำเภอและ ระดับจังหวัดหลายครั้ง แต่ไม่ได้ความสนใจจากหน่วยงานรัฐเข้าแก้ปัญหา แต่กลับไปสนับสนุนกลุ่มนายทุนดำเนินโครงการซ่อนเร้นปิดบังอำเภอพรางด้วยการ ปลูกชา

เชื่อได้ว่ากลุ่มนายทุนมีเจตนาสำคัญต้องการแร่ใต้ดิน ซึ่งมีปริมาณมากตามที่ได้มีการสำรวจไว้ และเป็นไปได้สูงว่าข้าราชการบางคนละเลยการปฎิบัติหน้าที่ ไม่ดำเนินการจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิด ซ้ำยังให้ความร่วมมือกับนายทุนในการตัดต้นไม้ทำลายป่า จึงเชื่อได้ว่ามีผลประโยชน์ร่วมกับนายุทนด้วย

“กลุ่ม ชาวบ้านได้เข้าชื่อ ยื่นหนังสือร้องเรียนให้ยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางมาตรวจสอบด่วนในทางลับ ไม่ให้เจ้าหน้าที่ข้าราชการในพื้นที่ได้รับทราบ เพราะชาวบ้านไม่เชื่อถือ โดยเฉพาเจ้าหน้าที่ตำรวจ และให้ตรวจสอบโครงการปลูกชาในพื้นที่ดังกล่าวที่สนับสนุนโดยผู้ว่าราชการ จังหวัดว่าอยู่ในพื้นที่ชอบด้วยกฏหมายหรือไม่” นายลำพูน กล่าวและว่า

ทั้งได้เรียกร้องให้โยกย้ายข้าราชการที่เกี่ยวข้องออกนอกพื้นที่โดย เร็ว เมื่อตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ากระทำผิด พร้อมทั้งให้ลงโทษข้าราชการที่พิสูจน์ว่ามีความผิดจริง และดำเนินคดีกับกลุ่มนายทุนที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด

หนึ่งในร่องรอยการขุดเหมืองแร่

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 พฤษภาคม 2552 13:46 น.

Tags: ขรก.สมคบนายทุนชั่วแอบขุดแร่เถื่อน, ชาวบ้านเขาแก้ว, เมืองเลยสุดทน

Views: 123

Replies to This Discussion

นายอำเภอฯเลยสั่งสนธิกำลังในพื้นที่จับรถขนแร่เหล็กเถื่อน
เนชั่นทันข่าว..30 มค. 2552 18:37 น.

นายเริงชัย ไชยวัฒน์ นายอำเภอเชียงคาน ได้รับหนังสือร้องเรียนจากราษฎร ต.เขาแก้ว ต.นาซ่าว และ ต.เชียงคาน จ.เลย ว่าได้มีกลุ่มผู้ประกอบการเหมืองแร่ บริเวณบ้านโสกเก่า ได้ใช้รถบรรทุกขนแร่วิ่งผ่านถนน เพื่อการเกษตรและถนนคอนกรีตในหมู่บ้านจนเกิดการชำรุดเสียหาย มีฝุ่นละออง เกิดความไม่ปลอดภัยในการจราจร นายอำเภอเชียงคาน จึงได้สั่งการให้หน่วยกำลังในพื้นที่ร่วมจับกุม ซึ่งได้ตรวจสอบติดตามสกัดกั้นไม่ให้มีการขนแร่ผ่านในเส้นทางดังกล่าว
โดยเมื่อวันที่ 29 ม.ค.52 เวลาประมาณ 17.30 น. เจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอเชียงคาน, ตำรวจน้ำ อำเภอเชียงคาน, ตชด.246 เชียงคาน, และ ตำรวจภูธรอำเภอเชียงคาน ได้สนธิกำลังจับกุมผู้ต้องหาได้หลายคน ประกอบด้วย 1.นายสุมิตร พิลาทา อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/1 ม. 1 ต.เขาแก้ว อ.เชียงคาน จ.เลย พร้อมรถยนต์บรรทุกยี่ห้อ โตโยต้า สีบอร์น หมายเลขทะเบียน น 3989 เลย พร้อมแร่เหล็กเต็มกระบะบรรทุก น้ำหนักประมาณ 2,000 กก. โดยได้แสดงหลักฐานใบขออนุญาตเหมืองแร่ ใบอนุญาตเลขที่ 16/2552 ออกให้แก่ น.ส.วิรัช ปรุงกลิ่น ซึ่งออกโดยอุตสาหกรรมจังหวัดเลยอนุญาตให้ขนแร่ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2551 - 20 มกราคม 2552
2.นายถาวร แก้วอุ่น อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/1 ม.4 ต.ปากชม อ.ปากชม จ.เลย พร้อมรถยนต์บรรทุกยี่ห้อ อีซูซุ แคป สีบอร์น หมายเลขทะเบียน บฉ 2863 เลย พร้อมแร่เหล็กเต็มกระบะบรรทุก น้ำหนักประมาณ 2,000 กก. โดยได้แสดงหลักฐานใบขออนุญาตเหมืองแร่ ใบอนุญาตเลขที่ 16/2552 ออกให้แก่ น.ส.อรกานต์ เชยนาค ซึ่งออกโดยอุตสาหกรรมจังหวัดเลยอนุญาตให้ขนแร่ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม - 27 มกราคม 2552
3.นายประยูร อาจทอง อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 ม.1 ต.เขาแก้ว อ.เชียงคาน จ.เลย พร้อมรถยนต์บรรทุกยี่ห้อ อีซูซุ สีฟ้า หมายเลขทะเบียน 80-6473 เลย พร้อมแร่เหล็กเต็มกระบะบรรทุก น้ำหนักประมาณ 3,000 กก. โดยได้แสดงหลักฐานใบขออนุญาตเหมืองแร่ ใบอนุญาตเลขที่ 16/2552 ออกให้แก่ น.ส.อรกานต์ เชยนาค ซึ่งออกโดยอุตสาหกรรมจังหวัดเลยอนุญาตให้ขนแร่ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม - 27 มกราคม 2552
4.นายคำหมุน คำนธชัย อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 102 ม.2 ต.หนองแวง อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี พร้อมรถยนต์บรรทุกยี่ห้อ โตโยต้า สีขาว ตอนเดียว หมายเลขทะเบียน บร 1395 อุดรธานี พร้อมแร่เหล็กเต็มกระบะบรรทุก น้ำหนักประมาณ 2,000 กก. โดยได้แสดงหลักฐานใบขออนุญาตเหมืองแร่ ใบอนุญาตเลขที่ 16/2552 ออกให้แก่ น.ส.อรกานต์ เชยนาค ซึ่งออกโดยอุตสาหกรรมจังหวัดเลยอนุญาตให้ขนแร่ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม - 27 มกราคม 2552
และ 5.นายสันทัศน์ ท่าน้ำ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66 ม.1 ต.เขาแก้ว อ.เชียงคาน จ.เลย พร้อมรถยนต์บรรทุกยี่ห้อ อีซูซุ สีฟ้า หมายเลขทะเบียน 80-4406 เลย พร้อมแร่เหล็กเต็มกระบะบรรทุก น้ำหนักประมาณ 3,000 กก. โดยได้แสดงหลักฐานใบขออนุญาตเหมืองแร่ ใบอนุญาตเลขที่ 16/2552 ออกให้แก่ น.ส.อรกานต์ เชยนาค ซึ่งออกโดยอุตสาหกรรมจังหวัดเลยอนุญาตให้ขนแร่ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม - 27 มกราคม 2552
ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 5 คน จับกุมได้ที่บริเวณ ทางหลวงชนบทสายนาบอน-เขาแก้ว ระหว่างบ้านโพนและบ้านนาบอน ห่างจากสามแยกบ้านนาบอนเข้าไปทางบ้านโพนประมาณ 500 เมตร ซึ่งทั้งหมดให้การว่าพวกตนรับจ้างขนแร่ดังกล่าวจากนายแหวน ไม่ทราบนามสกุล จากลานพักแร่บ้านกำนันเก่า ต.เขาแก้ว ไปยังลานพักแร่บ้านใหม่ศาลาเฟือง โดยได้รับค่าจ้างขนแร่ในราคา 130 บาท/ตัน ซึ่งเป็นการรับจ้างขนครั้งแรก
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันมีสินแร่เหล็กไว้ในครอบครองเกินกว่า 2 กก. โดยไม่ได้รับอนุญาต 2. ลักลอบขนสินแร่เหล็กโดยไม่มีใบอนุญาตขนแร่ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 พร้อมได้นำผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงาน สภ.เชียงคาน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


นายอำเภอเชียงคาน อส.-ตชด.เชียงคาน สนธิกำลังดักจับรถขนแร่เหล็กเถื่อน น้ำหนักกว่า 18 ตัน จับกุมได้เฉพาะคนงานรับจ้างคน 5 คน ส่วนเจ้าของรอดไปได้ตามเคย


เมื่อเวลาประมาณ 09.45 น.วันนี้ (30 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเชียงคาน จ.เลย และเจ้าหน้าที่จากกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน 246 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำเชียงคานกว่า 20 นาย นำโดย นายเริงชัย ไชยวัฒน์ นายอำเภอเชียงคาน ตั้งด่านจับกุมรถบรรทุกแร่เหล็กโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่บริเวณสามแยกบ้านนาบอน ถนนเลย-เชียงคาน ต.นาซ่าว อ.เชียงคาน จ.เลย

ทั้งนี้ สามารถจับกุมผู้ต้องหา 5 คน เป็นโชเฟอร์ขับรถ ประกอบด้วย นายคำหมุน คันธชัย อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 102 หมู่ 2 ต.หนองแวง อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี, นายประยูร อาจทอง อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 1 ต.เขาแก้ว อ.เชียงคาน จ.เลย, นายถาวร แก้วอุ่น อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/1 หมู่ 4 ต.ปากชม อ.ปากชม จ.เลย, นายสุมิตร พิลาทา อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/1 ต.เขาแก้ว อ.เชียงคาน จ.เลย และนายสันทัด ท่าน้ำ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ 1 ต.เขาแก้ว อ.เชียงคาน จ.เลย พร้อมด้วยของกลางเป็นรถอิซูซุ รุ่นเอล 2 คัน รถกระบะโตโยต้า 3 คัน และแร่เหล็กน้ำหนักรวมประมาณ 18 ตัน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อกล่าวหา มีสินแร่เหล็กไว้ในครอบครองเกินกว่า 2 กิโลกรัม โดยไม่ได้รับอนุญาต และขนแร่เหล็กโดยไม่ได้รับใบอนุญาต

ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ต่างให้การว่า ได้รับว่าจ้างจากนายทุนชื่อเฮียแหวน และนางฮันนี่ แต่ไม่ทราบว่ามีบริษัทใดเป็นเจ้าของเหมืองแร่ที่แท้จริง ให้ไปขนแร่เหล็กจากเหมืองที่หมู่บ้านโสกเก่า ต.เขาแก้ว นำไปส่งที่ร้านรับซื้อแร่ที่บ้านใหม่ศาลาเฟือง ต.นาซ่าว อ.เชียงคาน โดยได้รับค่าจ้างตันละ 130 บาท ไม่ทราบว่าเป็นแร่เถื่อน

สำหรับการจับกุมดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2552 ชาวบ้านโสกเก่า ต.เขาแก้ว อ.เชียงคาน เดินทางมาชุมนุมประท้วงหน้าที่ว่าการอำเภอ กรณีได้รับความเดือดร้อนจากรถบรรทุกขนแร่เหล็กผ่านหมู่บ้าน และเรียกร้องให้ปิดเหมืองแร่เหล็กดังกล่าวด้วย ซึ่งในระหว่างการชุมนุมประท้วง ได้มีตัวแทนจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเลยเดินทางมาพบชาวบ้าน โดยยืนยันว่าผู้ประกอบการเหมืองแร่เหล็กในพื้นที่บ้านโสกเก่า ไม่ได้รับประทานบัตรถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมกับจะเข้าไปดำเนินการปิดเหมืองทันที

หลังจากการร้องเรียนของกลุ่มชาวบ้าน ผู้ประกอบการยังขุดและขนแร่ตามปกติ จนกระทั่งมีการจับกุมดังกล่าว ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เชียงคานเข้าร่วมแต่อย่างใด

ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 มกราคม 2552 15:38 น.
ยึดแบ็คโฮ ลักลอบตัดถนนผ่านป่าสงวนทำเหมืองแร่เถื่อน
เนชั่นทันข่าว 6 พค. 2552 17:52 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเริงชัย ไชยวัฒน์ นายอำเภอเชียงคาน จ.เลย ได้รับการร้องเรียนจากราษฎร บ้านเขาแก้ว ต.เขาแก้ว อ.เชียงคาน ว่า มีนายทุนทำเหมืองแร่ นำรถแบ็คโฮเข้าไปตัดถนน โดยรุกเข้าไปเขตป่าสงวน ป่าเขาแก้ว-ดงปากชม มีการตัดถนนทั้งวันทั้งคืน ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านที่สัญจรไปมาเป็นอย่างยิ่ง
ต่อมาเมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 6 พ.ค.นายเริงชัย ได้มอบหมายให้ นายวสันต์ ศรีสว่าง ปลัดป้องกัน อ.เชียงคาน พร้อมกำลัง อส. ร่วมกับ นายวีระชัย แบนขุนทด นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ 13 เลย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม จ.เลย และกำลังทหารพราน โดยมี ร.อ.อนุชิต อุดมทรัพย์ ผบ.ร้อย หัวหน้าชุด ทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 อ.เชียงคาน ร่วมกันออกตรวจสอบ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุบริเวณพื้นที่บ้านโนนสว่าง ต.เชียงคาน พบรถแบ็คโฮ จำนวน 2 คัน จอดเข้าไปในเขตป่าห่างจากถนน 40 เมตร ระหว่างที่เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าจับกุม คนขับรถแบ็คโอเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้วิ่งหนีเข้าป่าไป โดยจากการตรวจสอบพบว่ามีการแพ้วถางทางเข้าไปในเขตป่าสงวนฯ กินพื้นที่ราว 3 งานเศษ เพื่อตัดเป็นถนนลำเลียงแร่เหล็กที่ขุดได้อย่างยากลำบาก เพราะเป็นพื้นที่สูงชัน และตรวจสอบรถแบ็คโฮทั้ง 2 คัน ไม่มีป้ายทะเบียน และมีใครแสดงเป็นเจ้าของ
เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดและนำส่ง พ.ต.ท.วิฑูรย์ เทียงคาม พนักงานสอบสวน สภ.เชียงคาน พร้อมกับเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของรถฯ ในข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 ร่วมกันก่น สร้างทาง แผ้วถาง เผาป่า หรือเข้ายึดครอบครอง เพื่อตนเอง หรือผู้อื่น กระทำการใด อันเป็นการทำลายป่าพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 ร่วมกันยึดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ก่นสร้าง เป็นการทำลายป่าสงวนแห่งชาติ

RSS

รวมมิตรของเชียงคาน

ที่พักแนะนำ

instagram update

© 2012   Created by pitakchai.

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service