แหล่งเที่ยวใกล้เคียง

 

ศาลเจ้าพ่อกุดป่องและศาลหลักเมือง

ตั้งอยู่ห่างจากวงเวียนน้ำพุประมาณ100 เมตร ติดกับสวนสาธารณะกุดป่อง เป็นศาลเก่าแก่ที่ประชาชนเคารพนับถือ สำหรับศาลหลักเมือง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2525เสาหลักเมืองทำด้วยไม้ราชพฤกษ์ แกะสลักเป็นรูปหัวเม็ดทรงมัณฑน์ลงรักปิดทองทั้งองค์ มีความสูง 139 เซนติเมตร สวนสาธารณะกุดป่องอยู่ด้านหลังศาลเจ้าพ่อกุดป่อง มีคูน้ำล้อมรอบภายในสวนสาธารณะตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับต่าง ๆ อย่างสวยงามดูร่มรื่น ใช้เป็นที่พักผ่อนและออกกำลังกาย

 

สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ป่าเลิงใหญ่

เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่อยู่ตรงข้ามเทศบาลเมืองเลย มีการจัดสวน ไม้ดอกไม้ประดับพื้นที่รอบสวนสาธารณะติดแม่น้ำเลยนักท่องเที่ยวสามารถเดินผ่านสะพานแขวนเข้าไปเที่ยวชมได้

 

ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเลย

ตั้งอยู่ในสถาบันราชภัฏเลย เป็นอาคาร 2 ชั้นรวบรวมและเผยแพร่เรื่องราวทางด้านศาสนา ประเพณีและวิถีชีวิตของชาวเลยในหลาย ๆ ด้านภายในตัวอาคารศูนย์วัฒนธรรมมีการจัดแสดงแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนแรกห้องประชุมและฉายสไลด์เกี่ยวกับเมืองเลยและแสดงข้าวของเครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนในอดีต ส่วนที่สองห้องนิทรรศการชั่วคราวจัดแสดงเกี่ยวกับพระพุทธรูปเก่าที่ทำมาจากไม้หินทราย ดินเผาและเงิน หน้ากากผีตาโขน ข้าวของ เครื่องใช้โบราณซึ่งของทั้งหมดได้มาจากชาวบ้านในท้องถิ่นเมืองเลยนอกจากนี้ยังมีส่วนนิทรรศการหมุนเวียนทุก 3 เดือน โดยจัดแสดงเรื่องราวต่าง ๆ ของเมืองเลยตามเทศกาลประเพณี ส่วนที่สามมีห้อง "เบิ่งไทเลย" เป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวรถือเป็นส่วนสำคัญและจัดแสดงได้โดดเด่นที่สุดภายในห้องขนาดใหญ่นี้จัดแสดงเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับจังหวัดเลย เนื้อหาของนิทรรศการครอบคลุมในทุกด้านทั้งธรณีวิทยา ภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์ประเพณีและกลุ่มชาติพันธุ์ ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเลยเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.ถ้าต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะต้องทำหนังสือแจ้งล่วงหน้าเพื่อความสะดวกในการเข้าชมติดต่อที่ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเลย สถาบันราช ัฎเลย ถนนเลย-เชียงคานอำเภอเมือง จังหวัดเลย 42000 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0 4283 5223-8 การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 201 เส้นเลย-เชียงคาน ระยะทาง 5 กิโลเมตร

 

วัดถ้ำผาปู่ หรือเรียกอีกชื่อว่า ถ้ำเพียงดิน

ภายในวัดมีพระธาตุบรรจุอัฐิของหลวงปู่คำดี ปภาโส ผู้ค้นพบวัดแห่งนี้ภายในวัดมีลักษณะเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่อยู่ใต้ภูเขาหินมีพระพุทธรูปประดิษฐ์อยู่ภายในถ้ำ และมีหินงอก หินย้อย บริเวณภายนอกถ้ำเป็นแหล่งอาศัยของค่างแว่น ชะนี และลิง การเดินทางใช้เส้นทางเลย-เชียงคาน ออกจากตัวเมืองเลยไปประมาณ 7 กิโลเมตรแล้วเลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอท่าลี่ 3 กิโลเมตร

 

วนอุทยานภูผาล้อม

ตั้งอยู่ที่ตำบลน้ำสวย อยู่ห่างจากตัวเมืองเลยประมาณ 24 กิโลเมตรวนอุทยานแห่งนี้เป็นภูเขาหินปูนสูงชัน ที่มียอดหยักแหลมมากมายตั้งโอบล้อมเสมือนเป็นกำแพงตรงกลางเป็นผืนป่าดิบ มีพืชสมุนไพรจุดชมวิว และถ้ำต่าง ๆ ได้แก่ ถ้ำแก้ว ถ้ำผาบ่อง รวมทั้งบ่อน้ำซับหรือน้ำผุด เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์อยู่ใจกลางป่าเชื่อกันว่าเป็นรูของพญานาคซึ่งเป็นทางน้ำใต้ดิน ที่ไปทะลุออกแม่น้ำโขงได้ในการเดินทางเข้าไปชมจะต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางในการเดินเที่ยวชมด้วยสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักแรมสามารถกางเต็นท์พักแรมได้บริเวณที่ทำการวนอุทยานฯนักท่องเที่ยวควรติดต่อล่วงหน้าก่อน 1 เดือน ได้ที่ วนอุทยานภูผาล้อมตู้ ปณ. 7 ปทจ. เลย จังหวัดเลย 42000 การเดินทาง ใช้เส้นทางเลย-นาด้วงทางหลวงหมายเลข 2138 ออกจากตัวเมืองเลยไป ประมาณ 9 กิโลเมตรแล้วเลี้ยวซ้ายตามเส้นทางเลย-บ้านเพีย ทางหลวงหมายเลข 2249 อีก 9กิโลเมตร ถึงบ้านเพียมีทางแยก ให้เลี้ยวขวาข้างวัดเลียบเข้าเส้นทางหมายเลข 3117 ตรงไปอีก 2 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายอีก 4กิโลเมตร ก็จะถึง วนอุทยานภูผาล้อม

 

อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำหมานตอนบนและห้วยกระทิง

เป็นอ่างเก็บน้ำสันเขื่อนดิน มีขนาดความจุ 26ล้านลูกบาศก์เมตร ครอบคลุมพื้นที่ 1,500 ไร่ สันเขื่อนยาว 800 เมตรสร้างเพื่อการชลประทาน บริเวณอ่างเก็บน้ำมีทัศนียภาพที่สวยงามของป่าไผ่และภูเขาที่โอบล้อม การเดินทางใช้เส้นทางเลย-ภูเรือ ออกจากตัวเมือง 15 กิโลเมตร และให้เลี้ยวขวาไป 5กิโลเมตร

 

พระพุทธบาทภูควายเงิน อยู่ที่บ้านอุมุง ตำบลบุฮม

พระพุทธบาทภูควายเงินเป็นรอยพระพุทธบาทยาวประมาณ 120 เซนติเมตร กว้าง65 เซนติเมตร ประดิษฐานบนหินลับมีดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อ พ.ศ. 2478รอยพระพุทธบาทภูควายเงิน เป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านในแถบนี้มากเมื่อครั้งที่การเดินทางมานมัสการยังลำบากเชื่อกันว่าคนที่มีบุญวาสนาเท่านั้นจึงจะ เดินทางมากราบไหว้ได้คนที่วาสนาไม่ถึงจะต้องมีเหตุให้มาไม่ได้ทั้งที่ตั้งใจไว้อย่างเต็มที่ก็ตาม บางคนก็หลงทาง ทุกปีในวันขึ้น 15ค่ำ เดือน 3ทางวัดจะจัดงานสมโภชประจำปีถือเป็นงานสำคัญของชาวบ้านในแถบนี้การเดินทาง ใช้เส้นทางสายเชียงคาน-ปากชม ระยะทาง 6 กิโลเมตรถึงหมู่บ้านผาแบ่นมีทางแยกเข้าบ้านอุมุง 3 กิโลเมตรจะถึงทางขึ้นเขาเป็นทางลูกรังระยะทาง 1 กิโลเมตร

 

พระใหญ่ภูคกงิ้ว

เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า พระพุทธนวมินทรมงคลลีลาทวิน คราภิรักษ์ตั้งอยู่ที่ภูคกงิ้ว บ้านท่าดีหมี ตำบลปากชม ประดิษฐานอยู่บนเนินเขาบริเวณปากลำน้ำเหืองจรดกับแม่น้ำโขงเป็นพระพุทธรูปปางลีลาประทานพร หล่อด้วยไฟเบอร์ผสมเรซิ่นสีทองทั้งองค์สูง 19 เมตร ตัวฐานกว้าง 7.2 เมตร สร้างขึ้นโดยกองทัพภาคที่ 2และประชาชน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จ พระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ6 รอบ เมื่อ พ.ศ. 2542 และในมหามงคลแห่งราชพิธีราชาภิเษก ครบ 50 ปีพ.ศ. 2543 สร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2544บริเวณโดยรอบสามารถชมทัศนียภาพ ที่สวยงามของแม่น้ำโขง และประเทศลาวได้การเดินทาง จากตัวเมืองเลยให้เส้นทางหลวงหมายเลข 201 เส้นเลย-เชียงคานไป 47 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายบริเวณสามแยกตรงไปจนถึงบ้านท่าดีหมีและเลี้ยวขวาที่โรงเรียนบ้านท่าดีหมีไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร

 

หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำ ตั้งอยู่ที่บ้านนาป่าหนาด ตำบลเขาแก้ว

เดิมชาวไทดำอพยพมาจากเมืองเชียงขวาง ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2448 มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านนาป่าหนาดปัจจุบันยังมีการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทดำ มีบ้านที่สร้างขึ้นตามแบบเอกลักษณ์ดั้งเดิมของชาวไทดำ รวมทั้งเครื่องใช้ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอดีตและยังมีการรวม กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองของชาวบ้านโดยสามารถชมการทอผ้าและเลือกซื้อสินค้าเป็นของฝากได้นักท่องเที่ยวที่สนใจที่จะสัมผัส ชีวิตความเป็นอยู่ชาวไทดำแบบโฮมสเตย์ควรติดต่อได้ที่สมาคมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทดำก่อนล่วงหน้าประมาณ 1สัปดาห์ โทร. 0 1048 2000 พัก 1 คืน อาหาร 2 มื้อ ราคา 300บาท/คนการเดินทาง ใช้เส้นทางเลย-เชียงคาน ไปประมาณ 38 กิโลเมตรแล้วเลี้ยวขวาเข้าทางไปบ้านนาสีจน ถึงบ้านนาป่าหนาดอีกประมาณ 10กิโลเมตร

 

ถ้ำผายา

ตั้งอยู่ที่บ้านใหม่สันติธรรม ตำบลนาดอกคำภายในวัดถ้ำผายามีความสงบ ร่มรื่นและบริเวณภายในถ้ำผายาจะมีฝูงค้างคาวพันธุ์กินแมลงอาศัยอยู่จำนวนหลายล้านตัวฝูงค้างคาวจะออกหากินในเวลาตอนเย็นเป็นแถวนานเกือบชั่วโมง การเดินทางใช้เส้นทาง หมายเลข 2138 เส้นเลย-นาด้วง จากอำเภอเมืองไปประมาณ 8กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายแยกเข้าเส้น 2249 ไป 9 กิโลเมตร และเลี้ยวขวาที่บ้านเพีย เข้าเส้นทาง รพช. อีก 11 กิโลเมตร ก็จะถึงวัดถ้ำผายา

 

อ่างเก็บน้ำห้วยลิ้นควาย

ตั้งอยู่ที่ บ้านแสงเจริญ ตำบลนาด้วงในบริเวณอ่างเก็บน้ำมีทัศนียภาพที่สวยงาม และมีหาดทรายบรรยากาศเหมือนชายทะเลเหมาะสำหรับการพักผ่อน เล่นน้ำ พายเรือ ตกปลา การเดินทางใช้เส้นทางหมายเลข 2138 เส้นเลย-นาด้วง เป็นระยะทาง 34 กิโลเมตร

 

พระพุทธบาทถ้ำผาบิ้ง

อยู่บริเวณวัดถ้ำผาบิ้ง บ้านผาบิ้ง ตำบลนาแกห่างจากอำเภอวังสะพุง 9 กิโลเมตร กรมศิลปากรจดทะเบียนเป็น โบราณสถานพร้อมกับพระธาตุศรีสองรัก เมื่อ พ.ศ. 2498เมื่อนักท่องเที่ยวเดินเข้าไปในถ้ำจะมองเห็นพระพุทธบาทขนาดใหญ่อยู่บนเพดานถ้ำ ลวดลายและนิ้วพระบาทไม่ปรากฏเด่นชัด ขนาดกว้าง 2 ฟุต ยาว 3 ฟุตการเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 201 เส้นอำเภอเมือง-วังสะพุงแล้วเลี้ยวขวาเข้าไปอีก 7 กิโลเมตร จะเห็นวัดอยู่ทางขวามือศูนย์ศิลป์สิรินธร อยู่ภายในโรงเรียนศรีสงครามวิทยา บนเนื้อที่ทั้งหมด6 ไร่ ศูนย์ฯ นี้เป็นสถานที่แสดงภาพเขียนของนักเรียนที่มี ความสวยงามโดยสร้างชื่อเสียงทั้งในประเทศและระดับโลกมาแล้วทั้งยังเป็นแหล่งความรู้ทางศิลปะวัฒนธรรมประกอบด้วยหอนิทรรศการถาวรและหมุนเวียน อาคารฝึกปฎิบัติงานศิลปะและร้านจำหน่ายผลงานศิลปะและของที่ระลึก โดยได้รับชื่อพระราชทานนามว่า

 

"ศูนย์ศิลป์สิรินธร" จากสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

การเดินทาง จากอำเภอวังสะพุงใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 210 เส้นวังสะพุง-กิ่งอำเภอเอราวัณ ไปประมาณ 1 กิโลเมตร ศูนย์ฯ จะอยู่ทางด้านขวามือ

 

พระเจดีย์วัดป่าสัมมานุสรณ์

อยู่บ้านโคกมน ตำบลผาน้อยพระเจดีย์วัดป่าสัมมานุสรณ์สร้างตามแบบของกรมศิลปากรขนาดฐานองค์พระเจดีย์ กว้าง ยาวด้านละ 25เมตร สูง 33 เมตร ก่อสร้างด้วยโครงเหล็กก่ออิฐถือปูนและเคลือบด้วยกระเบื้องอย่างดี วัดป่าสัมมานุสรณ์นี้เป็นวัดป่าวิปัสสนา กัมมัฏฐาน สายพระอาจารย์มั่นภูริทัตโต การเดินทางพระเจดีย์แห่งนี้อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอวังสะพุงไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข210 เส้น อำเภอวังสะพุง-อุดรธานี ถึงสี่แยกโรงเรียนบ้านวังไหให้แยกซ้ายไปตามถนน รพช. อีก 8 กิโลเมตรเสมาหินทรายที่บ้านปากแบ่งและบ้านนาหลัก บ้านปากแบ่งและบ้านนาหลักตำบลวังสะพุง อยู่ห่างกัน 4 กิโลเมตร โดยบ้านนาหลักตั้งอยู่ทางทิศเหนือและบ้านปากแบ่งอยู่ทางทิศใต้ทั้งสองแห่งเป็นหมู่บ้านเก่าแก่มานาน ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเลยใบเสมาบ้านปากแบ่งพบครั้งแรก เมื่อปลายปี พ.ศ. 2508ลักษณะใบเสมามีลวดลายสลักรูปบัวบนฐานแบบที่มีรูปพระสถูปเจดีย์ประทับอยู่ตรงกลางแผ่นเสมาโดยส่วนบนมีลักษณะ รูปกรวยคล้าย กับยอดเจดีย์ที่พบในดินแดนอีสานทั่วไปส่วนที่บ้านนาหลัก เป็นเสมาหินปักคู่สองหลักแบบที่มีคู่สลักนูนขึ้นไปจากยอดเสมา เป็นรูปคล้าย ๆกับสถูปเท่านั้นโดยไม่มีลวดลายใด ๆ และปี พ.ศ. 2519พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่นได้นำไปเก็บรักษาไว้ 1 หลัก จึงเหลือ ไว้ในสถานที่เดิมเพียง 1 หลักเท่านั้นกลุ่มเสมาหินที่พบในภาคอีสานแสดงให้เห็นถึงลักษณะเฉพาะของวัฒนธรรมในภูมิภาคตั้งแต่โบราณ เสมาหินที่พบส่วนมากเป็นศิลปะวัตถุแบบทวาราวดีและลพบุรี

 

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ภูหลวงมีความหมายว่าเขาที่สูงใหญ่

หรือหมายถึงภูเขาของพระเจ้าแผ่นดิน เกิดจากการยกตัวของพื้น ผิวโลกและดิน ส่วนที่อ่อนพัดพาลงสู่พื้นที่ส่วนต่ำภูหลวงประกาศให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม2517 มีพื้นที่ประมาณ 560,593 ไร่ สภาพทั่วไปเป็นพื้นที่ราบสูงอากาศเย็นตลอดปี ตั้งอยู่ในบริเวณท้องที่อำเภอวังสะพุง อำเภอภูเรืออำเภอด่านซ้าย และอำเภอภูหลวง ฤดูกาล บน ภูหลวงมี 3ฤดูเหมือนพื้นราบแต่ระดับอุณหภูมิต่างกันฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ20-24 องศาเซลเซียสจะมีดอกไม้ที่มีสีสันเจิดจ้าสวยงามเช่นเอื้องตาเหิน กล้วยไม้ป่าดอกขาวกุหลาบขาวและกุหลาบแดงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการชมทุ่งกุหลาบขาวและกุหลาบแดง คือระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมฤดูฝนอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม อุณหภูมิใกล้เคียงหรือสูงกว่าหน้าร้อนเล็กน้อยจะมีดอกไม้ป่าดอกเล็ก ๆสีชมพูอมม่วงขึ้นแซมตามทุ่งหญ้า ฤดูหนาวอุณหภูมิลดลงมาก เฉลี่ย 0-16องศาเซลเซียส ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม บางวันอุณหภูมิลดลงถึง -4องศาเซลเซียสจะมี ก่วมแดงหรือที่รู้จักกันว่าเมเปิ้ล จะเปลี่ยนสีแดงแล้วผลัดใบ ตามพื้นดินจะเห็นต้นกระดุมเงินและรองเท้านารีปีกแมลงปอขึ้นอยู่บนก้อนหินและตามพื้นป่าดิบเขาด้านตะวันออกของเทือก ูหลวง มีการค้นพบซากหินรอยเท้าไดโนเสาร์อายุกว่า 120 ล้านปี นอกจากนี้ยังมีป่าหลากชนิดเช่น ป่าผลัดใบหรือป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขาแต่ป่าที่โดดเด่นที่สุดบนภูหลวง คือป่าสนสองใบ สนสามใบและทุ่งหญ้าตามพื้นที่ราบ เนินเขาและลานหิน นอกจากนั้นทางเขตฯ ได้จัดเส้นทางศึกษาธรรมชาติภูหลวง เป็นเส้นทางที่ขึ้นทางอำเภอภูเรือโดยเริ่มจากโคกนกกระบา ผ่านลานสุริยัน ผาสมเด็จ รอยเท้าไดโนเสาร์ระหว่างทางจะพบกุหลาบขาวและกุหลาบแดง กล้วยไม้ป่าต่าง ๆโดยใช้ระยะทางเป็นเวลา 1-2 วันนักท่องเที่ยวที่เดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติจะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางด้วย การเดินทางขึ้นภูหลวงนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อได้ที่ สำนักอุทยานแห่งชาติกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เขตบางเขน กรุงเทพฯ โทร. 02561 4292-3 ต่อ 755 หรือ www.dnp.go.th ;ช่วงที่เหมาะในการเที่ยวชมภูหลวงคือระหว่างเดือนตุลาคม-พฤษภาคม

หมายเหตุ ภูหลวงจะปิดในช่วงฤดูฝน สถานที่พัก ทางเขตฯมีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว สำรองที่พักล่วงหน้าได้ที่สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เขตบางเขนกรุงเทพฯ โทร. 0 2561 4292-3 ต่อ 755และที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง โทร. 0 1221 0547 หรือ www.dnp.go.th

 

โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ผานาง-ผาเกิ้ง

เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถในโครงการมีการ ทอผ้าไหม เครื่องหัตถกรรมเครื่องครัวผลิตจากไม้ไผ่และไม้สัก โรงเพาะเห็ดหลินจือ เห็ดหอมเห็ดนางฟ้า และมีสินค้าของแต่ละผลิตภัณฑ์จำหน่ายนอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย เช่น การตกปลาขี่จักรยานท่องเที่ยว ให้อาหารสัตว์นานาชนิด ชมวิวทิวทัศน์รอบ ๆบริเวณ โครงการ และมี ที่พักไว้สำหรับบริการนักท่องเที่ยวด้วยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ โทร. 0 4281 2290 การเดินทางใช้เส้นทางเลย-วังสะพุง ระยะทาง 20 กิโลเมตรแล้วเลี้ยวซ้ายไปกิ่งอำเ อเอราวัณประมาณ 31 กิโลเมตรจนถึงโรงเรียนบ้านวังสำราญ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 1.5 กิโลเมตร

 

ถ้ำมโหฬาร

อยู่ที่บ้านหนองหิน ตำบลหนองหิน อยู่ในบริเวณวัดถ้ำมโหฬารภายในถ้ำมีบริเวณกว้างขวาง มีถ้ำเล็กถ้ำน้อยสลับซับซ้อนมากมายการเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 201 (เลย-ชุมแพ) พอถึงกิโลเมตรที่162-163 เลี้ยวซ้ายเข้าไปตามทางลาดยาง ประมาณ 2 กิโลเมตรก็จะถึงถ้ำถ้ำโพธิสัตว์หรือกุ้ยหลินเมืองเลย ตั้งอยู่ในบริเวณบ้านปวนพุตำบลปวนพุ ถ้ำแห่งนี้มีถ้ำเล็กถ้ำน้อยเรียงรายอยู่ใต้ยอดเขาทั้งหมด 15คูหา แต่ ละคูหามีชื่อเรียกต่าง ๆ กัน เช่น เขาวงกต ถ้ำลับแลสวรรค์ชั้นต่าง ๆ เป็นต้นนอกจากนี้ยังมีหินย้อยรูปร่างสวยงามแปลกตาอีกมากมายการเข้าชมนั้นควรติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ อบต.ก่อนเนื่องจากไม่มีไฟฟ้า และการเดินถ้ำวกวนมากใช้เวลาในการเดินชมอย่างน้อย 1 ชั่วโมง การเดินทางใช้เส้นทางเดียวกับสวนหิน ห่างจากปากทางราว 9 กิโลเมตรจะมีทางแยกขวาเข้าไปตามทางลูกรัง 600 เมตร แล้วเลี้ยวซ้ายอีก 1.4กิโลเมตร

 

สวนหินผางาม หรือคุนหมิงเมืองไทย

อยู่ที่บ้านผางาม หมู่ 10ตำบลปวนพุ จากกิ่งอำเภอหนองหินใช้เส้นทางหมายเลย 201 เลย-ชุมแพไปประมาณ 43 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาไปประมาณ 19 กิโลเมตรจนถึงสวนผางาม เป็นสวนหินปูนอายุประมาณ 230-280 ล้านปี ที่เกิดจากการสะสมตัว ของตะกอนชายฝั่งระดับตื้น ต่อมาเปลือกโลกยกตัวขึ้นและมีการผุพังจากธรรมชาติหลายล้านปี ทำให้ภูเขามีลักษณะสวยงามแปลกตาคล้ายกับสวนหิน ที่เมืองคุนหมิง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนจนได้รับการขนานนามว่า "คุนหมิงเมืองไทย" ภายในบริเวณสวนหินมี ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวไว้บริการการเดินเที่ยวชมธรรมชาติสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อนำชมสวนหินผางามในการนำชมเป็นกลุ่ม ๆ ละ 10 คน นักท่องเที่ยวต้องเสียค่าบริการนำชม 100บาท/กลุ่ม เนื่องจากทางเดินภายในสวนหินแคบและวกวนอาจมีการพลัดหลงได้เส้นทางเดิน ชมสวนหินมีจุดที่น่าสนใจได้แก่ ถ้ำทะลุภูเขาทรงแปลกคล้ายรูปสัตว์ จุดชมวิวที่ยอดเขาผาบ่องหรือภูเขาหินที่มีลักษณะเป็นช่องทะลุตรงกลาง น้ำตกสวนห้อมหรือน้ำตกสันติธารา อยู่ที่บ้านสวนห้อม น้ำตกสวนห้อมเป็นน้ำตกขนาดกลางเห็นได้แต่ไกล ไหลตกลงมาเป็นชั้นๆบริเวณน้ำตกร่มรื่นเหมาะสำหรับพักผ่อน การเดินทางใช้เส้นทางเดียวกับสวนหินผางาม แต่อยู่เลยเข้าไปอีกประมาณ 300 เมตร

 

น้ำตกเพียงดิน หรือน้ำตกวิสุทธารา

อยู่เลยสวนหินผางามไป 2 กิโลเมตรน้ำตกเพียงดินเป็นน้ำตกขนาดกลาง แต่มีหลายชั้น บางชั้นก็ต้อง ปีนป่ายบางชั้นก็มีน้ำใสไหลเป็นแอ่ง ลงเล่นน้ำได้ไม่อันตรายบรรยากาศโดยรอบร่มรื่น เหมาะสำหรับพักผ่อน นั่งรับประทานอาหาร

 

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีฐาน มีพื้นที่ 217,576 ไร่ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2505 เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่งของเมืองไทยเพราะมีสภาพธรรมชาติสมบูรณ์ประกอบด้วยระบบนิเวศและภูมิ ประเทศหลากหลาย ทั้งทุ่งหญ้าป่าสนเขา ป่าดิบ ป่าต้นเมเปิ้ล พันธุ์ไม้ดอกที่สวยงาม กุหลาบป่าเอื้องคำหิน น้ำตกและหน้าผาชมทิวทัศน์ ลักษณะเด่นของอุทยานฯแห่งนี้คือ เป็น ภูเขาหินทรายยอดตัดเป็นที่ราบขนาดใหญ่คล้ายใบบอนหรือรูปหัวใจ มีความสูง 400-1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ก่อนเดินทางมาท่องเที่ยวป่าเขาที่ ูกระดึงนักท่องเที่ยวควรสำรวจสุขภาพความพร้อมของร่างกายก่อนเดินทางเพราะต้องใช้เวลาเดินและปีนป่าย เขาที่มีระยะทางร่วม 9 กิโลเมตร (ขึ้นเขา 5กิโลเมตร ทางราบอีกประมาณ 3-4 กิโลเมตร)สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถส่วนตัวจากตัวเมืองเลยใช้เส้นทางหมายเลข 201 เส้นเลย-ภูกระดึงซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเลยประมาณ 75 กิโลเมตรแล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2019 อีก 8 กิโลเมตรก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ บริเวณที่ทำการอุทยานฯมีด่านเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยว ชาวไทย ผู้ใหญ่คนละ 20 บาท เด็ก10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาทและค่าบริการลูกหาบสัมภาระ กิโลกรัมละ 10 บาทนักท่องเที่ยวสามารถเช่าเต็นท์และบ้านพักได้ที่ที่ ทำการอุทยานฯ โทร.0 4287 1333 หรือที่สำนักอุทยานแห่งชาติกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เขตบางเขน กรุงเทพฯ โทร. 02561 2920-1 ต่อ 724-725, 0 2579 5734, 0 2579 7223 www.dnp.go.th อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จะปิดระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน ทุกปีเพื่อให้สภาพธรรมชาติฟื้นตัวและปรับปรุงสถานที่พักสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว

 

อุทยานแห่งชาติภูเรือ

ตั้งอยู่ในเขตตำบลหนองบัวอำเภอภูเรือ และอำเภอท่าลี่อาณาเขตทางทิศเหนือติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาวเป็นภูเขาสูงใหญ่ บนยอดเขาเป็นที่ราบกว้างใหญ่ มีต้นสนขึ้นสลับซับซ้อน มีลักษณะแปลกคือ มีส่วนหนึ่งเป็นผาชะโงกยื่นออกมาเหมือนหัวเรือสำเภาใหญ่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นทิวเขาสลับซับซ้อนประกอบด้วยเขาหินทรายและหินแกรนิตสลับกันสัตว์ป่าที่พบเห็นได้แก่ หมี เก้ง หมาใน ไก่ฟ้าพญาลอ เต่าปูลูอุทยานภูเรืออยู่บนยอดเขาสูงทำให้มีอากาศเย็นตลอดปีและเป็นอุทยานที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุดของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะหนาวเย็นมากจนกระทั่งน้ำค้างบนยอดหญ้าจะแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง าษาพื้นเมือง เรียกว่า "แม่คะนิ้ง"ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2522มีเนื้อที่ประมาณ 75,525 ไร่ช่วงเดือนที่เหมาะที่จะมาเที่ยวคือเดือนตุลาคม-มีนาคม สถานที่พักอุทยานฯมีบริการบ้านพักไว้สำหรับนักท่องเที่ยวสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ที่ทำการอุทยานฯ โทร. 0 4280 1716 หรือที่สำนักอุทยานแห่งชาติกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เขตบางเขน กรุงเทพฯ โทร. 02561 2920-1 ต่อ 724-725, 0 22579 5734, 0 2579 7223 หรือwww.dnp.go.th</a>;; การเดินทาง จากตัวเมืองเลยใช้ทางหลวงหมายเลข 203เส้นเลย-ภูเรือ ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตรแล้วเลี้ยวขวาบริเวณหลักกิโลเมตร 49-50 ตรงที่ว่าการอำเภอภูเรือเข้าไปเป็นทางลาดยางประมาณ 8 กิโลเมตร รถยนต์สามารถขึ้นได้และมีทางเดินเท้า 700 เมตร ก็จะถึงยอดภูเรือ น้ำตกปลาบ่าหรือน้ำตกตาดสาน อยู่ที่หมู่ 1 บ้านปลาบ่า ตำบลปลาบ่าเป็นน้ำตกที่ตกมาจากแผ่นหินขนาดใหญ่ลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่างเหมาะสำหรับเล่นน้ำและนั่งพักผ่อนรับประทานอาหาร การเดินทางใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 203 เส้นภูเรือ-ด่านซ้าย บริเวณหลักกิโลเมตรที่57-58 เลี้ยวซ้าย ทางเดียวกับสถานีทดลองเกษตรที่สูง ภูเรือ(บ้านกกโพธิ์) เข้าไปตามทางลาดยาง 7 กิโลเมตร ก็จะถึงบ้านปลาบ่าจากนั้นเลี้ยวซ้ายไปตามทาง ลาดยางอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงน้ำตก

 

พระธาตุศรีสองรัก

ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่ น้ำหมันห่างจากตัวอำเภอด่านซ้ายประมาณ 1 กิโลเมตร หรือห่างจากตัวจังหวัด 83กิโลเมตร พระธาตุศรีสองรัก มีรูปทรงลักษณะศิลปกรรมแบบล้านช้างองค์พระธาตุสูง 19.19 เมตร ฐานกว้างด้านละ 10.89 เมตรฐานเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ย่อมุมไม้สิบสอง องค์ระฆังทรง "บัวเหลี่ยม"คล้ายพระธาตุพนม พระธาตุหลวง (เวียงจันทน์) พระธาตุศรีโคตรบอง(แขวงคำม่วน) และอีกมาก มายแถบลุ่มน้ำโขงพระธาตุศรีสองรักสร้างขึ้นถวายเป็นอุเทสิกเจดีย์(หมายถึงเจดีย์สร้างขึ้นโดยเจตนาอุทิศให้พระศาสนาโดยไม่กำหนดว่าต้องเก็บรักษาสิ่งใด) สร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.2103 เสร็จในปี พ.ศ.2106พระธาตุศรีสองรักสร้างขึ้นเพื่อเป็นสักขีพยานในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่าง กรุงศรีอยุธยา(สมัยพระมหาจักรพรรดิ)และกรุงศรีสัตนาคนหุต(เวียงจันทน์) สมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชนอกจากนี้ภายในวัดยังมีพระพุทธรูป ปางนาคปรกศิลปะธิเบตด้วย ทุกวันขึ้น15 ค่ำเดือน 6 ชาวด่านซ้ายหรือ "ลูกผึ้งลูกเทียน"จะร่วมกันจัดงานสมโภชพระธาตุศรีสองรักขึ้นโดย จะนำต้นผึ้ง(ประดิษฐ์จากโครงไม้ไผ่เป็นทรงหอปราสาทขนาดกว้าง 2 ฟุต สูง 2 ฟุตเศษกรุรอบด้วยลวดลายงานแทงหยวกจากนั้นประดับด้วย "ดอกผึ้ง"ซึ่งทำจากแผ่นเทียนกลม ๆ บาง ๆ ตากแดดแล้วจับเป็นกลีบตรงกลางติดดอกบานไม่รู้โรย หรือขมิ้นหั่นเล็ก ๆ ต่างเกสรดอกไม้สีสดใส)เทียนเวียนหัว (เทียนแท่งที่ฟั่นยาวพอคาดได้รอบศีรษะ)มาถวายองค์พระธาตุถือเป็นประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคมจะมีการจัดงานนมัสการพระธาตุศรีสองรักขึ้นทุกปีการเดินทาง จากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 203 เส้นเลย-ภูเรือแล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2013 อีก 15 กิโลเมตรถึงอำเภอด่านซ้ายจากนั้นแยกขวาเข้าเส้นทาง 2113 อีก 1 กิโลเมตรข้อปฏิบัติเกี่ยวกับองค์พระธาตุศรีสองรัก คือไม่ควรนำสิ่งของหรือดอกไม้สีแดงขึ้นบูชาไม่ควรแต่งกายด้วยชุดสีแดงขึ้นไปนมัสการ เพราะองค์พระธาตุสร้างขึ้นเพื่อสัจจะและไมตรีสีแดงเป็นสัญลักษณ์ของเลือดและความรุนแรงไม่ควรกางร่มสวมหมวกและสวมรองเท้าขึ้นไปบน พระธาตุไม่ควรนำเด็กต่ำกว่า 3 ปีขึ้นไปนมัสการ (หมายเหตุ :ก่อนท่านจะทำหรือประกอบพิธีใด ๆที่เกี่ยวกับองค์พระธาตุขอให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าองค์พระธาตุก่อน)

 

วัดเนรมิตรวิปัสสนา

ตั้งสูงเด่นอยู่บนเนินเขาห่างจากพระธาตุศรีสองรักเพียงเล็กน้อยพระอุโบสถและเจดีย์ภายในวัดก่อสร้างด้วยศิลาแลงทั้งหลังที่เกิดจากจินตนาการสร้างสรรค์ออกแบบโดยพระและเณรภายในพระอุโบสถตกแต่งไว้ตามแบบศิลปะส่วนกลาง มีพระพุทธชิณราชจำลองเป็นพระประธาน และมีหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทโธซึ่งเป็นผู้ริเริ่มและได้มรณภาพแล้วประดิษฐานอยู่และมีภาพจิตกรรมที่สวยงาม ประดับอยู่โดยรอบพระอุโบสถนอกจากนี้บริเวณพื้นที่โดยรอบมีการจัดแต่งสวนต้นไม้ที่ร่มรื่นสวยงามและมีต้นไม้ที่สำคัญทางพุทธศาสนา คือ "ต้นสาละ"เป็นต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าทรงประสูติ น้ำตกแก่งสองคอนอยู่ที่บ้านหัวนายูง ตำบลด่านซ้ายลักษณะของน้ำตกเป็นธารน้ำกว้างไหลผ่านก้อนหินใหญ่น้อยมากมายลดหลั่นกันลงมาท่ามกลางต้นไม้ใหญ่เขียวครึ้มทั่วบริเวณ มีน้ำมากในช่วงฤดูฝนการเดินทาง ใช้เส้นทางหมายเลข 2013 เส้นด่านซ้าย-นครไทยอยู่เลยพระธาตุศรีสองรักไปราว 400 เมตรทางเข้าอยู่ข้างวัดเนรมิตวิปัสสนา(เข้าทางเดียวกับโครงการไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กน้ำหมัน)เลี้ยวเข้าไปตามทางลูกรังอีก 3 กิโลเมตรจากนั้นต้องเดินเท้าเข้าไปจึงจะถึงตัวน้ำตก วัดโพธิ์ชัยอยู่ที่บ้านนาพึง ตำบลนาพึง การเดินทาง ใช้เส้นทางเลย-ด่านซ้ายไปประมาณ 82 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 2113เส้นด่านซ้ายนาแห้วไป 23 กิโลเมตรวัดนี้สันนิษฐานว่าสร้างประมาณปลายกรุงศรีอยุธยาพระพุทธรูปองค์แสนที่ประดิษฐานอยู่ในกุฏิเจ้าอาวาสนั้นเป็นพระพุทธรูปโบราณคู่บ้านคู่เมืองมาหลายชั่วอายุคนประทับขัดสมาธิราบ พระพักตร์ยาวรี ยอดพระเมาลีเป็นเปลวเพลิงพระสังฆาฏิเป็นท้องนาค สันนิษฐานว่าเป็นพระเชียงแสนนอกจากนี้ภายในวิหารหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า อาราม มีจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติและวรรณกรรมท้องถิ่นที่ผนังด้านทิศเหนือมีจารึกว่าภาพเขียนดังกล่าวเขียนขึ้นเมื่อจุลศักราช 1214 ตรงกับ พ.ศ. 2395 ตรงกับช่วงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและที่ด้านนอกพระอุโบสถหลังเดียวกันนี้ยังมี าพจิตรกรรม ซึ่งเขียนขึ้นในสมัยหลังคือเมื่อปี พ.ศ. 2459 นับเป็นโบราณสถานและโบราณวัตถุที่มีค่ายิ่งแห่งหนึ่งของจังหวัดเลยและกรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนวัดโพธิ์ชัยเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2530

 

อุทยานแห่งชาตินาแห้ว

อยู่ในเขตอำเภอนาแห้ว มีพื้นที่ทั้งหมด 73,225 ไร่ภูมิประเทศประกอบด้วยขุนเขาสลับซับซ้อนทอดตัวเป็นแนวยาวจากเหนือจรดใต้ สภาพป่าไม้ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบแล้งที่มีไม้ผลัดใบผสมตามพื้นที่สูงเป็นป่าดิบเขาเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างแผ่นดินไทย-ลาวสัตว์ป่าที่พบเห็น ได้แก่ เลียงผา หมาใน นกเหยี่ยว เต่าปูลูสถานที่พัก ทางอุทยานฯ มีบริการที่พักไว้สำหรับนักท่องเที่ยว พักได้10-15 คน ราคา 2,000 บาท และพักได้ 30-40 คน ราคา 3,000 บาทเต็นท์ให้เช่า นอนได้ 3 คน ราคา 250 บาทในกรณีที่นักท่องเที่ยวนำเต็นท์มาเองเสียค่าพื้นที่ คนละ 30 บาทสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ที่ทำการอุทยานฯ โทร. 0 42819340-1หรือที่สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเขตบางเขน กรุงเทพฯ โทร. 0 2561 2920-1 ต่อ 724-725, 0 2579 5734, 02579 7223 หรือ www.dnp.go.thการเดินทางจากตัวเมืองเลยใช้เส้นทางหมายเลข 203 ระยะทาง 68 กิโลเมตรถึงทางแยกบ้านโคกงามให้เลี้ยวขวาตามเส้นทางหมายเลข 2031 ระยะทาง 12กิโลเมตร ถึงอำเภอด่านซ้ายให้เลี้ยวขวาตามเส้นทาง หมายเลข 2113 ไปอีก32 กิโลเมตร จนถึงอำเภอนาแห้ว จากอำเภอนาแห้วเดินทางต่อไปอีก 4กิโลเมตร ถึงบ้านเหมือนแพร่เลี้ยวซ้ายตามเส้นทาง 1268 ผ่านตำบลแสงภาและเลี้ยวขวาตามทางแยกบนทางหลวง 1268 อีกครั้ง ตรงหลักกิโลเมตรที่ 0อีกประมาณ 3 กิโลเมตร ก็ถึงที่ทำการอุทยานฯ น้ำตกธารสวรรค์อยู่หลังโรงเรียนนาแห้ว วิทยา เป็นน้ำตกที่มีความสูงประมาณ 15 เมตรบริเวณน้ำตกมีศาลาสำหรับพักผ่อนตอนล่างมีก้อนหิน น้อยใหญ่เรียงรายมีสาหร่ายและพันธุ์ไม้นานาชนิดขึ้นบริเวณริมฝั่งสองข้างทางรถยนต์สามารถเข้าถึงน้ำตกได้ น้ำตกคริ้ง อยู่ห่างจากอำเภอประมาณ 10กิโลเมตร อยู่ติดกับถนนสายเหมืองแพร่-ร่มเกล้าบริเวณน้ำตกมีพืชพันธุ์นานาชนิดขึ้นริมฝั่ง ทำให้ดู มีความอุดมสมบูรณ์มีก้อนหินเรียงกันเป็นชั้น ๆ ตอนล่างมีอ่างน้ำขนาดใหญ่มีศาลาพักผ่อนสำหรับผู้มาเยือน

 

พระธาตุสัจจะ

ตั้งอยู่บริเวณวัดลาดปู่บ้านท่าลี่ ตำบลท่าลี่ องค์ประกอบของพระธาตุสัจจะประกอบด้วยดอกบัวบานมีกลีบ 3 ชั้น สูงประมาณ 1 เมตรตั้งอยู่รอบองค์พระธาตุสัจจะ องค์พระธาตุสูง 33 เมตรสร้างขึ้นเพื่อต่อดวงชะตาพระธาตุพนมที่พักโค่นลงมาในอดีตและให้เป็นปูชนียสถานอันเป็น ที่เคารพสักการะบูชาต่อไปมีสัญลักษณ์คล้ายคลึงกับพระธาตุพนม มีเศวตฉัตร 7 ชั้นประดิษฐานไว้บนยอดสุดของพระธาตุสัจจะ การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข201 แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2115 สายท่าลี่-อาฮีห่างจากที่ว่าการอำเภอท่าลี่ประมาณ 2 กิโลเมตร

   

 

รวมมิตรของเชียงคาน

จองที่พักเชียงคาน และทั่วไทย

© 2012   Created by pitakchai.

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service