"สู้ สู้ หรือจะยอมแพ้"

*คือแบบว่าช่วงนี้มีเรื่องราวอะไร หลายอย่างมากมายผ่านเข้ามาในชีวิต มีทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดี ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องไม่ดีมากกว่า

สภาวะจิตใจที่เคยเข้มแข็งก็กลับอ่อนแอลง โดยที่เราไม่รู้ตัวเองเลย มารู้อีกที่ อาการที่เรียกกว่าท้อแท้ ก็เข้ามาครอบงำแล้ว เฮอ....

ทำไงดี ทำไงดี คิดมาประมาณ 3-4วันแล้ว ไม่เจอทางออก จะไปออกทางเข้าก็ไม่ได้ ก็เลยลองวิธีนี้ดู เลิกคิดมันไปเลย เก็บเอาไว้

ก่อน ไม่สนใจมันอีก...... คุณเชื่อไหม ปัญหาเรื่องเดิมที่ผมคิดไม่ออก คิดมาหลายวัน คิดจนเกือบจะเป็นบ้า เพียงแค่ หยุดคิดและมี

เวลาพักผ่อน เลิกกังวล เลิกสนใจมัน แล้ววันหนึ่งผมก็รู้วิธีแก้ไขมันเอง คือผมว่ามันอยู่ที่มุมมองมากกว่านะ แล้วแต่ว่าเราจะมองจาก

มุมไหน มุมที่จมอยู่กับปัญหา หรือมุมที่ยืนอยู่เหนือปัญหากันแน่ คงเหมือนนักมวยบนเวทีกับคนดูนะผมว่า คนดูมองเห็นได้ทั่ว แต่นัก

มวยเห็นได้จำกัด บางครั้ง บางที นักมวยสู้ชีวิตอย่างเราๆ คงต้องเปลี่ยนมุมมอง เป็นคนดูบางอาจจะดี

**ช่วงนี้ตกงานครับ ไม่มีงานทำมาเกือบ 1เดือนเต็มๆแล้ว พยายามออกหางานทำ แต่สภาพเศรษฐกิจแบบนี้ งานน้อยกว่าคน สมัคร

ไว้หลายที่เหมือนกันแต่ยังไม่มีที่ไหน เรียกตัวไปทำเลย รายรับไม่มี แต่รายจ่ายมีทุกวัน ไม่รู้จะทำยังไง คิดไปคิดมาคิดไม่ออก ใช้

หลักการเดิมเลย เลิกคิดมันเลย คิดไปก็เท่านั้น ดีซะอีกไม่มีงานทำ ก็จะได้มีเวลาอ่านหนังสือมากขึ้น จะได้เรียนจบเร็วๆ ได้ผลนะ ยัง

ตกงานเหมือนเดิม แต่ความกังวลหายไป อ่านหนังสือได้เยอะเลย ผมบอกแล้วว่ามันอยู่ที่มุมมอง ว่าจะมองแบบท้อแท้หรือแก้ไข

***มีบางช่วงในชีวิตนะ ที่เหนื่อย ท้อแท้ ผิดหวังในชีวิต จนทำให้ไม่อยากที่จะทำอะไรต่อไป ก็ได้แต่มองคนอีกที่แย่กว่าเรา เหนื่อย

ท้อแท้ ผิดหวังในชีวิต มากกว่าเรา เค้ายังอยู่ได้เลย อยู่แบบสู้อย่างมีความหวังด้วย เค้าสู้ได้อยู่ได้ เราก็ต้องสู้ได้อยู่ได้เหมือนกัน บาง

คนบอกไม่มีเหลือใคร บอกต้องการกำลังใจ บอกไม่มีกำลังใจ แต่ในความคิดของผมนะมันเป็นเพียงข้ออ้างที่จะอ่อนแอมากว่า กำลัง

ใจความเข้มแข็ง มันอยู่ที่เรานี่แหละ ที่จะสร้างมันขึ้นมาหรือทำลายมันลงไป ชีวิตเรา เราเลือกเอง สู้หรือจะยอมแพ้

****สุดท้าย ใครก็ตามที่กำลังมีปัญหา ไม่ว่าจะน้อยกว่า เหมือน หรือมากกว่าผม ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ผมขอเป็นกำลังใจให้ครับ ผ่าน

ช่วงเวลานี้ไปให้ได้ มันแค่ช่วงหนึ่งไม่ใช้ทั้งหมดของชีวิตเราหรอก ผมยังจำคำสอนของพ่อผม อยู่ตลอดว่า เวลาที่เรา ท้อแท้ให้มองคน

ที่ แย่กว่าเรา เพื่อที่จะได้มีกำลังใจ และวันไหนก็ตามที่เราประสบความสำเร็จให้มองคนที่ประสบความสำเร็จมากกว่าเรา เพื่อที่จะไม่

หลงตัวเอง เกิดมามีชีวิตอยู่หนึ่งชีวิต มีอยู่สองทางให้เดิน ทางแรกสู้ด้วยความหวังเพื่อที่จะกลายเป็นผู้ชนะในสักวัน หรือจะยอมแพ้

อย่างคนสิ้นหวังและกลายเป็นผู้แพ้ไปตลอดกาล ชีวิตเราเอง เราเลือกเอง เราทำเอง....

Views: 11

Comment

You need to be a member of Thai Chiangkhan to add comments!

Join Thai Chiangkhan

Comment by ปอนด์ on June 19, 2010 at 2:03pm
I agree ^_^
Comment by Angelway on September 19, 2009 at 9:52pm
หากอยู่กทม ลองไปฝึกอาชีพรร กทม ดูดิ..เรียนฟรี 3-6 เดือน ธรรมดาหรือ ส-อา ได้หมด ตอนนี้เค้าเปิดรับทั้ง 8-10 ศุนย์ทั่วกทม ใหย่ๆๆ ก้อสวนลุมฯ //ราม //มีนบุรี

มีสอนทุกอาชีพทั้งเบื้องต้นและขั้นสูง.. ทั้งแต่งผมชาย/หญิง/ทำอาหารมากมาย/อื่นๆๆๆ
โชคดีนะ เป็นกำลังใจให้
Comment by ดวง... on September 19, 2009 at 9:45pm
โป้งลองฟังเพลงนี้ดูนะครับ.. คลิกแล้วเปิดฟังในวินแอมพ์ได้เลย ถ้าชอบก็เซฟไว้ฟังในวันที่เหนื่อยๆ
Comment by ดวง... on September 19, 2009 at 9:43pm
Comment by ศิริอร on September 18, 2009 at 12:52pm
เห็นด้วยยิ่งกับวิธีคิดแก้ปัญหาค่ะ เหนื่อยนักก็พักบ้าง เลิกคิดแต่ไม่ควรเก็บไว้ การหามุมมองใหม่เป็นวิธีที่ดีเราจะเห็นสิ่งรอบตัวชัดเจนมากขึ้นกว่าเป็นคนที่ชนกับปัญหาอยู่
การคิดข้อดีของการได้พักก็เยี่ยม มีเวลาให้ตัวเองกับคนที่เรารักมากขึ้น และน่าจะไปหาทำ " อะไร " ที่ยังไม่เคยทำ
ทางเข้าบางทีก็เดินออกมาได้ อย่าไปยึดแค่ป้ายที่ติดไว้ บางทีหน้าต่างยังออกได้อีก ถ้าไม่มีทั้งประตูหน้าต่างก็ยังเคยเห็นคนเจาะทางออกมาจนได้ ถ้าไม่จนใจ
ทางเดินก็ไม่ได้มีแค่สองทางคือ สู้หรือแพ้ แต่ยังมีเส้นทางจางๆอยู่ระหว่างสองทางนี้ ค่อยๆนั่งมองไปก็จะเห็น
อยากเล่าเรื่องคุณลุงท่านหนึ่งให้ฟัง เห็นคุณลุงเข็นรถขายไอติมผ่านหน้าหมู่บ้านบ่อยๆ สงสารที่อายุมากแล้วเข็นรถมาตอนเที่ยงถึงบ่ายเป็นประจำร่มก็มีแต่คุณลุงบอกว่ากางแล้วลมตี เลยทนถูกแดดเผา ก็ช่วยกันซื้อไปให้คนไข้กินคนไข้เราก็ดีใจ
วันนึงราคาไอติม 105 บาท ให้ไป 120 บอกว่าไม่ต้องทอน คุณลุงบอกไม่ได้ผมเป็นคนตรงไปตรงมาไม่คิดโกงใคร แล้วหยิบไอติมเพิ่มให้อีก เลยหาเรื่องคุยว่าเข็นมาจากไหนพราะคิดว่าเป็นคนแถวบ้าน คำตอบคือ ออกจากบ้านที่หนองแขมมาแต่เช้าเข็นมาถึงพุทธมณฑลก็กลับรถ ถึงบ้านก็หมดวันพอดี
ลองให้เวลากับตัวเองคิดดูค่ะว่า อะไรคือใจ อะไรคืองาน


เข็นมาถึงพุทธมณฑลประมาณเที่ยง ก็กลับรถ
Comment by ถ่านไฟฉายตากบ on September 18, 2009 at 8:44am
ลำบาก ตอนนี้ สบายวันหน้า.....
อย่าเครียดมาก ยังไง..ก้อใช้ชีวิตไปเรื่อยฯฯ ปล่อยวาง บ้าง
ยังมีที่ให้เราอยู่ อีกเยอะ..บ้านเรา รักรออยู่....
Comment by คนชายขอบ on September 18, 2009 at 8:22am
ขอบคุณมากครับ...ทำให้ผมฉุกเกิดความคิดอะไรดีๆขึ้นมาได้บ้าง

รวมมิตรของเชียงคาน

ที่พักแนะนำ

instagram update

© 2012   Created by pitakchai.

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service