เขื่อนปากชม'...ความจริงที่ชาวเมืองเลยยังไม่รู้?
Image
กับผลกระทบริมสองฝั่ง'โขง'ของโครงการยักษ์

พลังงาน น้ำ เป็นพลังงานชนิดเดียวที่สามารถลดต้นทุนในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ เพราะแหล่งพลังงานทางธรรมชาติ นั้นไม่มีต้นทุนเหมือนกับน้ำมันเชื้อเพลิง

ดังนั้น โครงการเขื่อนปากชม หรือ โครงการเขื่อนผามอง เป็นโครงการเขื่อนขั้นบันไดแม่น้ำโขง ที่เคยถูกเสนอไว้ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2539 โดยคณะกรรมการแม่น้ำโขง หรือคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission) หรือ MRC ซึ่งแผนการสร้างเขื่อนในตอนนั้นต้องชะงักไปด้วยภาวะสงครามความขัดแย้งใน ภูมิภาคอินโดจีน และมูลค่าการก่อสร้างมีราคาสูงจนเกินไป มีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างกว้างขวาง ซึ่งกรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน นำมาปัดฝุ่นเสนอใหม่

สำหรับ “เขื่อนปากชม” เป็นโครงการเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงบริเวณเขตชายแดนไทย-ลาว ซึ่งล่าสุด เมื่อเร็ว ๆ นี้ กระทรวงการต่างประเทศ และรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ร่วมกันลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อให้ภาคเอกชนมอบหมายให้บริษัท อิตาเลียน-ไทย ดีเวลลอปเมนท์ และเอเซีย คอร์ป จำกัด เข้ามาทำการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ “เขื่อนปากชม” ขนาดกำลังการผลิต 1,079 เมกะวัตต์ จะตั้งอยู่ระหว่างแนวพรมแดนไทย-ลาว ห่างจากปากแม่น้ำโขง ตรงบ้านห้วยขอบ หมู่ 3 ต.หาดคัมภีร์ อ.ปากชม จ.เลย และบ้านห้วยหาง เมืองสังทอง แขวงนครเวียงจันทน์ สปป.ลาว มูลค่าการลงทุนโครงการอยู่ที่ 69,641 ล้านบาท

จากการสัมมนาของมูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ ที่หอประชุมศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน นายมนตรี จันทวงศ์ ผู้ประสานงานโครงการฟื้นฟูนิเวศวิทยาในภูมิภาคอินโดจีนและพม่า เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2551 สรุปว่า รัฐอ้างว่าเขื่อนพวกนี้เป็นเพียงฝาย แบบ run of river เท่านั้น แต่แท้จริงกลับเป็นเขื่อน ซึ่งทางมูลนิธิฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อำเภอปากชม เพื่อสรุปประเด็น ต่าง ๆ ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคม มีความเห็นแตกต่างจากผลการรายงานของบริษัทฯ ที่ทาง กระทรวงพลังงานมอบหมายมีประเด็นที่ควรพิจารณา ดังนี้ คือ ความคุ้มค่าของโครงการฯ กับการลงทุนถึง 69,641 ล้านบาท แต่สามารถผลิตไฟฟ้าได้เพียง 210.14 เมกะวัตต์ ส่วนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เนื่องจากหลังจากสร้างเขื่อนแล้ว จะมีพื้นที่น้ำท่วมถึง 3,700 ตารางกิโลเมตร กว่า 50,217 ไร่ จะมีพื้นที่น้ำท่วมขึ้นไปทางเหนือ ตั้งแต่บ้านคกเว้าหมู่ 2, บ้านหาดคัมภีร์ หมู่ 1, บ้านปากมั่ง หมู่ 5, ต.หาดคัมภีร์ แล้วยังจะท่วมบ้านสงาว หมู่ 4, บ้านปากเนียม หมู่ 5 ต.ห้วยพิชัย และบ้านศรีภูธร หมู่ 3 ต.ปากชม และบางส่วนของอำเภอเชียงคาน ตลอดจน “แก่งคุดคู้” ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดเลย น้ำจะท่วมทั้งปีจนไม่สามารถเห็น “แก่งคุดคู้” ในฤดูแล้ง อีกต่อไป “ปลาบึก” จะไม่สามารถว่ายผ่านได้อีก การสร้างบันไดปลาโจนจะไม่เกิดประโยชน์ใดกับการอพยพของปลาในแม่น้ำโขง สูญเสียอาชีพประมงพื้นบ้านทั้งสองฝั่งโขง
นายกัญจน์ วงศ์อาจ ชาวอำเภอเชียง คาน ผู้นำชุมชน และนักพัฒนาอิสระ ยืนยันว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ชาวจังหวัดเลยยังไม่ทราบผลเสีย หากสร้างเขื่อนจริง ในช่วงฤดูฝนจะทำให้ระดับน้ำเอ่อท่วมริมตลิ่งตลอดแนว ลำห้วยสาขาไม่สามารถระบายลงสู่แม่น้ำโขง โดยเฉพาะลำน้ำเลย ต.บ้านธาตุ ที่ลึกเข้าไป 20 กิโลเมตร จะท่วม และอาจท่วมตัวเมืองเลย รวมทั้งไม่สามารถปลูกพืชสวนครัว ในฤดูแล้ง ซึ่งชาวบ้านสร้างรายได้จากสิ่งเหล่านี้โดยที่ไม่ต้องอพยพแรงงานไปต่างถิ่น

“ที่ สำคัญที่สุด ต้องการให้ปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญว่าด้วยการดำเนินโครงการหรือกิจกรรม ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของ ประชาชนในชุมชน ต้องจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน รวมทั้งต้องให้องค์ กรเอกชนด้าน สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และ ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ให้ความเห็นประกอบก่อนอีกด้วย

เรื่องนี้ไม่ ใช่เรื่องธรรมดาที่ชาวบ้านจะทำนิ่งเฉยกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น รวมไปถึงประชาชนทั่วทั้งประเทศ หากช่วยกันลดใช้ไฟฟ้า เขื่อนเหล่านี้ก็คงไม่ต้องสร้างให้เปลืองเงิน.

ดำรงค์ รักษ์จรรยาวงศ์

http://www.loeifund.org/index.php?option=com_content&task=view&...

Views: 376

Replies to This Discussion

ผลประโยชน์ทั้งนั้น มันไม่ต่างกับการเสียดินแดนให้กับคนอื่นหรอกคับ น้ำท่วมมั้นก้อต้องกินแดนประเทศไทยไปอีก
สรุปโดยรวมไอ้พวกนักการเมืองนายทุน+คนที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ได้รับผลประโยชน์มหาศาลไล่จากบนลงล่าง
อ้างประเทศได้ประโยชน์ _ย(ถุ) อ้างให้ประชาชนลดการใ้ช้พลังงานถ้ามันใช้พลังงานมากแล้วมันทำให้ต้องสร้าง
เขื่อนให้ประชาชนคนพื้นทีเดือดร้อนแลกกับไอ้พวกมีเงินเอาไฟเอาแผ่นดินเอาผลประโยชน์และสิ่งแวดล้อม
ของคนพื้นที่ไปใช้มันคงดีนะคับ ไม่ต้องห่วงคับถ้าพวกมันคิดจะสร้างก้อต้องอ้างโน่นอ้างนี่มีประโยชน์แบบนั้นแบบนี้
บอกว่าจะจัดหาที่หาทางให้อยู่ใหม่ดีกว่าเดิมอ้างว่าไม่กระทบอะไรมีแต่ได้กับได้ อ้างว่าำจำเป็นต้องสร้างจริง ๆ
ไอ้คนที่อยู่นอกพื้นที่ที่จะต้องเดือดร้อนมันไม่รู้สึกอะไรหรอกคับเพราะพวกมันมีแต่ได้กับได้สุดท้ายก้อคิดเอาผลประโยชน์
ฟาดหัวคนพวกนี้ซะเดี๋ยวก้อเงียบไปเอง นี่ละคับประเทศไทย ไม่ต้องเอาอะไรหรอกคับแค่การเมืองท้องถิ่น เงินยังสะพัดขนาดนี้
แล้วไอ้เรื่องสร้างเขื่อนนี่จะขนาดไหน ผลประโยชน์กระทบลงมาจากข้างบนลงข้างล่างเรื่อย ๆ ไม่ใ่ช่แค่สร้างเขื่อนเสร็จ
ยังมีผลประโยชน์ในเรื่องการย้ายคนอีกได้งบมาอีกบาน กินได้อีกเยอะ เอาละคับนี่เป็นแค่ความคิดเห็นเฉย ๆ นะคับ
อย่าจริงจัง ผมว่ามันคงไม่เกิดหรอกคับ เกิดยากส์มากกส์ ไอ้คนที่เอาขึ้นมาเดี๋ยวก้อโดนเองละคับ ที่ว่าไปนะ
ได้ทีเลยว่ารวมซะเลยจริง ๆ แล้วมันไม่เกี่ยวกับเขื่อนหรอกคับเพราะัมันสร้างไม่ได้อยู่แล้ว อ้าวลืมดูหัวเรื่องมันเรื่องแก่งคุ๊ดคู้นี่หว่า
ผมฟันธงเลยคับไม่เกิดแน่ ๆ ....ถ้าเกิดอะต้องมีคนเจ็บตัวมั่งละคับไอ้พวกนักการเมืองอะ เอาเป็นว่าถ้าจะเกิดเมื่อไหร่
ค่อยมาดูว่าอะไรถูกอะไรผิดอีกทีดีกว่าคับ ...........

ผม ชื่นชม เมือง เชียงคานครับ อยากให้ มี ความงดงามเช่นนี้ สืบไป ในเรื่องเขื่อน นะครับ ผมสนใจจึง สืบค้นข้อมูลดู มีบางท่าน (ในการสิมมนา) บอกว่าจะสูงถึง 100 เมตร ผมไม่แน่ใจ เลยลอง สืบค้นดู ก็ลองพิจารณาดูข้อมูลนะครับ

ขอบคุณคุณไจแอ้นท์มากครับ
อยากได้เอกสารชุดนี้ครับ รบกวนหน่อยได้ไหมครับ
อีิเมล์ผม duangvg@gmail.com ครับ
เพราะดูที่โพสท์ไว้มันไม่ชัดครับผม
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
ผมจะลองทำ lInk ดูเพื่อให้ภาพชัดเจนขึ้นครับ

RSS

รวมมิตรของเชียงคาน

จองที่พักเชียงคาน และทั่วไทย

© 2012   Created by pitakchai.

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service