ชาวเชียงคานค้านนายทุนเปิดเหมืองแร่เหล็ก ย้ำรัฐปิดบังข้อมูล (ข่าว)

ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤศจิกายน 2551 15:59 น.

ชาวบ้านตำบลเชียงคาน บุกยื่นหนังสืออุตสาหกรรมจังหวัด ค้านการอนุมัติประทานบัตรทำเหมืองแร่บนพื้นที่สาธารณะ หวั่นไม่ปลอดภัยจากผลกระทบสิ่งแวดล้อม เผยทางการพยายามปิดบังข้อมูล ไม่แจงแผนงานโครงการ-ความปลอดภัยสุขภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 11.00 น.วันนี้ (19 พ.ย.) ได้มีตัวแทนชาวบ้านจากตำบลเชียงคาน จ.เลย ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือคัดค้านการขอประทานบัตรเหมืองแร่เหล็ก บริเวณป่าสาธารณประโยชน์ ป่าภูเหล็ก ต่ออุตสาหกรรมจังหวัดเลย

นายกัญจน์ วงศ์อาจ หนึ่งในตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า ตามที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเลย ได้ประกาศคำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ บริเวณพื้นที่สาธารณะประโยชน์ภูเหล็ก ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตามระดับชั้นได้แจ้งให้ทราบ พวกตนซึ่งเป็นชาวบ้านที่อาจได้รับผลกระทบจาการทำเหมืองแร่ จึงได้ใช้สิทธิ์เข้ายื่นคำร้องคัดค้านการขอประทานบัตรเหมืองแร่ในแปลงที่ดิน ดังกล่าว

ทั้งนี้ พวกตนมีที่ดินทำกินเป็นที่นาและที่สวนโดยรอบพื้นที่สัมปทานทุกทิศทาง มีขอบเขตเป็นพื้นที่ติดต่อกันกับแปลงขอประทานบัตร เมื่อพิจารณาจากบทเรียนที่มีผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ในพื้นที่อื่นๆ ชาวบ้านล้วนแล้วแต่ได้รับความเดือดร้อน พวกตนย่อมได้รับผลกระทบโดยตรงและรุนแรงกว่าบุคคลอื่นในพื้นที่ ทั้งจากการใช้พื้นที่ทำมาหากิน การใช้ชีวิตประจำวันและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป

ทั้งจากแร่เหล็กที่ทำให้น้ำเกิดเป็นสนิมเหล็กหรือสารเคมีแฝงอื่นๆ การทับถมพื้นที่ทำกินจากการพังทลายของดิน ระบบนิเวศที่เสียไปจากการทำลายหน้าดิน ทำลายหน้าดิน

นายกัญจน์ กล่าวอีกว่า ลักษณะของพื้นที่ขอประทานบัตรแม้มิได้ทับทางน้ำแต่เป็นพื้นที่ชั้นบนที่อยู่ ชิดติดกันชนิดแยกไม่ออก และเมื่อมีการขุดตักทำเหมืองเต็มพื้นที่ การไหลบ่าทับถมของตะกอนดิน การพังทลายย่อมปิดทับทางน้ำอย่างแน่นอนหรืออาจทำให้เปลี่ยนทางไหลของน้ำ ประการสำคัญคือ พื้นที่ประทานบัตรตั้งอยู่ระหว่างตอนกลางที่มีทางไหลของน้ำได้ไหลสู่ห้วย ทรายใหญ่และห้วยน้ำฮวยโดยตรงและไหลลงแม่น้ำโขง ชาวบ้านจึงจะได้รับผลกระทบทั้งความไม่แน่นอนของสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป

รวมถึงผลกระทบทางสภาพแวดล้อมอื่นๆ ที่ไม่มีใครที่ไม่มีใครยืนยันและรับรองในระยะยาวได้ เนื่องจากเส้นทางที่สายน้ำทั้งสองไหลผ่านล้วนเป็นพื้นที่เกษตรกรรมหล่อ เลี้ยงผู้คนในตำบลเชียงคาน

ที่ผ่านมา ยังไม่มีหน่วยงานใดของรัฐมาให้ข้อมูลยืนยันรับรองถึงความปลอดภัยของผลกระทบ ทางสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่เหล็ก หรือผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ และไม่มีการรับรองถึงคุณภาพชีวิตที่มีอยู่อย่างปกติสุขเช่นเดิม

นอกจากนี้ ปัญหาด้านการขนย้ายแร่ออกจากพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบทั้งจากเสียงและควันจากรถบรรทุกขนาดใหญ่ ฝุ่นฟุ้งกระจายจากการขุดตักหรือการขนย้าย พื้นถนนชำรุดเป็นอันตรายในการสัญจร โดยเฉพาะผู้ที่ทำมาหากินอยู่ในพื้นที่ทำเหมืองล้วนเป็นราษฎรที่อาศัยในเขต เทศบาลตำบลเชียงคาน ซึ่งเป็นเส้นทางที่รถบรรทุกแล่นผ่านเส้นทางหลักของชุมชน

“พวกตนจึงต้องมายื่นหนังสือคัดค้าน เพื่อให้ทางราชการตัดสินใจให้รอบคอบและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่าง ทั่วถึง” นายกัญจน์ กล่าว

นายกัญจน์ วงศ์อาจ หนึ่งในตัวแทนชาวที่เข้ายื่นคัดค้านการประทานบัตรเหมืองแร่ของนายทุน

Tags: (ข่าว), ชาวเชียงคานค้านนายทุนเปิดเหมืองแร่เหล็ก, ย้ำรัฐปิดบังข้อมูล

Views: 52

Replies to This Discussion

เนชั่นทันข่าว 22 มค. 2552 16:22 น.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 ม.ค. 52 ชาวบ้านกว่า 200 คน จากบ้านโสกเก่า บ้านโสกใหม่ ตำบลเขาแก้ว บ้านโพน ต.นาซ่าว และบ้านโนนสว่าง ต.เชียงคาน อ.เชียงคาน จ.เลย โดยการนำของนายทองพูน แสงทอง และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้เดินทางไปรวมตัวกันที่หน้าที่ว่าการอำเภอเชียงคาน เพื่อยื่นหนังสือร้องต่อนายเริงชัย ไชยวัฒน์ อำเภอเชียงคาน และ พ.ต.อ.อดุลย์ รัตนจันทร์ ผกก.สภ.เชียงคาน ว่ามีนายทุนร่วมมือกับผู้มีอิทธิพลในหมู่บ้าน ทำการขุดแร่และขนย้ายแร่ผ่านถนนในหมู่บ้านดังกล่าว ทำให้ถนนเพื่อการเกษตร ถนน คสล.ในหมู่บ้าน ถนนเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านได้รับความเสียหาย เป็นหลุมเป็นบ่อเกิดฝุ่นละออง รถบรรทุกเสียงดังสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านบ้าน
ในขณะเดียวกันได้มีนายทุนและผู้มีอิทธิพลได้พูดจาข่มขู่ชาวบ้าน ห้ามขัดขวางการกระทำของพวกตน ไม่เช่นนั้นจะไม่รับรองความปลอดภัย ชาวบ้านจึงได้พร้อมใจกันเดินขบวนเข้ามาร้องเรียนดังกล่าว พร้อมได้แจ้งความให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว พร้อมยื่นข้อร้องเรียน 4 ข้อคือ 1. ให้ปิดเหมืองและหยุดการขนย้ายหรือดำเนินการใดๆ ที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อหมู่บ้านและชุมชนโดยสิ้นเชิง, 2. ให้กลุ่มนายทุน ซ่อมแซม ถนน คสล.ในหมู่บ้านระยะทางยาวกว่า 500 เมตร และถนน เพื่อการเกษตรระยะทางยาวประมาณ 5 กิโลเมตร ที่ชำรุดให้อยู่ในสภาพเดิม, 3. ให้ทางอำเภอจัดเจ้าหน้าที่ไปร่วมตรวจสอบความเสียหายจากการกระทำดังกล่าวร่วม กับคณะกรรมการหมู่บ้าน, และ 4. ให้ทางอำเภอจัดชุดเฝ้าระวังร่วมกับชุมชนเพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำอีก.
นายเริงชัย ไชยวัฒน์ นายอำเภอเชียงคาน รับปากกับชาวบ้านว่าจะได้ดำเนินการตามที่ชาวบ้านเรียกร้อง และในขณะเดียวกันนายนิทัศน์ ธรรมสระ เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเลย ฝ่ายอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ได้กล่าวกับชาวบ้านว่า ตนได้ให้เจ้าของเหมืองแร่หยุดดำเนินการทั้งหมดตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ในเวลาต่อมามีผู้นำหมู่บ้านและชุมชน ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงคาน ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มนายทุนที่ทำการข่มขู่ชาวบ้านและสร้างความเสียหายให้ถนน ส่วนแกนนำผู้หนึ่งได้กล่าวว่า เหมืองดังกล่าว เป็นของผู้หญิงอ้างตัวเองว่าเป็นภรรยาผู้กำกับฝ่ายอำนวยการตำรวจภูธรภาค 4 ขอนแก่น และพวกตนจะรอดูว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีได้ตามที่รับปากได้จริงหรือไม่ จะติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและอุตสาหกรรมจังหวัดต่อไป.
มาเป็นกำลังใจให้คับบ

RSS

รวมมิตรของเชียงคาน

ที่พักแนะนำ

instagram update

© 2012   Created by pitakchai.

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service