ข้อมูลเบื้องต้นโครงการเหมืองทองคำ จังหวัดเลย

1.1 พื้นที่โครงการ
สำนักงานบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 179 หมู่ 3 ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย บริษัทฯ ได้รับอนุญาตประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำจำนวน 6 แปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 1,290 ไร่

1.2 วิธีการทำเหมือง
วิธีการทำเหมืองใช้วิธีเหมืองหาบแบบขั้นบันได โดยทำเหมืองครั้งละ 2.5 เมตร และจะรวบความสูงของแต่ละขั้นบันไดที่ความสูง 10 เมตร ขั้นตอนการทำเหมืองประกอบด้วย
การเจาะเก็บตัวอย่างและการเจาะระเบิด ก่อนจะตักแร่ จะมีการเจาะสำรวจเก็บตัวอย่างเพื่อนำไปวิเคราะห์หาค่าความสมบูรณ์ของแร่ และนำผลวิเคราะห์ไปใช้ในการกำหนดพื้นที่การทำเหมืองตามคำความสมบูรณ์ที่ทางโรงประกอบโลหกรรมต้องการ
การตัด-ขนส่ง เมื่อทราบตำแหน่งของแร่ที่ต้องการ จะใช้รถขุดไฮดรอลิค (Backhoe) ขุดและลำเลียงสินแร่ไปยังโรงประกอบโลหกรรม โดยอาจจะส่งเข้าปากไปโดยตรง หรือจัดเก็บที่บริเวณกองสินแร่

1.3 กรรมวิธีประกอบโลหกรรม
กรรมวิธีในการประกอบโลหกรรมสามารถแบ่งออกเป็น 3 กระบวนการใหญ่ ๆ ได้แก่
วิธีการที่ใช้สารละลายเคมี แล้วแยกโลหะออกมา หรือทำให้โลหะตกตะกอน (HYDROMETALLURGICAL PROCESS)
วิธีการใช้กระแสไฟฟ้า (ELECTRO WINNING PROCESS)
วิธีที่ใช้ความร้อน (PYROMETALLURGICAL PROCESS)

1.4 แร่เชื้อเพลิง และวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบโลหกรรม

วัตถุดิบ หน่วย ปริมาณการใช้ แหล่งที่มา
สินแร่ทองคำ ตัน/วัน 1,000-1,500 พื้นที่ประสานบัตร
LPG GAS ตัน/เดือน 50 ประเทศไทย (ปตท.)
ACTIV ATED CARBON ตัน/เดือน 2 ประเทศศรีลังกา
SODIUM CYANIDE ตัน/เดือน 90 ประเทศออสเตรเลีย
LIME ตัน/เดือน 370 ประเทศไทย
SODIUM METABISULPHITE ตัน/เดือน 300 ประเทศไทย
SODIUM HYDROXIDE ตัน/เดือน 1.5 ประเทศไทย
HYDROCHLORIC ACID ตัน/เดือน 16 ประเทศไทย
1.5 ผลิตภัณฑ์
ปริมาณของโลหะทองคำผสมที่สามารถผลิตได้ต่อวัน สามารถทำได้ประมาณ 2-2.5 กิโลกรัมต่อวัน โดยโลหะผสมที่ผลิตได้จะประกอบด้วยทองคำประมาณร้อยละ 60-70 เงิน งบประมาร้อยละ 5.10 และโลหะอื่น ๆ ประมาณร้อยละ 35-40
1.6 กระบวนการผลิต (PROCESS FLOW)
กระบวนการผลิต แบ่งออกเป็นส่วนได้ 5 กระบวนการ โดยแต่ละกระบวนการเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่อง โดยรายละเอียดของกระบวนการผลิตเป็นดังนี้

1.6.1 การบดย่อยแร่ขั้นต้น (PRLMARY CRUSHING)
สินแร่ที่ได้จากเหมือง จะถูกนำมาลดขนาดโดยใช้เครื่องโม่ขั้นต้น (PRLMARY CRUSHING JAW CRUSHER) สินแร่จะถูกป้อนใส่เครื่องโม่ โดยใช้เครื่องป้อนแร่แบบสั่น (GRIZZLY FEEDER) เครื่องโม่มีขนาด 30”x42” โดยปรับปากโม่ให้มี่ขนาดประมาณ 2-4 นิ้ว จากนั้นสินแร่ จะถูกลำเลียง โดยใช้สายพานลำเลียงและโปรยกอง โดยใช้ STACKER จากนั้นจะใช้รถตัก ตักสินแร่ ที่โปรยกองไว้ลงใน BELT FEEDER และระบบสายพานลำเลียง เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการบดละเอียด ต่อไป ในระหว่างนี้จะมีการปรับ pH ของสินแร่โดยการเดินหินปูนฝุ่น (FINE DUST) เป็นช่วง ๆ

1.6.2 การบดย่อยแร่ขั้นละเอียด (GRINDING)

สินแร่ที่ผ่านการบดขั้นต้น จะถูกลำเลียงโดยระบบสายพานลำเลียง ป้อนเข้าสู่เครื่องบดย่อยละเอียด (SAG MILL) สินแร่ที่ผ่านการบดย่อยขั้นละเอียดแล้วจะมีขนาดกว่า 106 ไมครอน สินแร่ที่ผ่านการบดแล้วจะส่งต่อไปยังเครื่องคัดขนาด (HYDRO CYCLONE) สินแร่ที่มีขนาดใหญ่กว่า 106 ไมครอน (UNDER FLOW) จะถูกนำกลับไปบดใหม่ ส่วนที่มีขนาดเล็กกว่า 106 ไมครอน (OVER FLOW) จะถูกนำเข้าสู่ขบวนการละลายสกัดทองคำ (CARBON IN PULP PLANT) ต่อไป

1.6.3 การละลายและดูดซับแร่ (CARBON IN PULP PLANT)
สินแร่ที่ผ่านการบดละเอียด จนมีขนาดเล็กกว่า 106 ไมครอน ปนกับน้ำ (PULP)โดยมีอัตราส่วน 1:1 จะถูกปั๊มเข้าสู่ถังละลายแร่ง (LEACHING TANK) และใช้เครื่องกวนแร่ (AGITATOR) กวนสินแร่ปนกับน้ำ สินแร่ปนน้ำ (PULP) จะถูกปรับสภาพค่าความเป็นกรดและด่าง โดยการเติมปูนขาว (LIME) ลงไปจนมีค่า pH ประมาณ 10 หรือมากกว่าเล็กน้อย จากนั้นจะเติมสารละลาย SODIUM CYANIDE (NaCN) ลงไปเพื่อละลายทองคำที่อยู่ในสินแร่ปนน้ำ (PULP) และเติมถ่ายกัมมันต์ (ACTIVATED CARBON) เพื่อดูดซับเอา GOLD CYANIDE COMPOUND เอาไว้ที่บริเวณผิว จากนั้น ACTIVATED CARBON จะถูกแยกออกจากสินปนน้ำ (PULP) โดยใช้ตะแกรง

1.6.4 การละลายทองคำออกจาก ACTIVATED CARBON (ELUTION PROCESS)
CARBON ที่อิ่มตัวด้วยทองคำจะถูกส่งไปยังถังชะล้างทองคำ (ELUTION PROCESS) เพื่อทำการล้างสิ่งสกปรกที่ติดมากับถ่านด้วย HYDROCHLORIC ACID 3% ก่อนที่จะทำการชะล้าง ทองคำออกจาก CARBON โดยใช้สารละลาย SODIUM HYDROXIDE (NaOH) 1% และ SODIUM CYANIDE (NaCN) 0.1% ที่อุณหภูมิ 90OC ชะล้างผิวของ CARBON จากนั้นสารละลายที่มีทองคำละลายอยู่จะถูกส่งต่อไปยังกระบวนการ ELECTROWINNING ต่อไป

1.6.5 . การจับทองคำจากสารละลายและการหลอม (ELECTROWINNING AND SMELTING)

สารละลายที่มีทองคำละลายอยู่มากนี้ จะถูกส่งไปยัง GOLD ROOM ซึ่งจะเป็นกระบวนการที่ดึงทองคำทีอยู่ในสารละลายและจะถึงไปรวมกัน โดยใช้กระบวนการทางไฟฟ้า หรือELECTROWINNING ทองคำจะถูกแยกออกจากสารละลาย และไปจับตัวรวมกันที่ขั้วลบ (CATHODE) ซึ่งทำด้วย MILD STEEL WOOL หรือ STAINLESS STEEL MESH จากนั้นทองคำจะถูกดึงออกจาก MESH โดยการล้างด้วยน้ำที่มีความดันสูง หรือถ้าเป็น STEEL MESH ก็จะใช้การดึงทองคำออกมา โดยการล้างด้วยกรดเกลือ HCI (HYDROCHLORIC ACID) ทองคำที่ถูกดึงออกมาจะถูกนำไปผสมกับ FLUX หลายชนิด แล้วนำเข้าไปหลอมในเตาหลอมขนาดเล็ก ทอดคำแท่งที่ได้นี้ จะมีสิ่งสกปรกเจือปนอยู่ จะถูกคัดออกไปโดยการ REFINTNG อีกครั้ง

1.7 กรรมวิธีการบำบัดกากแร่
กระบวนการบำบัดกากแร่ที่เกิดจากกระบวนการแต่งแร่ง จะใช้กระบวนการ
CYANIDE DETOXIFCATION โดยการใช้ถังทำการลดสารพิษจำนวน 2 ถัง และ กากแร่ที่ผ่านการบำบัดแล้วจะถูกส่งต่อไปยังบ่อเก็บกักกากแร่ ซึ่งเป็นบริเวณที่ใช้เก็บกากแร่ที่ผ่านกระบวนการ แต่งแร่งมาแล้ว โดยกากแร่ที่ผ่านการบำบัดมาแล้วจะต้องมีค่าของ CYANDE อยู่ไม่เกิน 2 ppm ส่วนน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วจะถูกนำกลับมรใช้เป็นน้ำในกระบวนการผลิตอีกครั้ง โดยจะไม่มีการปล่อยน้ำออกนอกโครงการ

ขั้นตอนและวิธีการบำบัดกากแร่โดยวิธีการ CYANIDE DETOXIFICATION

กากแร่ที่ผ่านกระบวนการแต่งแร่แล้ว จะถูกส่งไปยัง CARBON SAFETY SCREEN
เพื่อทำการคัดเอาถ่ายกัมมันต์ (ACTIVATED CARBON) ที่ติดมากับกากแร่ จากนั้นกากแร่จะถูกสูบไปยัง THICKENER เพื่อทำการตกตะกอนและแยกเอาน้ำออกจากกากแร่ น้ำส่วนที่แยกออกมาได้นี้ จะถูกส่งไปเก็บไว้ที่ PROCESS WATER TANK ซึ่งเป็นถังที่เก็บน้ำไว้ใช้ในกระบวนการผลิตเช่นเดียวกัน

กระบวนการที่ใช้ในการลดสารพิษในกากแร่ จะใช้กระบวนการแบบ INCO PROCESS หรือ SO2/AIR PROCESS เป็นกระบวนการที่จะทำให้ CYANIDE จะเกิดปฏิกิริยา OXIDATION กลายเป็น CYANATE ซึ่งสมการทางเคมีจะเขียนได้ดังนี้

CN free + SO2 + O2+ H2O ­­­­ CNO + H2SO4
Me (CN) + 4SO2 + 4O2+ 4H2O ­­­­ 4CNO + 4H2SO4 + Me2-
SCN + 4SO2 + 4O2+ 5H2O ­­­­ CNOO + 5H2SO4

กระบวนการ SO2 / AIR PROCESS จะไปทำลายการเกิดสารประกอบเชิงซ้อนของโลหะกับไซยาไนด์ ที่จะเกิดขึ้น กระบวนการนี้จะไปทำการแยกเอกสารประกอบเชิงซ้อนของเหล็กไซยาไนด์จากสารละลาย เหล็กที่เหลืออยู่จะอยู่ในรูปของ REEUCED FERROUS และสามารถแยกออกได้โดยการตกตะกอนเป็นสารประกอบ METAL FERROCYANIDE ในรูปของสารประกอบ Me2Fe (CN)6 โดยที่ ME คือ Cu, Zn, Ni ซึ่งไม่สามารถละลายน้ำได้

เมื่อ SODIUM METABISULPHITE ถูกนำมาใช้เป็นวัตพุดิบในการให้ SO2 และ SO2ที่จะได้เกิดจากการแตกตัวของปฏิกิริยาต่อไปนี้
Na2S2O5 + O2+ H2O ­­­­ NaOSO3 + H2SO3
Na2S2O3 + CN + O2 ­­­­ Na2SO4 + CNO
H2SO4 + CN + ½O2 ­­­­ H2SO4 + CNO

ในการทำการบำบัด จะทำการเก็บตัวอย่างกากแร่ จากถังในกระบวนการแต่งแร่ถัง สุดท้ายมาเพื่อทำการวัดหาปริมาณของ FREE CYANIDE โดยการไตเตรท และหาค่าของ CN (wad) และ TOTAL CYANIDE โดยการกลั่น โดยใช้ PICRIC ACID และใช้เครื่อง SPECTROPHOTOMETER ทำการหาค่าของ CYANIDE ทั้ง 3 จะทำให้รู้ว่าจะต้องใช้ปริมาณของสารละลาย SODIUM METABISULPHITE เป็นปริมาณเท่าไร สำหรับกากแร่ที่ปล่อยลงสู่บ่อเก็บกากแร่ มี CYANIDE ปนเปื้อนไม่เกิน 2 ppm. โดยมีความถี่ในการตรวจวัด 2 ชั่วโมงต่อครั้ง

Tags: ข้อมูลเบื้องต้นโครงการเหมืองทองคำ, จังหวัดเลย

Views: 518

Attachments:

Replies to This Discussion

มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โครงการเหมืองแร่ทองคำ
บริษัท ทุ่งคำ จำกัด คำขอประทานบัตรที่ 62-67/2538
ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย


1. การทำเหมือง
1. ในการเปิดทำเหมืองในบริเวณคำขอประทานบัตรที่ 62-66/2538 ให้ความยาวหน้าเหมือ Ultimate pit ยาวประมาณ 300 เมตร กว้างประมาณ 60 เมตร ลึกประมาณ 60 เมตร
2. ในการเปิดทำเหมืองในแปลงคำขอประทานบัตรที่ 67/2538 Ultimate pit ให้มี
ความยาวประมาณ 400 เมตร กว้าง 110 เมตร และมีความลึกประมาณ 45 เมตร
3. ให้เปิดทำเหมืองโดยวิธีเหมืองหาบเป็นขั้นบันได โดยความสูงของ Bench ประมาณ 10 เมตร กว้าง 6 เมตร และให้มี total pit slope ประมาณ 42 องศา
4. ให้สร้าง Diversion Ditch รอบพื้นที่ที่จะเปิดทำเหมือง สร้าง Settelling pond รองรับน้ำจากหน้าเหมือง เพื่อบำบัดน้ำเบื้องต้นก่อนจะผ่านไปยังระบบบำบัดน้ำเสียที่เป็น Physical Treatment
5. ให้นำ Overburden ที่เกิดจากการเปิดหน้าเหมืองและแยกเก็บกองจากเศษดินอื่น ๆ และตำแหน่งที่เก็บกองควรจะอยู่ใกล้กับขอบของบ่อเหมือง เพื่อสะดวกในการนำมาใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงพื้นที่
6. การใช้วัตถุระเบิดในการทำเหมือง โดยปริมาณวัตถุระเบิดไม่เกิน 16 ปอนด์ต่อ
จังหวัดถ่วงและต้องมีวิศวกรควบคุมการทำเหมืองเป็นประจำ
7. ในการเก็บกองเศษเหลือจากการทำเหมืองแร่ให้แยกการเก็บกองระหว่างเศษหินที่
เกิดขึ้นในชั้นของ Oxide, Transition และขั้นของ Skarn หรือ Sulphide โดยนำเศษเหลือเหล่านี้ไปเก็บกองไว้ 3 บริเวณ
8. เศษดิน เศษหินที่เกิดจากการทำเหมืองในชั้นของ Skar หรือ Sulphide Zone จะต้องนำไปเก็บกองไว้ในบริเวณที่แสดงในแผนที่
9. เศษดิน เศษหินที่เกิดจากการทำเหมืองในชั้นของ Transition Zone ให้เก็บกองไว้
ในบริเวณที่แสดงในแผนที่
10. สำหรับเศษดิน เศษหิน ที่เกิดจากการทำเหมืองในชั้น Oxide หรือ Carbonate หรืออื่น ๆ ที่ไม่ใช่ Waste rock ในข้อที่ 9 และ 10 ให้นำไปเก็บกองไว้ในส่วนล่างของ Tailing pond

2. การแต่งแร่
1. ให้ใช้วิธีการแต่งแร่โดย Carbon in Leach โดยเตรียมพื้นที่บ่อรองรับน้ำเสียจากกระบวนการแต่งแร่ไม่น้อยกว่า 8 หน่วย โดยแต่ละหน่วยจะต้องมีความสามารถในการรองรับน้ำเสียไม่น้อยกว่า 840 ลูกบาศก์เมตร
2. ให้เสนอแบบรายละเอียดของขั้นตอนการแต่งแร่ที่มีข้อมูลปริมาณสินแร่ป้อน ปริมาณน้ำใช้ คุณภาพและปริมาณน้ำทิ้ง ขนาดของบ่อแยกแร่ ขนาดของบ่อน้ำทิ้ง รวมทั้งโครงข่ายการระบายน้ำภายในโรงแต่งแร่ และระบบน้ำทิ้งทั้งหมดก่อนที่จะส่งไปยังระบบบำบัดน้ำเสีย ให้สำนักงานฯ พิจารณาก่อนเปิดดำเนินโครงการ
3. การสูบน้ำจากบริเวณต่าง ๆ เช่น จาก Waste Dump, Tailing Pond ไปยังพื้นที่บำบัดน้ำเสีย ให้ใช้ระบบท่อทั้งหมด เพื่อป้องกันการรั่วซึมของสารพิษและโลหะหนักต่าง ๆ
4. เศษแร่ที่ผ่านการแยกแร่ในขั้นตอนการบดย่อยแร่ก่อนนำเข้าสู่ Sag mill นั้นจะต้องนำไปเก็บกองไว้ในบริเวณที่ระบุว่าเป็นชั้นแร่ใด หากแร่ทีป้อนอยู่เป็นชั้น Sulphide ให้นำเศษแร่ ไปเก็บไว้ในพื้นที่ทีเก็บ Sulphide หากแร่ที่ป้อนอยู่ในชั้น Transition หรือ Oxide ก็ต้องนำไปเก็บกองตามสถานที่ที่กำหนด
5. กากแร่ที่เหลือจากการคัดแยกแรแล้วจะต้องนำส่งไปยัง Tailing pond โดย Slurry ที่นำไปเก็บไว้ใน Tailing pond นั้น จะต้องมีความเข้มข้นของโซยาไนด์ ไม่เกิน 2 ppm
6. ถ่านหินที่เหลือจากการแต่งแร่และไม่สามารถนำไปใช้ได้อีกจะต้องนำไปเก็บไว้ในสถานที่ปลอดภัย โดยการออกแบบที่เก็บกองที่เหมาะสมตามหลักวิชาการ หรือนำไปใช้ประโยชน์อื่นใด แต่ต้องทำการตรวจวัดปริมาณของไซยาไนด์ และกรดเกลือที่ยังคงเหลืออยู่
7. ให้ทำการ Recovery สารไซยาไนด์ ภายหลังจากการใช้ละลายทองคำจากเศษหินทีป้อนไปยังถัง Agitation
8. Tailing pond ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับในกากแร่ที่ผ่านการบำบัดไซยาไนด์แล้ว จะต้องทำการเตรียมพื้นที่โดยการปรับความลาดชัน และปูฟื้นด้วยวัสดุที่มีความทนต่อความเป็นกรด จะเป็น HPDE หรือดินเหนียวที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับ HPDE
9. Tailing pond จะต้องแบ่งเป็น 2 หน่วย โดยแต่ละหน่วยงานแยกกันโดยมีเขื่อนกั้นใช้ลักษณะของเขื่อนเช่นเดียวกับสันเขื่อนท้ายน้ำ แต่ผนังของสันเขื่อนระหว่างหน่วยมีความพรุนได้ สำหรับสันเขื่อนด้านล่างจะต้องสร้างด้วยวัสดุที่ไม่สามารถให้น้ำซึมผ่านได้
10. ความสูงของสันเขื่อนแรกประมาณ 310 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง สั้นเขื่อนท้ายน้ำจะมีความสูงประมาณ 305 เมตร เหนือระดับทะเลปานกลาง
11. บริเวณโดยรอบ Tailing pond จะต้องสร้างเป็นถนนความกว้างไม่น้อยกว่า 5 เมตร และมีคูรองรับน้ำด้านนอก (Diversion Ditch) เพื่อมิให้น้ำไหลเข้าไปใน Tailing pond
12. ให้เบี่ยงเบนน้ำจาก Diversion Ditch รอบ Tailing pond โดยปลายของ Diversion Ditch จะต้องอยู่ในส่วนปลายของ Waste Dump ที่เกิดจากการทำเหมืองในชั้น Oxide




3. การติดตามตรวจสอบ
1. ตรวจสอบคุณภาพน้ำบาดาลในชั้นน้ำที่อยู่ติดต่อกับระดับความลึกของ Tailing pond จำนวน 2 บ่อ โดยแต่ละบ่อจะอยู่ในแนวช่องระบายน้ำแต่ละบ่อจะอยู่ห่างกันประมาณ 100 เมตร และห่างจากแนวสันเขื่อน Tailing Pond ประมาณ 100 เมตร ทำการตรวจสอบ 4 ครั้งต่อเดือน
2. ตรวจสอบคุณภาพน้ำผิวดินจากสถานีต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
2.1 น้ำทิ้งจากโรงแต่งแร่ จำนวน 1 สถานี
2.2 น้ำทิ้งจาก Waste Dump จำนวน 3 สถานี ทั้ง 3 พื้นที่ ได้แก่ จาก Sulphide Dump Site, Transition Dumping site และ Oxide Dumping site
2.3 น้ำใน Tailing pond จำนวน 2 สถานี
2.4 น้ำทิ้งจากบริเวณโดยรอบโรงแต่งแร่
3. การตรวจสอบคุณภาพน้ำผิวดินทุกสถานี จะต้องตรวจสอบทุกเดือนสำหรับน้ำที่ทิ้งจากโรงแต่งแร่ และทุก 2 เดือนในแหล่งน้ำดินที่สัมพันธ์กับโครงการ รวมทั้งส่งผลการตรวจสอบให้สำนักงานฯ ทราบทุกเดือน
4. ตรวจวัดปริมาณสารไซยาไนด์ในอากาศบริเวณปากปล่องจากโรงแต่งแร่ในขั้นตอน
ของการแยกแร่ โดยตรวจวัดทุกเดือน
5. หากผู้ถือประทานบัตรมีความประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการทำเหมืองหรือ
การดำเนินงานที่แต่งต่างจากที่เสนอไว้ในรายงานฯ จะต้องเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการทำเหมืองและการดำเนินงานในการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ให้สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม พิจารณาให้ความเห็นชอบด้านสิ่งแวดล้อมก่อน
6. ให้ทำการปรับปรุงฟื้นฟูพื้นที่โครงการฯ ที่ผ่านการทำเหมืองแร่แล้วตามแผนงานที่ได้เสนอในรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งให้รายงานผลการดำเนินงานให้สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม และกรมทรัพยากรธรณีทราบทุก 3 ปี นับจากวันที่ได้รับอนุญาตประทานบัตร โดยมีรายละเอียดของการดำเนินการ และตำแหน่งที่ดำเนินการอย่างเพียงพอในปีที่ผ่านมา
7. ในระหว่างการทำเหมืองหากพบวัตถุโบราณ หรือร่องรอยของโบราณคดี ไม่ว่าเป็นภาพเขียนสีหรืออื่น ๆ ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ จะต้องรายงานและขอความร่วมมือกรมศิลปากรหรือสำนักงานศิลปากรในท้องที่เข้าไปดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ ทั้งนี้ในระหว่างการสำรวจจะต้องหยุดการทำเหมืองชั่วคราว และหากพิสูจน์แล้วว่า เป็นแหล่งโบราณคดี ผู้ถือประทานบัตรจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยไม่มีข้อเรียกร้องใด ๆ
8. ในการติดตามตรวจสอบให้ดำเนินการโดย บริษัทที่ปรึกษาและจะต้องตรวจสอบ โดยคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วย สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี ผู้ชำนาญการฯ ผู้แทนชุมชน และหน่วยราชการท้องถิ่น

RSS

รวมมิตรของเชียงคาน

ที่พักแนะนำ

instagram update

© 2012   Created by pitakchai.

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service