เชียงคาน ... มาใช้ชีวิต กิน อยู่ ชื่นชมวัฒนธรรม อย่าง..ไทเชียงคาน....
Loading feed
PATTY has not received any gifts yet
Give a Gift
Join Thai Chiangkhan
It may take only a minute to like someone, มันอาจจะใช้เวลาเพียงชั่วนาทีที่จะชอบใครสักคน
only an hour to have a crush on someone เพียงชั่วโมงที่จะหลงใหลคลั่งไคล้ใครสักคน
and only a day to love someone และเพียงชั่ววันที่จะรักใครสักคน
,but it will take a lifetime to forget someone. เเต่มันใช้เวลาถึงชั่วชีวิตที่จะลืมใครสักคน
การห้ามใจไม่ให้รักนั้นยากนักแต่คงเทียบไม่ได้กับการห้ามใจให้ลืมรักเพราะมันย่อมยากกว่า
View All Comments
ยินดีต้อนรับสู่ Thai Chiangkhan
สมัครสมาชิกor Sign In
Or sign in with:
© 2013 Created by Admin.
Badges | Report an Issue | Terms of Service
Please check your browser settings or contact your system administrator.
Comment Wall (11 comments)
You need to be a member of Thai Chiangkhan to add comments!
Join Thai Chiangkhan
It may take only a minute to like someone,
มันอาจจะใช้เวลาเพียงชั่วนาทีที่จะชอบใครสักคน
only an hour to have a crush on someone
เพียงชั่วโมงที่จะหลงใหลคลั่งไคล้ใครสักคน
and only a day to love someone
และเพียงชั่ววันที่จะรักใครสักคน
,but it will take a lifetime to forget someone.
เเต่มันใช้เวลาถึงชั่วชีวิตที่จะลืมใครสักคน
การห้ามใจไม่ให้รักนั้นยากนัก
แต่คงเทียบไม่ได้กับการห้ามใจให้ลืมรักเพราะมันย่อมยากกว่า
ดังนั้น เมื่อเกิดปัญหาใดขึ้นระหว่างคนเหล่านั้น พวกเขาจะไม่อดทนแก้ไขอย่างใจเย็น
พวกเขาจะไม่ใช้ความรักที่อ่อนโยน แก้ปัญหา แต่พวกเขาใช้ความหึง ความหวง
และบางครั้งก็ใช้พละกำลัง... สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่น่าขยาดกลัว มีอานุภาพรุนแรงเหลือจะกล่าว
ในที่สุดหลังจากเขาได้ตัดสินปัญหาด้วยอย่างอื่นที่ไม่ใช่ความรักแล้ว
และผลของมันได้ลุกลามใหญ่โต "ความรัก" จึงตกเป็นผู้ต้องหา...
โดยไม่มีแม้แต่โอกาสจะแก้ต่างให้ตัวเอง
โดยคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตเรา, คนที่เรารัก และผู้คนรอบตัวเรา....
... สิ่งที่เราจะต้องทำ คือเพียงลงมือทำความสำเร็จเล็ก ๆ แต่สม่ำเสมอสะสมไปทุก ๆ วัน....ไม่ใช่ต้องทุ่มสุดตัวทำอะไรที่ยาก และยิ่งใหญ่ ภายในวันสองวัน
แต่มันก็มีเคล็ดลับที่จะรักษาระดับของความสม่ำเสมอคือ.....
ทุกครั้งที่ลงมือทำงาน ไม่ว่าจะเล็กใหญ่ สำคัญไม่สำคัญ ให้คิดเสียว่า เม็ดงานนั้น ๆ มีความสำคัญมากทุกงาน สำคัญขนาดที่อาจจะเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ และจะเสียดายมากถ้าเราข้ามเม็ดงานนั้นไป
เหมือนการจะเดินทางไกล ต้องทิ้งสัมภาระที่ใหญ่, หนัก แต่ไม่จำเป็นต้องใช้บางอย่างไปซะ
เพราะเมื่อไปถึงจุดหมาย เราจะได้ทุกอย่างกลับคืนมาแบบร้อยเท่าทวีคูณ
ถ้าไม่ยอมสลัดทิ้งอะไรเลย ก็ไปไหนไม่ได้สักที ติดแหงกอยู่นี่แหละ.....
อย่างนี้ก็ไม่ใช่การตัดสินใจ เขาเรียกว่า "ปลอบใจตัวเอง" ไปวัน ๆ เท่านั้นเอง
แต่บวกเกินไปก็เหมือนใส่แว่นสีเขียว มองอะไรเขียวไปหมด เหมือนมองอะไรก็ดีไปหมด บางทีเลยไม่รู้ว่าปัญหาบางอย่างมันเข้ามาแล้ว แต่ไม่ได้ทำอะไรเพราะคิดดีไปซะหมด เลยคิดว่าคงไม่เป็นอะไร.....ถึงเวลาหนึ่งก็สายเกินแก้ไข
แต่ถ้าคิดลบเกินไป ก็เหมือนเอาสปอร์ทไลท์สีแดงส่อง มองไปทางไหนก็แย่ไปหมด เป็นอย่างนี้ก็ทุกข์ตลอดชาติ
ดีที่สุดคือ "มองทุกอย่างตามจริง" ให้รู้ทันปัญหา แต่คิดบวกว่าปัญหาคือโอกาสทำให้เราก้าวหน้าต่อไป ไม่ใช่เป็นอุปสรรค์ทำให้เราล้มเหลว
แต่อยู่ที่คำว่า "เป็น"
ถึงวันนี้ ช่างเถิดว่าเรามีอะไรอยู่ และกำลังจะได้อะไรมา...
ที่สำคัญกว่าคือ วันนี้เราเป็นอะไรอยู่ และอนาคต กำลังจะเป็นอะไร...
และที่สำคัญที่สุด เรารู้กันแล้วหรือยังว่า...?
ในชีวิตนี้ "เราจะเป็นอะไรก็ได้ ถ้าเราอยากเป็น"
View All Comments