พ.ต.ดร.ณัฏฐพล  ตันมิ่ง

"เชียงคาน" เสน่ห์ล้น จนเมืองแตก

เชียงคาน(อ.เชียงคาน) เมืองเล็กๆริมฝั่งโขง ใน จ.เลย ถูกมองว่าเป็นสถานที่ต่อไปที่จะถูกกระแสการไหล่บ่าของนักท่องเที่ยวเข้ามาจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวลือชื่อ(มาก)อีกแห่งของไทย ด้วยความที่มีองค์ประกอบทางด้านการท่องเที่ยวครบครัน ทั้งเสน่ห์ทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิตที่ขับเคลื่อนอย่างเนิบนาบ สวนกระแสคนเมืองใหญ่ ทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวผู้แสวงหาคนสงบนิยมเดินทางไปสัมผัสเชียงคานกันมากขึ้น
แต่..ด้วยบทเรียนอันเจ็บปวด ที่เกิดจากความบอบช้ำทางการท่องเที่ยวในหลายแห่งของไทย หลายครั้งที่ผ่านมา ทำให้เวลานี้ คนเชียงคานเริ่มกลัวเสียแล้วว่า การรุกคืบทางการท่องเที่ยว กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีทุกอย่างที่เคยมี และพรากเมืองที่พวกเขารักให้เปลี่ยนแปลงไป
เมืองเล็ก คนล้น
ผอ. อรุณศรี ศรีเมฆานนท์ ศาสตรานิติ ผู้อำนวยการภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) กล่าวถึงเชียงคานว่า ตอนนี้กำลังเนื้อหอม ข้อดี คือ ชุมชนคนเชียงคานยังถือว่าเข้มแข็งมาก จึงมักมีคนพูดถึงเชียงคานว่า เหมือนปายเมื่อหลายๆปีก่อน
"แรกๆพวกเขาก็อยากจะเป็นปายสอง ทางเราก็บอกว่าจะไปเป็นปายสองทำไม ในเมื่อเชียงคานก็มีความเป็นตัวเองอยู่แล้ว ชื่อของเชียงคานก็มีเสน่ห์ดึงดูด มีความเป็นธรรมชาติสูง วิวริมแม่น้ำโขงก็สงบเงียบ แผนผังเมืองดีมาก มีทางเดินเลาะเลียบริมแม่น้ำ ซึ่งคนเดินได้วิ่งออกกำลังกายได้ขี่จักรยานได้ มีบ้านเก่าที่เปิดบ้านหาแม่น้ำ"
ผอ. อรุณศรี เล่าถึงเชียงคานยุคเริ่มต้นการท่องเที่ยวที่แสดงความโดดเด่นออกสู่สายตาสาธารณชนหลายๆด้าน จนได้รับรางวัลการอนุรักษ์จากหลายๆสถาบัน เช่น รางวัลการอนุรักษ์บ้านเก่า รางวัลการอนุรักษ์สายใย จุดนี้จึงเป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่สร้างความมั่นใจแก่คนเชียงคานว่าการที่เขาดูแลเป็นอยู่แบบนี้คือสิ่งที่ดี
แต่เมื่อการไหล่บ่าอย่างล้นทะลักของนักท่องเที่ยวเข้ามายังเมืองเล็กๆ จนเกินขีดการรองรับของเมือง จะเกิดอะไรขึ้น ในจุดนี้ ผอ.อรุณศรีมองว่า ต้องมีการทำความเข้าใจกับคนเชียงคานก่อนว่า มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะพวกเขาจะสูญเสียอะไร นักท่องเที่ยวเข้ามาน้อย เขาอยู่ได้ไหม

"บางทีรู้ว่ามีข้อเสีย แต่เอาเถอะ...คำว่า เอาเถอะ...กับการท่องเที่ยวมันพังหมดแหละ ต้องรู้วิธีการจัดการกับข้อเสียว่าจะจัดการยังไง คนเชียงคานเท่านั้นที่จะตอบได้ว่าอยากอยู่แบบไหน ในอนาคตอันใกล้นี้ เชียงคานจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ต้องกำหนด ขีดความสามารถในการรับนักท่องเที่ยว ถ้าต้องการนอนเขตบ้านเก่าริมน้ำ ต้องจองล่วงหน้า ถือเป็นการจำกัดนักท่องเที่ยวไปในตัว"ผอ.อรุณศรีกล่าว
ทางด้าน อ.ณัฎฎพล ตันมิ่ง นักวิชาการท้องถิ่นเมืองเชียงคาน กล่าวถึงเชียงคาน ในยุคการท่องเที่ยวจู่โจมว่า เชียงคานไม่เคยมีรูปแบบการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง แม้จะมีองค์ประกอบของการท่องเที่ยว ที่มีศักยภาพในระดับหนึ่งแต่ก็ยังอยู่ในระยะแรกเริ่ม แต่ในระยะแรกเริ่มเช่นนี้ ก็ดูเหมือนว่าจะสร้างปัญหาหนักใจให้คนเชียงคานไม่น้อย เมื่อนักท่องเที่ยวไหลมาจากทั่วทุกสารทิศจนล้นเมือง
"เรามีแนวคิดอยากดันเชียงคาน ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของประเทศ หวังไกลถึงการเสนอเป็นมรดกโลก แต่ก่อนอื่นต้องไม่มีมลพิษทางสังคม" อ.ณัฎฎพล กล่าวถึงอนาคตเชียงคาน
อ.ณัฎฎพลยังกล่าวต่อไปอีกว่า เชียงคานตกอยู่ในบ่วงการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง คือ ช่วงปลายปี 2551 ที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจนเต็มเมืองไปหมด
"คนเชียงคานเรียกช่วงนั้นว่า เชียงคานแตก ไม่แพ้เมืองปาย จ.แม่ฮ่องสอน" อ.ณัฎฎพลกล่าว
เชียงคานแตก เพราะคนล้นจนไม่มีที่พัก ต้องนอนบ้านชาวบ้าน วัด อ.ณัฎฎพลคาดการไว้ล่วงหน้าแล้วว่า ปลายปีนี้ก็คงจะคล้ายปีที่แล้ว หรืออาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ

ความรัก ที่ทำร้าย
ด้านความคิดเห็นของ กมล คงปิ่น นายกเทศมนตรีเชียงคานผู้ที่เรียกได้ว่ามีหน้าทีดูแลความเป็นไปของเชียงคานโดยตรงกล่าวว่า เดิมทีไม่ได้มีแนวคิดจะทำเขตเทศบาลเชียงคานให้เป็นเมืองที่รองรับนักท่องเที่ยว แต่มุ่งเน้นทำวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนเชียงคานให้คงอยู่ จึงมีการประชาสัมพันธ์เชียงคานสู่คนภายนอกมากขึ้น
"เราประชาสัมพันธ์เชียงคานแค่เกือบปี เร็วมากที่คนเข้ามา คงเพราะคนเชียงคานมีเอกลักษณ์ทั้งภาษาพูด วัฒนธรรมคล้ายหลวงพระบาง ไม่มีโจร ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ธรรมชาติ ความงามในความเงียบไม่มีความเร่งรีบ และทาง ททท.รับเชียงคานเป็นต้นแบบทางวัฒนธรรมหนึ่งเดียวของอีสานทำให้เชียงคานมีจุดขายหลากหลาย"นายกเทศมนตรีกล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้เชียงคานกลายเป็นเมืองท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตามนายกเทศมนตรีเองก็มีสิ่งที่กังวลไม่แพ้คนอื่นๆ เมื่อคิดถึงอนาคตของเชียงคาน เขาเล่าว่า สิ่งที่กลัวคือ นักท่องเที่ยวจะมากินเหล้า สูบบุหรี่ ทิ้งขว้างตามถนนหนทาง เพราะภาพนี้มันไม่เคยปรากฏ มันไม่ใช่เชียงคาน ได้แต่กระตุ้นชุมชน เรื่องสำนึกรักบ้านเกิดให้เขาเท่านั้น เดือนธันวาคมนี้จะมีการจัดงานครบ 100 ปีเชียงคานด้วย คาดว่าคนคงล้นเมืองแน่
อีกหนึ่งคนที่แสดงความเป็นห่วงเชียงคาน คือ ธนภูมิ อโศกตระกูล หรือ ไทเชียงคาน ชาวเชียงคาน ผู้มองเมืองนี้ด้วยความเป็นห่วงมาโดยตลอด กล่าวว่า เชียงคานมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมานานแล้ว แต่ช่วงหลังเมืองปายล้น คนก็เริ่มแสวงหา ที่ที่มีบรรยากาศใกล้เคียงทดแทน แล้วมีคนไปเจอเชียงคาน เริ่มเขียนลงอินเตอร์เน็ตเลยกลายเป็นกระแส
"เริ่มมีคนให้ฉายาว่าปายสอง ลิตเติ้ลหลวงพระบาง ซึ่งมันไม่ดีเลย อย่างปายถามว่าตอนนี้อะไรคือจิตวิญญาณของปายไม่มีใครตอบได้ เพราะกลายเป็นที่เก๋เป็นร้านที่ไปโพสต์ท่าถ่ายรูปซึ่งผมไม่เข้าใจ มันขัดกับวิถีชีวิตความเป็นจริงของมนุษย์ที่ต้องดำรงอยู่ และตอนนี้ที่เชียงคานก็เริ่มจะมีร้านแบบนี้แล้วมันไม่เข้าพวก" ธนภูมิกล่าวแสดงความเห็น
เขายังกล่าวต่อไปว่า ไปเมืองไหนก็ควรกินอยู่อย่างเมืองนั้น การท่องเที่ยวคือการเปลี่ยนบริบท อย่าถามหาอะไรที่มันเกินกว่าเมืองจะมีให้ ส่วนปัจจัยที่ทำให้การท่องเที่ยวของเชียงคานโตขึ้นก็คงเป็นเพราะว่า คนในเมืองใหญ่ อยากจะหลบหนีความวุ่นวายจากสังคมเมืองที่มันเร่งรีบ แห้งแล้งน้ำใจ

เชียงคานมีกลุ่มเฝ้าระวังต่อเรื่องท่องเที่ยว เป็นคนเชียงคานกลุ่มเล็กๆ ทั้งที่อาศัยอยู่ในเชียงคาน และ ทำงานอยู่ต่างถิ่น พูดคุยปรึกษา แสดงความเห็นกันในเว็บไซต์www.chiangkhan.com และก็พยายามที่จะกระจายความคิดในการอนุรักษ์เชียงคานไว้ไปในสื่อต่างๆ และทำความเข้าใจกับคนเชียงคานในท้องถิ่นถึงเรื่องที่ว่า จะทำอย่างไรไม่ให้เชียงคานเปลี่ยนแปลงไปเร็วนัก
คนเชียงคานเป็นคนเรียบๆ ง่ายๆ ใจดี และส่วนใหญ่ก็เข้าใจว่า ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนเชียงคานมากมายก็เพราะว่า เชียงคานเป็นอย่างนี้ คือ เล็ก เงียบ สงบ และ อบอุ่น คนเชียงคานจึงยินดีต้อนรับนักเดินทางแปลกหน้าด้วยอัธยาศัยไมตรีที่ดีเป็นไปโดยธรรมชาติ
นักทำไร่เลื่อนลอย
อีกสิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีความเห็นตรงกัน คือ เรื่องความเป็นห่วงในการเข้ามาของผู้ประกอบการต่างถิ่น ซึ่ง อ.ณัฎฎพล กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า เป็นห่วงเรื่องผู้ประกอบการต่างถิ่น จะมาทำลายเชียงคาน เชียงคานขายความเก่าแก่แต่ผู้ประกอบการใหม่จะเข้ามาปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เอาสีเทา ม่วง แสด แดง มาใส่ในบ้านเก่า
"ไม่อยากให้เมืองเชียงคานเป็นปายหรือพัทยา แต่งนิดหน่อยได้พองามอย่าเปรอะไป เราคาดการณ์กันว่าผู้ประกอบการต่างถิ่นจะมีเพิ่มมากขึ้น เชียงคานเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวเข้ามาเพื่อใช้เงิน ไม่ใช่มาหาเงิน ไม่ใช่ที่กอบโกยอะไรออกไป" อ.ณัฎฎพลกล่าวเตือนผู้ที่คิดจะเข้ามาลงทุนในเชียงคาน
เช่นเดียวกับ นายกเทศมนตรีกมล ที่มีปฏิกิริยาต่อเรื่องนี้ว่า เรื่องของกลุ่มผู้กระกอบต่างถิ่น เป็นสิ่งที่เขากลัวที่สุด คนที่นี่ยังปิดตัวเอง ยังไม่กระเสือกกระสนที่จะทำธุรกิจ(ท่องเที่ยว)กัน แต่การมาของผู้ประกอบการต่างถิ่น กำลังทำให้ที่นี้เปลี่ยน
"ที่ไหนสวยเขาก็เสพ หมดความสาวเขาก็ย้ายหนี สิ่งที่เหลือไว้ให้เรา ก็มีเพียงขยะการท่องเที่ยว"นายกเทศมนตรีกล่าวอย่างเจ็บปวด เมื่อคิดถึงการเข้ามาของผู้ประกอบการต่างถิ่น
ด้าน ผอ.อรุณศรี กล่าวว่า เรื่องผู้ประกอบการต่างถิ่น เป็นตัวหักเหประการหนึ่ง ต้องระมัดระวังว่าการท่องเที่ยว จะเป็นการนำรายได้ออกจากท้องถิ่น อันนี้แหละหลายคนฟังแล้วไม่เข้าใจ ว่าการท่องเที่ยวจะเอาเงินออกนอกท้องถิ่นได้อย่างไร มันเป็นการลงทุนแล้วก็เอาเงินกลับออกไป เป็นปรากฏการณ์ที่น่าเป็นห่วง
"บางรายไม่ใช่คนเชียงคาน เขาก็จะมาเปิดร้านแค่วันเสาร์-อาทิตย์แล้วก็ไป เชียงคานจะเป็นยังไงเขาก็ไม่สนใจจุดนี้ คนเชียงคานต้องระมัดระวังและต้องรู้เท่าทัน"ผอ.อรุณศรีกล่าวแนะ

สำหรับคนเชียงคานเรื่องนี้ ต่างกลัวกันอยู่ว่า จะมีคนที่อื่นมาเช่าห้องแพงๆ เดี๋ยวจะกลายเป็นคนอื่นไปหมด เข้ามาทำงานไม่กี่วันแล้วทิ้งเชียงคานให้ร้าง แต่อย่างไรก็ตาม จะแนะนำอะไรเราก็ต้องเผื่อทางออกด้านเศรษฐกิจไว้ด้วย ต้องให้พวกเขาอยู่ได้ด้วยเช่นกัน
ส่วนทางด้านคนเชียงคานอย่าง ธนภูมิ คนที่เติบโตมากับเชียงคาน เขากล่าวว่าไม่ชอบเป็นอย่างยิ่ง พร้อมแนะให้คนเชียงคานลุกขึ้นมาทำธุรกิจเอง เพื่อคานอำนาจกับผู้ประกอบการต่างถิ่น

"พวกนี้เป็นนักทำไร่เลื่อนลอย คือ ชำเราปายเสร็จแล้ว หนำใจแล้วก็มีที่เชียงคานต่อ จะมีพวกกรุงเทพฯที่ชอบเชียงคาน มาในนามของความรัก ชอบรักอยากอยู่ มาเช่าบ้านขายของกันทำร้านเก๋ๆแบบเมืองปาย ปรากฏว่าเขาก็จะอยู่แค่วันศุกร์-อาทิตย์เย็นๆก็กลับไปกรุงเทพฯกัน ไปใช้ชีวิตมนุษย์เงินเดือนปกติ"ธนภูมิเล่าให้ฟังอย่างดุเดือด
เขายังเล่าถึงประสบการณ์ตรงที่ได้รับจากกรณีการต่อต้านผู้ประกอบการต่างถิ่นว่า ถูกตอบโต้จากอีกฝ่ายที่แย้งมาว่า ใครบางคนก็จมอยู่กับความน้ำเน่าเหมือนละครโทรทัศน์ ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง เขาเลยตอบกลับไปว่า ถ้าจะเปลี่ยนก็ขอเปลี่ยนด้วยน้ำมือของตัวเอง ไม่ขอเปลี่ยนด้วยน้ำมือของคนต่างถิ่น
ถึงแม้จะมีการเฝ้าระวังกันเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม ในฐานะคนเชียงคาน ก็อดไม่ได้ที่จะหวาดหวั่นต่อการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น
"บอกตรงๆ ว่ากลัว เพราะกระแสมาแรงเหลือเกิน เราพยายามทำเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้านได้สักเท่าไหร่ ไม่ใช่ต้านนักท่องเที่ยว แต่ขอไว้สำหรับนักธุรกิจที่จะมาสร้างอะไรใหม่ๆ ให้กับเมืองเชียงคาน แม้ร้านเล็กร้านน้อยก็เถิดมันคือการทำลายกลิ่น ทำลายจิตวิญญาณความเป็นเชียงคานไปทีละนิดๆ กลัวว่าสักวันความเป็นเชียงคานจะถูกกลืนหายไปกับร้านสารพัดร้านของคนต่างถิ่น ไม่อยากเห็นเชียงคานในอีก 10 ปีข้างหน้า เป็นเชียงคานที่เต็มไปด้วยบาดแผล เต็มไปด้วยซากของความรุ่งเรืองในยุคหนึ่งที่เชียงคานโดนกระทำชำเราจากนักท่องเที่ยวและทุนจากต่างถิ่น" ธนภูมิกล่าวทิ้งท้ายด้วยความอึดอัดใจต่อภาพของเชียงคานทุกวันนี้
สำหรับเชียงคานในวันนี้ จึงถือเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ต้องเฝ้าระวังมากเป็นพิเศษ เพราะสุ่มเสี่ยงเหลือเกินต่อการถูกทำร้ายจากธุรกิจการท่องเที่ยวที่รุกเร้ารุนแรง ชนิดที่แม้แต่คนเชียงคานเองก็ไม่ทันตั้งตัว.
อ้างอิงจาก
http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9520000117402

Views: 64

Comment

You need to be a member of Thai Chiangkhan to add comments!

Join Thai Chiangkhan

พ.ต.ดร.ณัฏฐพล  ตันมิ่ง Comment by พ.ต.ดร.ณัฏฐพล ตันมิ่ง on October 10, 2009 at 10:35pm
ความคิดเห็นที่ 102

ประเด็นแบบนี้ คิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆเหรอครับ
โถนี่คิดออกมาจากสมอง ของคนที่อ้างตัวว่าแก่เหรอเนี่ย
ผมว่าผมอายุไม่ต่างจากคุณหรอก

อัตลักษณ์หาย จมอยู่กับความเจริญจอมปลอม
เอาไว้ คนแห่ทะลักมาเหมือนปาย เหมือนอัมพวา
คงจะสำเหนียกสินะ

คนอัมพวา บางบ้าน ตัดต้นลำพูทิ้งเพราะอะไร
ไม่ให้มีหิ่งห้อยไง
เขายอมเสียสิ่งที่เขาอนุรักษ์เพราะพวกเที่ยวไร้รสนิยมไปเที่ยว ไปป่วนจนความเงียบสงบหายหมด
เห็นแก่เงินมีแต่เรือหางยาว คนนั่งก็ส่งเสียงโวยวาย

ลองดูละกัน เรื่องเล็กๆที่คนสมองเล็กๆอย่างคุณมองข้ามน่ะ
ไม่นานหรอก
หึหึหึ
ตื้นเขินเสียจริง




ความคิดเห็นที่ 101 +1

จะท่องเที่ยว ที่ไหน อยู่ในกรอบ
หากมีขอบเขตแล้ว จะสุขสันต์
ไม่ทำร้าย สิ่งเป็นอยู่ เช่นทุกวัน
ร่วมแบ่งบัน สู่สายตา นักเดินทาง

ณ เชียงคาน ความสงบริม ฝั่งโขง
ได้เชื่อมโยง สองแผ่นดิน สื่อผสาน
บ้านไม้เก่า มีวัดวา เป็นตำนาน
ทุกรุ่นเล่า กล่าวขาน ประทับใจ

ฝากด้วยภาพ บนไซร์เบ้อ ให้กึกก้อง
ขอเรียกร้องถ่ายพองาม แบบใสใส
คงเชียงคานเป็นอยู่ อย่าเกินไป
ขอฝากไว้ เป็นข้อคิด อีกนิดนึง

ถ้าจะเที่ยวเมืองเลย มีหลายที่
ดูดีดี ทั้งแก่งภู เป็นที่หนึ่ง
ควรจะเที่ยว ใช้ความคิด ให้ลึกซึ้ง
ไม่ควรพึ่ง หลงกระแส คงไม่งาม

รักแล้ว...รักที่นี้ เป็นที่หนึ่ง
รักแล้ว...รักสุดซึ้ง ทุกสถาน
รักแล้ว...รักทุกครา ทุกโมงยาม
รักเลย...รักนาน กว่าที่ใด

ขอขอบคุณและสวัสดี
นายตะลอน




ความคิดเห็นที่ 100 -1

ทัศนะของหลายๆคนแสดงถึงความใจแคบนะ บอกตรงๆ
ฮิปปี้ก็มีหัวใจนะ
หนุ่ม




ความคิดเห็นที่ 99

คนเชียงคานยังต้อนรับทุกคนที่อยากจะมาเที่ยวนะครับ
ความคิดเห็นต่างๆ ในนี้อาจจะดูหลากหลายและรุนแรงกันไปบ้าง... ผู้ที่กำลังคิดจะไปเยือนก็อย่าเพิ่งถอดใจเสียล่ะ.. ฮา
.............................................
ส่วนผู้ประกอบการต่างถิ่นที่ได้มาทำธุรกิจที่เชียงคานอยู่แล้ว
ก็อย่าเสียใจไป เพราะเท่าที่อ่านดูในสกู๊ป เขาก็ไม่ได้ไล่พวกคุณนะ แค่ขอว่าอย่ามีคนใหม่เข้ามาเท่านั้น

คงเข้าใจกันนะครับ ขอร้อง....
คนบ้านเดียวกัน..




ความคิดเห็นที่ 98

" ถ้า ททท. ไม่โปรโมตไม่ช่วยอนุรักษ์ เชียงคานก็คงผิดทิศทาง!! อย่าต้านกระแสจนเกินงาม (เอาแค่เฝ้าระวัง) แต่พอ ททท. เอางบประมาณลงไปผลักดัน เห็นมีแต่คนท้องถิ่นตะกรุมตะกรามเข้ามาแย่งงบกันน่าดู เห็นแล้วน่าสังเวชจริงๆ ปากว่าตาขยิบ " - ทีม ททท. อีสาน
...............................................
เอ้าชมรมผู้ประกอบการเชียงคานจะว่าไง ... ไปทำอะไรให้เขามาทวงบุญคุณได้ อายเขาไหมล่ะนั่น..
แต่.. เอ เท่าที่รู้มา คนที่เป็นจอมเขมือบไม่ใช่คนเชียงคานนะครับ ททท. คนอะไรกินหัวคิวได้แม้กระทั่งเงินค่าอาหารกลุ่มแม่บ้านวัดศรีคุณเมือง.. และคนเชียงคานบางคนก็รู้เห็นเป็นใจด้วย พวกผู้ประกอบการนี่แหละตัวดี
ททท. ไม่ต้องให้อะไรกับพวกนี้อีกแล้วนะ.. มันเป็นปอบ




ความคิดเห็นที่ 97 +1

อย่าดัดแปลง บรรยากาศตามใจฝรั่งนักท่องเที่ยวเลย จริงๆ พวกฝรั่งเค้าชอบสิ่งที่มีอยู่ แบบเดิมๆ ถึงติดใจเดินทางมา ไม่งั้นเค้าก็เที่ยวที่บ้านเค้าไม่ดีรึ
คนวงในฝรั่ง




ความคิดเห็นที่ 96

อ. ขุนยวม จว. แม่ฮ่องสอนก็ดีนะ เรายังอยากไปอีกเลย สงบดี
รักเมืองไทย




ความคิดเห็นที่ 95

ปลุกกระแสกันเข้าไป ตอนนี้นายทุนจากกรุงเทพฯที่กว๊านที่ดินริมน้ำโขงยิ้มแก้มปริ ราคาพุ่งกระฉูด แถมยังมีนักการเมืองสายลูกกระแป๋งแม้วตุนไว้อีกหลายร้อยไร่ ระวังอย่าหลับหูหลับตาซื้อ หรือไปลงทุนอะไรนะ...พวกปั่นกระแสปั่นราคากันทั้งนั้น
เข้าทาง
พ.ต.ดร.ณัฏฐพล  ตันมิ่ง Comment by พ.ต.ดร.ณัฏฐพล ตันมิ่ง on October 7, 2009 at 10:18pm
ความคิดเห็นที่ 94

ผมไม่รู้ว่าคิดถูกหรือเปล่า ถ้าผมเป็นคนเชียงคานผมจะปลูกต้นชัยพฤกษ์เรียงรายบนฝั่งโขง ให้ออกดอกเรืองแสดงมหาอำนาจประเทศไทยให้เต็มที่
kti8551/ktirangsi@gmail.com




ความคิดเห็นที่ 93

ผมอ่านมาทุกคอมเมนท์(จริงๆ)
แล้วก็อ่านข้อความตอบกลับของทุกท่านด้วย

อย่าไปเห่อตามข้อความบ้าบอต่างๆนาๆ
ขอให้ไปชมด้วยตาของตนเอง

เชียงคานอยู่ได้ด้วยตนเอง
โดยที่ผู้คนส่วนใหญ่(ส่วนใหญ่)ยังคงวัฒนธรรมเดิม
อาหารเดิม ภาษาเดิม

อย่าทำให้เชียงคานต้องกลายเป็นอะไรต่างๆนาๆ
ไปเห็นด้วยตาตนเอง แล้วถึงพิจารณาเถิดครับ ท่านผู้เจริญ..
ตี๋น้อย ซ.9




ความคิดเห็นที่ 92

มีเรื่องที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับเชียงคาน...ประเพณีแข่งเรือยาวทุกๆครั้งฝีพายจะจ้างมาจากจังหวัดอื่นเพื่อหาทางให้ได้ที่ ๑ ทุกวัด ประชันขันแข่ง(แหกตาชาวบ้าน)กันอย่างเต็มที่...ช่วงสงกรานต์ที่แก่งคุดคู้ อบต.จะอนุญาตให้ตั้งแผงขายเหล้ายาปลาปิ้งถึงชาดหายก้นน้ำโขง (นำ้ลดมากแทบเดินข้ามไปฝั่งลาวได้) กินไปเทขยะไำปแถมมีส้วมทั้งขี้-เยี่ยวตามสะดวก...ไหนล่ะพวกรักเชียงคาน...พวกรักท้องถิ่น แท้จริงก็พวกอิจฉาตาร้อน
ละเมอ




ความคิดเห็นที่ 91

เชียงคานนนนหรอ
น่าไปดีนะ แต่รอหาผัวได้ก่อน
ก้าบก้าบ




ความคิดเห็นที่ 90

ผมไปเชียงคานมาหลายครั้งแล้ว...ไปมาหาสู่นานกว่า ๑๐ ปียอมรับว่าเสน่ห์ของที่นี่ก็คือบ้านเรือน เก่า-วัฒนะธรรมต่างๆของคนที่นี่และแม่น้ำโขง...แน่นอนว่าถ้ามีแม่น้ำโขงก็ต้องมีปลาต่างๆที่น่าสนใจ นอกจากนั้นก็คืออากาศที่คุณสามารถหายใจได้อย่างเต็มปอด แต่จุดอ่อนของเชียงคานก็มีเหมือนทุกๆเมืองในสยามประเทศ...วันนี้ถนนชายโขง กลายเป็นถนนเ้ศรษฐกิจ มีร้านรวงต่างๆเปิดขึ้นอย่างมากมาย ทั้งคนพื้นที่บ้าง นอกพื้นที่บ้าง กระแสเกี่ยวกับเชียงคานผมคิดว่าน่าจะมาจากบรรดาพ่อค้านักธุรกิจต่างๆนี่แหละ ยิ่งในยุคดิจจิทอลมีการโพสต์ข้อความทางอินเทอร์เน็ตก็ว่ากันไปต่างๆนานา...ล่าสุดผมเพิ่งไปเยี่ยมญาติเมื่อวันออกพรรษานี้เอง..พอกลับมาถึงเอารถเข้าจอดเครื่องยังไม่ทันหายร้อนเมื่อเข้ามาดูเว็บ ผจก.ก็ต้องรีบรายงานทันที...นอกจากการทำบุญตักบาตร มีแข่งเรือ ขบวนเทียนแห่ กับไหลเรือไฟแล้วคนที่คุ้นเคยอย่างผมแค่เพียงนอนตีพุงกินปลาแค้-ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียมอยู่กับบ้านก็สุขโขสโมสรแล้ว....เอาแค่สังเกตตอนออกไปหาซื้อ นสพ.ที่ตลาดนะครับ...มีนักท่องเที่ยวมากันหนาตามาก...บางคนเดินเก้ๆกังๆดูบ้านเรือนไม้ตามถนนชายโขง...บางคนหาเช่าจักรยานปั่นไปตามถนนใบหน้าอิ่มสุข...ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่าถ้ามีเมืองสักเมืองห้ามพาหนะทุกชนิดที่ใช้เชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนเช่น จยย. รถยนต์ทุกชนิด อนุญาตแต่รถจักรยาน รถเข็น เมืองนั้นคงน่าอยู่ เป็นเมืองปราศจากมลพิษ และไม่อันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน...กลับมาที่เชียงคาน อีกทีครับ...เชียงคานจะไปรอดหรือไม่ เชียงคานจะมีเสน่ห์ตรึงใจผู้มาเยือนได้นานแค่ไหนหน้าที่หลักก็คือคนเชียงคานนั่นเอง....นักการเมืองท้องถิ่น...ผู้นำท้องถิ่น จักต้องมีวิสัยทรรศ มีความเข้าใจวิถีท่อเที่ยวแบบยั่งยืน...ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย มาอยู่แบบแก้บนแล้วก็ไปเสพสุขที่อื่น...นายอำเภอนักพัฒนา...นักการเมืองผู้เสียสละ...โอ๊ย...หาไม่เคยเจอ...ผมเคยเข้ามาอ่านผจก.ออนไลด์ครั้งหนึ่งราว ๒ สัปดาห์มีการเขียนถึงเชียงคาน มาแล้วบางคนบอกว่าน่ายินดีที่ไม่มี ๗-๑๑ ...ท่านทราบไหมว่าถึงจะมีหรือไม่มีวัยรุ่นที่นี่ส่วนหนึ่งที่พ่อ-แม่ปล่อยปละละเลยก็เสพวัฒนะธรรมเลวๆจากสังคมคนเมืองไปจนล้นแล้ว...เด็กซิ่งเ้ด็กแว้นเ้ด็กสก๊อยโฉบไปโฉบมาถึงตีหนึ่งตีสอง...บังกะโลผุดราวดอกเห็ด นี่ไงคือสิ่งที่หลายๆคนอาจไม่เคยรู้...แต่นั่นคือความจริงที่เกิดขึ้นในทุกสังคมเมือง อย่าไปโทษว่านักท่องเที่ยวหรือคนกรุงเทพฯเอาเชื้อไม่ดีไปปล่อย..มันมาจากสังคมของเรานี่เองที่เจ็บไข้จนยากจะเยียวยารักษา...ผมว่าการมาเที่ยวเชียงคานท่านอย่าไปมุ่งหวังอะไรมาก เก็บเกี่ยวในสิ่งดีๆกลับไปส่วนที่ีเห็น ที่รู้หากไม่ดีไม่งามก็อย่านำมารบกวนความรู้สึก...ผมกำลังจะย้ำว่ากระแสต่างๆที่ท่านได้รู้ได้เห็น หรือได้อ่านแม้กระทั่งจากการบอกเล่าให้ระวังการแต่งแต้มจนเกินจริง จนเกิดความคาดหวัง สำหรับเชียงคาน มีทั้งของดีของไม่น่าดูปะปนกันไป...สำหรับท่านที่ไม่เคยมาลองสักหนก็ไม่เสียหาย...หมดฝนเข้าหนาวตีตั๋วรถทัวร์มาเที่ยวเลยครับ
คนซอคอ




ความคิดเห็นที่ 89

เมืองไทยในอดีตที่ชาวต่างชาติฉายานามว่า สยามเมืองยิ้ม เมืองแห่งผู้คนมีอัธยาศัยนํ้าใจงาม เมืองแห่งพุธศาสนาและวัดวาอาราม...ฯลฯ ที่กล่าวมาข้างต้นยังคงอยู่คู่เชียงคานตั้งแต่ 100 ปีจนถึงวันนี้ โปรดช่วยกันอนุรักษ์เมืองเแห่งไทยแลนด์
ส.ขาว
พ.ต.ดร.ณัฏฐพล  ตันมิ่ง Comment by พ.ต.ดร.ณัฏฐพล ตันมิ่ง on October 7, 2009 at 2:10pm
ความคิดเห็นที่ 88

ชอบตรงที่ไม่มี 7-11 ดูเป็นธรรมชาติดี แต่ร้านที่เป็นแนวๆนี่คิดว่าจะต้านกันอย่างไรดี ไม่ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าเปลี่ยนขนาดผิดเพศไปเลยก็คงไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
sunny




ความคิดเห็นที่ 87

ถ้า ททท. ไม่โปรโมตไม่ช่วยอนุรักษ์ เชียงคานก็คงผิดทิศทาง!! อย่าต้านกระแสจนเกินงาม (เอาแค่เฝ้าระวัง) แต่พอ ททท. เอางบประมาณลงไปผลักดัน เห็นมีแต่คนท้องถิ่นตะกรุมตะกรามเข้ามาแย่งงบกันน่าดู เห็นแล้วน่าสังเวชจริงๆ ปากว่าตาขยิบ
ทีม ททท. อีสาน




ความคิดเห็นที่ 86

แต่ก่อนเชียงคานมีอะไร ใครไปเที่ยว เพราะร้านเก๋ๆพวกนี้ล่ะที่นำคนไปเชียงคาน

มันก็มีคนเที่ยวแค่เสาร์อาทิตย์เท่าน้นล่ะ วันธรรมดาก็ปิดเงียบ เหมือนเดิม

ร้านที่ทำให้วิถีเสียไปน่ะ ไม่ใช่ร้านเก๋ๆหรอก แต่เป็นร้านของคนเชียงคานนั่นล่ะ ขายเหล้า ขายอาหาร ทำสกปรก
g00








เสียใจมากกับความคิดเห็นนี้... ไม่น่าเชื่อว่าวินาทีนี้ ยังมีคนคิดแบบนี้ได้ จะว่าโง่ก็ใช้อินเตอร์เน็ตเป็น จะว่าบ้า.. ก็พิมพ์คอมเม้นต์ออกมาได้
ช่างตื้นเขินอะไรอย่างนี้ บอกมาได้ว่าวิถีที่เสียไปเป็นเพราะชาวบ้านเอง.. เข้าใจคำนี้รึเปล่า ?
วิถีของคนเชียงคาน คือ สิ่งที่เขาเป็นอยู่ คืออัธยาศัยไมตรีอันงดงาม คือ ชีวิตที่เรียบง่าย คือความธรรมดาๆ ซึ่งเป็นเสน่ิห์ของที่นี่ ที่ทำให้ผู้มาเยือนประทับใจ จนมีชื่อเสียงไปทั่วประเทศ
คิดได้อย่างไรว่า ที่คนมาเที่ยวเพราะมีร้านเก๋ๆ มาเปิดที่เชียงคาน....
ปิดแล้วไสหัวกันไปให้หมด ออกไปให้พ้นเมืองนี้... ลองดูไหม ?
แล้วจะรู้ว่าเชียงคาน.. จะมีคนมาเที่ยวหรือเปล่า
กลับไปเป็นเชียงคาน..ที่เงียบและอบอุ่น เหมือนเช่นเคย
กลับไปสู่ความงามง่ายในความสามัญธรรมดา
ที่ผู้คนต่างแสวงหา.. ในโลกที่มันเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย
เป็นเชียงคานในชีวิตจริง... ที่น่ารักเป็นอย่างยิ่ง
รักเชียงคานมากๆ






ประโยคที่ว่า "ปิดแล้วไสหัวกันไปให้หมด ออกไปให้พ้นเมืองนี้... ลองดูไหม ?"
อ่านไปแล้ว ไม่น่าจะออกมาจากคนเชียงคานนะคะ แล้วคุณเองแม้จะรักเชียงคานแค่ไหน ก็ไม่มีสิทธิ์ไปไล่ใครเขาด้วย ประเทศไทย คยไทยต้องทำมาหากินได้ทุกพื้นที่ เพียงแต่ต้องทำอย่างมีสำนึกต่อท้องถิ่น เท่านั้นก็จบแล้วค่ะ ส่วนค้าขายก็ขอให้ท้องถิ่นและต่างถิ่นแข่งกันอย่างเสรีนะคะ
ปากชม






ตอบคนปากชม..
ถูกต้องแล้วครับ ไม่ใช่คนเชียงคาน...
แต่ก็รักที่นั่น อย่างที่พวกเขาเ้ป็นกันอยู่.. แบบเมื่อก่อน
ไปเที่ยวที่นั่น ตั้งแต่ก่อนปี 2530 ......
จึงทนไม่ได้ที่มีเด็กเมื่อวานซืนมาอ้างบุญคุณว่า
เมื่อก่อนไม่เห็นมีอะไร ร้านเก๋ๆ เป็นสิ่งที่นำให้คนมาเชียงคาน
บอกตรงๆ ว่ารับไม่ได้ครับ ถึงกับต้่องใส่อารมณ์ไล่...

คุณลองอ่านคอมเม้นต์นี้ดูให้ดี ๆ แล้วจะรู้สึกได้ว่าเขาพูดมารุนแรงเพียงใด มันเป็นการดูถูกคนเชียงคาน เมืองเชียงคานที่ผมรัก..
ให้พวกนั้นมันย้ายไปขายอยู่ปากชมเอาไหม ? ไปสร้างความเจริญให้ปากชมโน่นเลย เอาไหมล่ะคุณ... ไปแข่งกันอย่างเสรีที่โน่น..
อยากจะรู้ว่าจะมีสักคนที่ตามไปซื้อ.. หุ หุ ห
อย่างที่กล่าวอ้างมาว่า คนไปเชียงคานเพราะร้านเก๋ๆ 55++
รักเชียงคานมากๆ แต่ก็ไม่ได้อยากไปเ้ปิดร้านขายของที่นั่น...






คุณ คนรักเชียงคานมากๆ
ยินดีรับฟังนะคะ แต่ก็อย่างให้ทุกฝ่ายใช้สำนวนเบาๆ เชิงอะลุ้มอะล่วยกันไป อย่างไรก็คนไทย ส่วนใครจะมาเปิดร้านที่ อ.ปากชม ก็ยินดีต้อนรับค่ะ เพราะคงไปห้ามปรามเขาไม่ได้ แต่จะใช้วิธีพูดกันแบบผู้ดี ให้เขาศรัทธาปากชมค่ะ
ปากชม







ความคิดเห็นที่ 85 +1

การพัฒนาด้านท่องเที่ยวมีทั้ง "มุมดี" และ "มุมร้าย" เพราะฉะนั้น เราคนไทยควรมองกันสองมุม อย่าเฉพาะมุมใดมุมหนึ่ง แม้ท่องเที่ยวดูจะน่ากลัวต่อการเปลี่ยนแปลง แต่ลูกหลานของคนเชียงคานหลายหลังคาเรือนก็มีโอกาสได้กลับมาทำมาหากินยังถิ่นเกิด ส่วนร้านค้าต่างถิ่นก็ควรปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตเดิมๆ เราจึงอย่าเพิ่งไปมองเขาในแง่ร้าย...(ช่วยๆ กันครับ) รักทุกคนมากมาย
สองมิติ
พ.ต.ดร.ณัฏฐพล  ตันมิ่ง Comment by พ.ต.ดร.ณัฏฐพล ตันมิ่ง on October 7, 2009 at 12:02pm
ทำไมพฤติกรรมเที่ยวไทยเหมือนทำไร่เลื่อนลอย

จะลุยให้โทรมเป็นที่ๆ แล้วไปเปิดบริสุทธิ์แห่งใหม่
(กรณีศึกษา พัทยา สมุย เสม็ด เกาะช้าง ปาย เร็วๆ นี้คาดว่าเชียงคานจะโดนฟันแน่ๆ)

จากคุณ : สมะชาย
เขียนเมื่อ : 6 ต.ค. 52 14:26:26 A:203.154.166.162 X: TicketID:186344




--------------------------------------------------------------------------------

bookmark เก็บเข้าคลังกระทู้ ส่งต่อกระทู้ พิมพ์ หน้าหลัก กระทู้ก่อนหน้า กระทู้ถัดไป








--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 1

คิดว่าคนในท้องที่นั่นแหละไม่เข้มแข็งเอง

คนในพื้นที่บางกลุ่มก็คิดว่า ดีแล้วนักท่องเที่ยวเข้ามา
ของขายดี ที่ดินแพงขึ้น ได้ลืมตาอ้าปาก
จนลืมไปว่า จุดเริ่มต้นของตัวเองคืออะไร

จากคุณ : Isccy (tatatube)
เขียนเมื่อ : 6 ต.ค. 52 14:43:25










ความคิดเห็นที่ 2

มันมีสองพวก พวกตามกระแส กับพวกที่อยากไปเที่ยวจริงๆ
คนขายของทำมาหากินก็ธรรมดาคนเยอะขายได้เยอะได้เงินเยอะ
จนลืมบางสิ่งบางอย่าง
พูดยาก ของดีไม่รักษาไว้อีกหน่อยก็จะสลายไปตามกาลเวลา

จากคุณ : Shodai
เขียนเมื่อ : 6 ต.ค. 52 14:52:38










ความคิดเห็นที่ 3

เสริมให้ อีกที่ เกาะหลีเป๊ะ .... ไกลขนาดนั้น ยังแทบจะ เละเป็นโจ๊ก .........

จากคุณ : TonTon1977
เขียนเมื่อ : 6 ต.ค. 52 14:58:21










ความคิดเห็นที่ 4

ว่าเค้าไม่ได้นะ เพราะเดี๋ยวตกรถไฟน่ะ อะไรอยู่ในขบนรถไฟ ก็นิยมเป็นเรื่องธรรมดา เรื่องเที่ยวกันก็เหมือนแฟชั่นแหละครับ ไม่มีวันตาย

จากคุณ : เต๋า...เต๋า...
เขียนเมื่อ : 6 ต.ค. 52 15:06:45










ความคิดเห็นที่ 5

เกาะหลีเป๊ะ ก็ยังดีที่มีเวลาปิดเกาะนะ
แต่ที่ๆที่กล่าวมาข้างบน เที่ยวกันทั้งปีเลย

จากคุณ : Isccy (tatatube)
เขียนเมื่อ : 6 ต.ค. 52 15:15:42










ความคิดเห็นที่ 6

เป็นความผิดของคนที่ไปเที่ยวแล้วทำรีวิวสวยๆๆ มาครับ

อ่ะ ล้อเล่นนะ ถ้าไปกันเยอะแล้วมีจิตสำนึกในการท่องเที่ยว

ก็คงไม่มีอะไรอ่ะครับ แต่...

จากคุณ : สบายๆ สไตล์เอนจิเนียร์ (gazeclub)
เขียนเมื่อ : 6 ต.ค. 52 15:19:23










ความคิดเห็นที่ 7

ผมว่าแต่ละที่มันก็มีดี เพียงแต่กระแสทุนนิยม ที่หวังแต่กำไร เข้ามาหลอกชาวบ้าน ซึ่งบางแห่งไม่เข้มแข็ง ทำได้เสร็จก็เอาเงินออกไป ทิ้งให้คนท้องถิ่นเก็บได้แต่น้อย หน่วยงานของท้องถิ่นคือ อบต. ต้องมีบทบาท และเข้มแข็ง ไม่เอาผลประโยชน์ส่วนตัว แต่หลักๆเลยคือชุมชนต้องเข้มแข็งก่อน ซึ่งกรณีเชียงคาน ชุมชนมีความเข้มแข็งในตัวระดับหนึ่ง ซึ่งได้มีกรณีศึกษาจากที่ต่างๆ ทำให้ชุมชนกลัวจะละทิ้งถิ่นฐาน เพราะอำนาจเงินตรา

อย่างที่ปาย ตอนนี้มีการก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น ถ้าช่วงเทศกาล ไม่ใช่ปายเดิมเลย แต่ถ้านอกนั้น บรรยากาศปายก็ยังเหมือนเดิม คนในท้องถิ่นส่วนหนึ่งก็ยังทำนาเหมือนเดิม

เราก็ต้องเลือกที่จะไป ช่วงไหนคนเยอะ มันก็ไม่น่าดูอยู่แล้ว แย่งกินแย่งนอน แต่สำหรับบางคนเลือกไม่ได้ที่จะหยุดวันอื่น ต้องช่วงเทศกาลเท่านั้น ก็น่าเห็นใจ

จากคุณ : Frankly
เขียนเมื่อ : 6 ต.ค. 52 15:19:44










ความคิดเห็นที่ 8

หน่วยงานภาครัฐควรต้องมีส่วนมากกว่านี้ในการดูแลเมืองท่องเที่ยวเหล่านี้ครับ ที่ผ่านมาเหมือนเราจะไม่มีทิศทางเลยว่า จะทำอย่างไรให้มันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน กฎหมายควบคุมอะไรก็แทบจะไม่มี หรือมีก็หย่อนประสิทธิภาพมาก คิดแต่เพียงว่า ทำยังไงคนจะไปเที่ยวในแหล่งที่ฉันโปรโมตเยอะๆ แล้วเอาตัวเลขนักท่องเที่ยวไปรายงานผู้ใหญ่ จบ

อย่างปาย มีใครเข้าไปจัดระเบียบอะไรอย่าง "จริงจัง" ไหมครับ มีแต่ออกข่าวว่าจะทำโน่นทำนี่ แต่เอาเข้าจริง ได้ทำจริงอย่างที่พูดหรือเปล่า

เพราะในเมื่อจำนวนของนักท่องเที่ยว เป็นปัจจัยที่ยากจะควบคุม เราก็ไปควบคุมปัจจัยอื่นที่ควบคุมได้สิครับ เช่น บริเวณนี้ห้ามก่อสร้างนะ เป็นต้น ส่วนนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวเพราะกระแสเนี่ย จะห้ามยังไงครับ และจะพิจารณายังไงว่าใครท่องเที่ยวเพราะกระแส เอาง่ายๆ ที่ปายเนี่ยแหละ ถ้าแต่งตัวไฮโซไปเที่ยวปาย ถือว่าตามกระแสเหรอ? ต้องหน้าตาท่าทางแบบอนันดา ติสท์ๆ อาร์ทๆ เท่านั้นหรือเปล่าครับ ถึงจะไปเที่ยวปายได้? เห็นไหมครับ เราแยกแบบนี้ไม่ได้หรอก อีกอย่างนะ ต่อให้แยกประเภทนักท่องเที่ยวได้ ใครก็ไม่มีสิทธิ์ไปห้ามไม่ให้อีกคนหนึงไปเที่ยวนะครับ

เพราะฉะนั้น ตราบใดที่ภาครัฐรวมถึงองค์กรส่วนท้องถิ่นมองเพียงผลประโยชน์ระยะสั้น มองแค่เพียงรายได้ที่จะเข้ามาอย่างเดียว ก็คงได้แต่ทำใจและนั่งมองแหล่งท่องเที่ยวค่อยๆ เสื่อมโทรมลงไปครับ

สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเรา เวลาไปเที่ยว ก็อย่าทำลายธรรมชาติแล้วกันครับ

แก้ไขเมื่อ 06 ต.ค. 52 15:57:02

จากคุณ : The Ghost Buster
เขียนเมื่อ : 6 ต.ค. 52 15:53:20
ถูกใจ : David_kop, ^DriftingClouD^









ความคิดเห็นที่ 9

ได้ยินมาว่าที่ปายกำลังจะขยายสนามบินอ่ะคะ

เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว จริงเป่าไม่รู้

ถ้าเป็นจริงอะไรจะเกิดขึ้น ....

จากคุณ : montra
เขียนเมื่อ : 6 ต.ค. 52 15:59:47
ถูกใจ : tatatube









ความคิดเห็นที่ 10

คิดว่าไม่เห็นเหมือนทำไร่เลื่อนลอย เพราะสถานที่ท่องเที่ยวมีจำกัด คนเยอะกว่า มันก็ต้องแออัดเป็นธรรมดา

ที่ดูเหมือนทำไร่เลื่อนลอย เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ เกิดขึ้นมากกว่า คนก็เลยกระจายน่ะ

จากคุณ : winnie20f
เขียนเมื่อ : 6 ต.ค. 52 16:07:10










ความคิดเห็นที่ 11

มันเป็นเรื่องธรรมชาติ มีคนไปเที่ยวมา เขาเห็นว่าสวย เค้ามาแนะนำให้คนอื่นไป เราเห็นรูป เห็นภาพถ่าย เราก็อยากไป ของอย่างนี้มันไปห้ามกันไม่ได้หรอก

แต่ก็เห็นอย่างบางที่ อย่างปางอุ๋ง เค้าก็ยังมีการจำกัดน้กท่องเที่ยวที่จะขึ้นไปพัก โดยการให้มารับบัตรผ่าน ขนาดเค้าทำอย่างนี้ ก็ยังโดนคนว่า ว่าไม่สดวก ลำบาก เค้าอุตสาห์หยุดงานมา ก็อยากมาเที่ยว มาดู

เราห้ามการเปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอก แต่เราจะยอมรับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้แค่ไหน....

จากคุณ : ใจพเนจร
เขียนเมื่อ : 6 ต.ค. 52 17:08:06 A:125.25.6.61 X: TicketID:226916










ความคิดเห็นที่ 12

เห็นว่างบไทยเข้มแข็งนี่แหละเหมือนจะสร้างอาคารผู้โดยสารนะ
แต่ความยาวรันเวยืไม่ทราบเหมือนกัน

จากคุณ : Isccy (tatatube)
เขียนเมื่อ : 6 ต.ค. 52 17:57:00










ความคิดเห็นที่ 13

คิดเหมือน คห.8 เลยครับ ภาครัฐ ท้องถิ่น และชุมชนประชาสังคม ต้องช่วยกันสร้างแผนแม่บทในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่นตัวเองอย่างยั่งยืนครับ
จะทำอะไรก็ตาม อย่าคำนึงถึงแต่ demand อย่างเดียว แต่ต้องมองถึงผลกระทบรอบด้านด้วย โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อมและความเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม

จากคุณ : David_kop
เขียนเมื่อ : 6 ต.ค. 52 18:13:22










ความคิดเห็นที่ 14

วิธีแก้ง่ายนิดเดียว อยู่ที่จะกล้าทำหรือไม่
"จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว"

จากคุณ : memorystick
เขียนเมื่อ : 6 ต.ค. 52 18:34:03










ความคิดเห็นที่ 15

วัน ก่อน ดู สกู๊ป ช่องไหน ไม่ทราบ มี ข่าวว่า ปายกำลังจะได้ งบ 30 ล้านบาท เพื่อขยายสนามบิน ให้รองรับ เครื่องบินที่ใหญ่ ขึ้น กว่าเดิม อีกประมาณ 2 ที่นั่ง

แต่ ผู้ประกอบการ หลาย ๆ คน บอกว่า น่าจะำนำงบประมาณส่วนนี้ มาปรัีบปรุงระบบน้ำประปา ดีกว่า เพราะตอนนี้ สภาพค่อนข้างแย่ มาก ๆ อาจถึงขั้น ขาดแคลน ได้

เรื่องสถานที่ ท่องเที่ยว ถ้าอยากเที่ยว สถานที่ top hit ต้องไป ช่วง low season หรือ หนีไป วันธรรมดา ซะ มาก

ไม่งั้น เจอผู้คน ที่ไป รุม ๆ กันอยู่ที่ ที่เดียว ก็ ไม่ไหว ครับ

จากคุณ : ^DriftingClouD^
เขียนเมื่อ : 6 ต.ค. 52 20:31:48










ความคิดเห็นที่ 16

มันเป็นกฎอนิจจังอะครับ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป ต้องทำใจครับ

จากคุณ : mamao
เขียนเมื่อ : วันเกิด PANTIP.COM 02:05:35










ความคิดเห็นที่ 17

ขออนุญาตออกความเห็นแรงๆในกระทู้นี้นะครับ !

มันเป็นเรื่องๆเดียวเลยนั่นคือ "ความโง่" ของบุคคล 3 กลุ่ม

1/ หน่วยงานที่โปรโมต
2/ เจ้าของพื้นที่
3/ นักท่องเที่ยว

ส่วนตัวไม่ขอคิดว่าเป็นกฎอนิจจังแบบ คุณ mamao ค.ห. 16 นะครับ

มันเกิดซะชาชินแล้วจนคิดว่าสิ่งผิดเป็นสิ่งถูกและเป็นความปกติทั่วๆไปซะแล้วครับ สำหรับค่านิยมหลายๆอย่างของผู้คนมากมายที่อาศัยประเทศนี้ครับ

เรื่องนี้ความจริงเป็นเรื่องที่ป้องกันได้ แก้ไขได้ รักษาได้ แต่ถ้าบังเอิญในระยะสายตาดันมองเห็นแค่ "เงินรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยว" เป็นเรื่องหลัก ก็เตรียมตัวหา สุสาน เพื่อฝัง แหล่งท่องเที่ยว แต่ละแห่งไปเรื่อยๆได้เลย

คุณไปดูได้เลย แม้แต่ททท.ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักของประเทศกี่ยุคกี่สมัย
เป้าหมายของเค้าก็คือ เงินรายได้ และ จำนวนนักท่องเที่ยว

อย่างอื่นเป็นเรื่องรอง หรือ ถูก มองข้ามและละเลยไปทั้งสิ้น ได้ 2 อย่างแค่นี้ "จบ" ถามต่อ "จบ" จริงๆแล้วหรือครับ ? สมใจคนไทยทั้งประเทศจริงๆ แล้วหรือครับ ?

อยากเสนอให้หัดมองไปดู มิติ อื่นๆได้แล้วครับ

ขออนุญาตยกตัวอย่างนึงในเว็บนี้ก็ได้

ขนาดแวะมาในนี้สิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจอีกเรื่องนึงและบ่อยครั้งที่อยากจะกดไฟแดง ให้กับรีวิวกระทู้ที่บอกว่าไปเที่ยวที่นั่นที่นี่ แล้วเจอแต่ภาพถ่ายมุมต่างๆของภายในบริเวณรีสอร์ทหรือโรงแรม ห้องพัก ขนาดห้องส้วม โถอึ โถฉี่ ยังมีภาพมาโพสต์เลย

บางแห่งก็เจอภาพของร้านกาแฟล้วนๆ หรืออาหารในจานล้วนๆ

อยากถามว่ามันเกี่ยวกับที่ท่องเที่ยวที่คุณจั่วหัวในกระทู้ยังไง ?

แน่นอนครับเพื่อนบางท่านคงอยากจะแนะนำสถานที่พัก หรือ ร้านอาหาร ที่ดีๆให้เพื่อนๆท่านอื่นให้ไปลองใช้บริการ อันนี้ไม่ว่ากันอยู่แล้วและรู้สึกขอบคุณด้วยครับ

แต่บอกตามตรงโดยความเห็นส่วนตัวในหลายๆกระทู้อ่านแล้วยังเผลอถามตัวเองเลยว่า หลายท่านเหล่านั้นรู้หรือไม่ว่าสถานที่เหล่านั้นมัน ไม่ใช่ "แหล่งท่องเที่ยว" แบบที่คุณจั่วหัวในกระทู้น่ะครับ !

หรือคุณเพียงแค่อยากจะโชว์ว่าคุณก็เคยไปสัมผัสหรือชั้นน่ะมีฐานะพอที่จะไปจ่ายในที่ในสถานที่เหล่านั้น เชื่อว่าหลายท่านจองจากเว็บไซด์ไปด้วยซ้ำแล้วจะเสียเวลาถ่ายรูปเหมือนในเว็บมาแถมเสียเวลามาโพสต์อีกทำไม มันซ้ำซากครับ แนะนำเว็บไซด์ไปเลยดีกว่า ภาพในนั้นสวยกว่าอีก แถมได้ประโยชน์และใช้เวลาน้อยกว่าอีกด้วย

ลองไปคิดดูนะครับว่า "มันใช่แหล่งท่องเที่ยวจริงๆหรอกครับ"

ทีนี้ย้อนกลับมาถึงความเห้นในกระทู้นี้ครับ...

อย่างพัทยารู้มั๊ยว่า ในอดีตเค้ามีไว้เพื่อให้ไปเล่นน้ำทะเล ถามว่าเดี๋ยวนี้มีใครกี่คนที่บอกว่าจะไปพัทยาเพื่อไปเล่นน้ำทะเล !

ทุกวันนี้พัทยาต้องเอาอย่างอื่นมาขายแทน แสง สี เสียง และ เซ็กส์ ช้อปปิ้ง

ถ้าคุณลองหยุดคิดแล้วมองไปข้างหน้า เอาง่ายๆแค่ 15 ปีพอ คุณว่าจุดขายเหล่านี้มันจะอยู่ได้เหรอ ? ลอง "หยุด" แป๊บนึง แล้ว คิดดูซิครับ มันขายได้ตลอดไปจริงๆเหรอ ? อยากเปลี่ยน "พัทยา" เป็น "พัฒน์พงษ์" จริงๆเหรอ

ทุกวันนี้โดยส่วนตัวผม ผมอายครับ! ผมอายที่จะแนะนำให้คนต่างชาติ ไปพัฒน์พงษ์นะครับ แล้วพัฒน์พงษ์ ตอนนี้ล่ะ เป็นยังไง? ส่วนตัวผมไม่ภูมิใจ จริงๆ ที่มีพัฒน์พงษ์ครับ


แล้วคุณอยากให้ที่เที่ยวอื่นๆมันเดินซ้ำรอยพัทยา พัฒน์พงษ์ไปเรื่อยๆเหรอครับ !

ท่านที่พึ่งไป "ปาย" มาคุณลองนึกภาพเล่นๆก็ได้ "อีก 10 ปี คุณกลับมายืนที่ "ปาย" แล้วมันจะเป็นยังไง?" คุณจะเจออะไรที่ปาย?

อนาคตเชียงคานก็จะกลายสภาพเหมือนกับ "ปาย" ในตอนนี้ มีเซเว่น มีหมูกะทะ มีร้านกาแฟ มีผับ มีโรงแรม มีสระว่ายน้ำ

ถามตรงๆแบบตีแสกหน้า คนโง่ทั้ง 3 กลุ่มข้างบน คุณรู้รึเปล่าว่าไอ้ที่คุณเห็นเต็มตาอยู่นี่ มัน ไม่ใช่ "ปาย" หรือคุณโง่จริงที่ไร้เดียงสาไม่รู้จัก ปาย?

อีกหน่อยเกาะหลีเป๊ะคงกลายเป็นเกาะที่มีธรรมชาติห่วยๆและขยะเกลื่อนกลาด แบบเกาะเสม็ดในปัจจุบันนั่นแหล่ะ

นี่ไง สมหวังแล้วใช่มั้ยกับเป้าหมายของคุณ "รายได้กับจำนวนนักท่องเที่ยว"

ขอจบความเห้นแค่นี้แหล่ะครับ ที่เหลือช่วย "คิดต่อยอด" กันเอาเองก็แล้วกันครับ

อ้างอิงจาก
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E8401406/E8401406.html
พ.ต.ดร.ณัฏฐพล  ตันมิ่ง Comment by พ.ต.ดร.ณัฏฐพล ตันมิ่ง on October 7, 2009 at 4:12am
ความคิดเห็นที่ 84

ชอบรีพลายนี้ของคุณไม้ขาว คคห ที่ 17 มากๆเลย
ขออนุญาตเอามาโพสท์ไว้บนๆอีกทีนะคะ
จะได้อ่านกันให้ทั่วถึง
v
v
ขอบคุณค่ะที่เข้าใจ
คิดเหมือนความเห็นที่ 34 แต่เขียนออกมาไม่ได้ รู้เพียงว่า เสียดายแทนถ้าเชียงคานจะต้องเปลี่ยนไปเป็นเมืองอินเทร็นด์ ทั้งๆที่วัฒนธรรม รากเหง้าและจิตวิญาณของคนเชียงคานต่างหากที่เราในฐานะคนไปเยือนต้องให้ความเคารพ และไปเยือนอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน กินในสิ่งที่เชียงคานมี นอนอย่างที่ชาวบ้านนอน มองเชียงคานในอย่างที่เชียงคานเป็น
ไม่ได้ต่อต้านทุนนิยมสุดขั้วแต่อยากเห็นพ่อใหญ่แม่ใหญ่ชาวเชียงคานที่อยู่บ้านมีชีวิตเรียบง่ายสงบสุขเหมือนที่เคยเป็น ไม่ใช่ต้องมาเป็นนางแบบในกล้องของนักท่องเที่ยวที่โหยหาความสุขอบอุ่นจากสังคมเงียบสงบซึ่งที่บ้านเขาไม่มี คงไม่สุขนักถ้ากิจวัตรประวันต้องถูกจับจ้องจากคนแปลกหน้า
สังคมไทยต้องสอนเรื่องการท่องเที่ยวเชิงนิเวศการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอีกมาก
และถึงพี่น้องลูกหลานชาวเชียงคานอยากให้ช่วยกันรักษาคุณค่าของบ้านเราไว้ คิดถึงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ไว้นะคะ ยินดีเป็นกำลังใจให้

ไม้ขาว
เห็นด้วย




ความคิดเห็นที่ 83

"ท่องเที่ยวไปถึงไหน ยับเยินถึงนั่น"
ติดป้ายโปรโมทการท่องเที่ยวให้มันทั้งประเทศแบบนี้
น่าจะกระตุกความคิดคนได้บ้าง
ททท




ความคิดเห็นที่ 82 -3

เศร้ากว่าาา...เพราะดูๆไปคนท้องถิ่นไม่ยอมปรับตัวปรับมุมมอง และมองโลกแง่ร้ายมาก คล้ายเห็นแก่ตัว ทั้งที่เชียงคานก็มิได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง
ทำใจ








ทำไม ไปขอเช่าบ้านทั้งหลังเดือนละสามพัน เพื่อจะทำเกสต์เฮาส์ห้องละพันสักสามห้องไม่ได้หรืออย่างไรยะ
เชอะ







ความคิดเห็นที่ 81

เศร้า.. เพราะรู้ว่าสักวันก็ต้องกลายพันธุ์แน่ๆ เพราะคนต่างถิ่น และพฤติกรรมเลียนแบบของคนบางกลุ่มในท้องถิ่น
เฮ้อออ




ความคิดเห็นที่ 80

ขอแสดงความเห็นด้วยนะครับ ในฐานะคนที่เกิดที่นั่น
ได้ยินคนเชียงคานที่อาศัยอยู่ที่นั่นหลายคนบ่นๆ ให้ฟังเหมือนกันว่า บ้านเราเปลี่ยนไป มีคนจากที่อื่นมาเปิดร้านกันเยอะ
ทั้งร้านค้าแปลกๆ ที่พักหน้าตาแปลกๆ
เขาบอกว่าผ่านไปดูแล้วเหมือนกับว่าไม่ได้อยู่ในเชียงคาน
ฟังดูแล้วก็น่าใจหาย...

คนต่างถิ่นที่มาเปิดร้านคงมองไม่เห็นอย่างคนท้องถิ่นมองเห็น เลยไม่รู้สึกตัวว่าทำอะไรผิดไปแล้ว..ด้วยความบริสุทธิ์ใจ
....................................
ส่วนเรื่องร้านเหล้า เคยได้ยินมาเหมือนกันว่าไม่เหมาะสมหลายๆ ร้าน อันนี้คงต้องฝากฝ่ายบ้านเมืองให้เข้มงวดด้วย

อ่านหลายๆ ความเห็นในที่นี้แสดงความห่วงใยเชียงคาน
ก็มีความรู้สึกดีใจ ที่มีคนรักและเข้าใจเชียงคาน ขอบคุณมากๆ

เท่าที่อ่านดู เขาก็บอกว่าต้อนรับนักท่องเที่ยวนะ แต่ขอสำหรับพวกที่จะมาเปิดร้านเพิ่ม ( เขาก็ไม่ได้ไล่พวกที่มาเปิดอยู่แล้วนะ ) ว่าอย่ามากันอีกเลย พอแล้ว.. ก่อนที่เมืองมันจะเปลี่ยนไปกว่านี้ ซึ่งจะทำให้เสน่ห์เชียงคานมันหายไป เพราะร้านแปลกๆ ของคนต่างถิ่น

เท่าที่รู้ก็มีคนต่างถิ่นมาเปิดกิจการที่เีชียงคานนานแล้ว เช่น เรือนแรมลูกไม้ บ้านดอกฝ้าย และอีกหลายๆ ที่ที่เป็นที่พัก
ซึ่งพวกเขามาอาศัยอยู่ที่นี่เลย กลายเป็นชาวบ้านท้องถิ่นไปแล้ว
แต่ไม่ใช่พวกที่มาเปิดร้านขายของเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ ที่เพิ่งมาเปิดเพราะเชียงคานกำลังดัง และมองเห็นหนทาง make money ..........

อย่าทะเลาะกันเลยครับ อยู่ด้วยกันดีๆ ค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากัน และ อย่าหลงทิศทางไปทำอะไรบ้าๆ บอๆ ให้เชียงคานเปลี่ยนไป เป็นห่วงครับ
คนเชียงคานไกลบ้าน..








จากด้านบนที่ว่า "เท่าที่รู้ก็มีคนต่างถิ่นมาเปิดกิจการที่เีชียงคานนานแล้ว เช่น เรือนแรมลูกไม้ บ้านดอกฝ้าย และอีกหลายๆ ที่ที่เป็นที่พัก
ซึ่งพวกเขามาอาศัยอยู่ที่นี่เลย กลายเป็นชาวบ้านท้องถิ่นไปแล้ว
แต่ไม่ใช่พวกที่มาเปิดร้านขายของเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ ที่เพิ่งมาเปิดเพราะเชียงคานกำลังดัง และมองเห็นหนทาง make money"
ต้องอยู่เชียงคานนานเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าคนท้องถิ่น แล้วคนที่อยู่มาสักปีสองปี...จำนวนมากก็อาจ "รักเชียงคาน" มากกว่าคนที่อยู่มานานกว่านั้น กรุณาอย่าทึกทักเอาเอง และดิฉันกลับมองอีกว่า พวกร้านที่มาเปิดร้านเสาร์อาทิตย์ก็เพราะหลงรักเชียงคาน เรื่องเมกมันนี่ก็คงเป็นประเด็นร่วม...
แต่สุดท้ายแล้ว ที่นี่คือประเทศไทย คนท้องถิ่นก็มิใช่เจ้าของ แต่คนไทยทุกคนนะคะ
คน ททท.






ทำไมชอบอ้างคำพูดนี้บ่อยจังคะ??

"คนท้องถิ่นไม่ใช่เจ้าของ เป็นของคนไทยทุกคน"
นั่นก็ใช่ ....แต่คนท้องถิ่น เกิด โต และตาย กับท้องถิ่น
รับรู้วัฒนธรรม ผู้คน ความเป็นไปทุกอย่าง เขาผิดหรือที่เขาจะหวงแหนสิ่งดีๆในแบบที่เขามีและอยู่กับมันมาค่อนชีวิต หรือตลอดชีวิต

ก็เหมือนที่คนไทยทั้งหลายรู้สึกว่า วัฒนธรรมต่างชาติรุกล้ำความเป็นไทยจนหายไป
ความมีน้ำใจ รอยยิ้ม การเอื้อาทร หมดไป มีแต่ตัวใครตัวมัน คว้าได้คว้าเอา เอารัดเอาเปรียบ

คนท้องถิ่นที่เกาะช้าง ถูกบีบบังคับขายที่ หลายคนเป็นชาวประมง
ชีวิตอยู่อย่างพอเพียงด้วยการเป็นชาวประมง พอขายที่ ซึ่งไม่ได้มากมายอะไร
ก็ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น ลางคนก็มาเปิดเกสต์เฮาส์ หรือร้านอาหาร แล้วก็เจ๊งเพราะไม่รู้จักการทำธุรกิจแข่งกับทุนจากเมืองใหญ่

เขาผิดหรือที่เขารักและหวงบ้านเกิด มากกว่าคนจาก"ที่อื่น" ที่ไม่เคยสนใจใยดีความเป็นไปในบ้านเขาเลย
จนวันหนึ่ง มันถูกมองว่าขายได้... คนจาก"ที่อื่น" ถึงจะมา

แล้วมาก็มากอบโกย หาประโยชน์จากสิ่งเก่าๆ สิ่งที่คน"ท้องถิ่น" มีส่วนร่วมแต่แรก
พอหาประโยชน์ได้เต็มที่ แล้วก็จากไป

มันเป็นคำพูดเห็นแก่ตัวมากๆ เป็นข้ออ้างทุเรศที่จะหาประโยชน์จากบ้านเกิดของคนอื่น
โดยปราศจากความเคารพ และนับถือในความเป็นไปแต่ดั้งเดิมของท้องถิ่นนั้นๆ
เพราะพวกคุณมองทุกอย่างเพียงแค่ "สินค้า" เท่านั้นเอง
เบื่อมากมาย







ความคิดเห็นที่ 79 +1

รักษ์ บ้าน รักษ์เมือง....
คนเก่าคนใหม่คุยกันได้ไหมครับ....

จะอคติ คนใหม่ ยังงัย ก็ต้องดูด้วยว่าเค้าทำอะไร...

ร้านเหล้าก็มีแต่คนเชียงคานทำ...นะ...เท่าที่รู้
แต่ยังงัยผมว่าคุยกันได้...เปิดใจรับและปรับตัวเข้าหากัน...ก็ได้ครับ...คนไหนมาผิดทาง...ก็บอกและคุย...ให้เข้าใจ...มัวแต่กลัวพ่อค้า....แล้วไม่ไปบอกพ่อค้า....

ผมคน จ.เลย.... ที่รักษ์ บ้านเมืองทุกที่ที่เป็นเมืองเลย...แต่อยากให้เปิดใจคุยกันบ้างครับ....ไม่งั้นงานนี้ไม่จบ...คนเก่าก็แอบด่าหลับหลังคนใหม่...คนใหม่ไม่รู้เรื่อง...

บอกให้ไปพักเฉพาะเจ้าของคนเก่า...แล้วแบ่งค่าหัวคิวกัน....555....ททท มาลงก็แบ่งเงินกันเฉพาะคนเก่า...

แม้กระทั่งคนในตลาดยังไม่ได้....เงินจากส่วนนี้เลย....กันเงินให้อยู่กับผู้ประกอบการเก่า....ไม่นึกถึงเช้าบ้านในตลาด...ไปนอน...รีสอร์ท ที่สร้างมาก่อน...แค่นั้นแหละ....555

ชาวบ้านในตลาดซอยบน...นั้นบ่นกันใหญ่....

สรุปว่า หันหน้าเข้าหากันทั้งคนเก่าและคนใหม่ครับ....ต่างคนต่างหันหน้าหนีกัน...แล้วมันจะจบยังงัย...
GolfJazz




ความคิดเห็นที่ 78 +2

ร้านมุมสบาย (หน้าวัดท่าคก)
ร้านแสงทอง (ติดถนนชายโขง)
ร้านยาดอง (ถนนชายโขง)
คาราโอเกะ (ถนนศรีเชียงคาน)
...ร้านเหล้าพวกนี้มี "คนเชียงคาน" เป็นเจ้าของทั้งนั้น
เพราะฉะนั้น พวกคนท้องถิ่นทั้งหลายจงย้อนดูตัวเอง ก่อนจะมาว่าทุนต่างถิ่นที่ไปเปิดกิจการด้วยความรักและหวงแหนเชียงคานอย่างจริงใจ
ไปมาแล้ว








เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ.. ควรจัดการเรื่องร้านเหล้าก่อนที่มันจะเสื่อมไปกว่านี้
ยิ่งร้านที่อยู่ตรงหน้าวัดใกล้สวนสาธารณะ ใกล้โรงเรียน ปล่อยให้เปิดอยู่ได้ยังไง
ไปพักที่เกสท์เฮ้าส์แถวนั้น กลางคืนเสียงดังทั้งนักท่องเที่ยวและคนพื้นที่
ผู้บริหารท้องถิ่นสงสัยไม่ตาบอดก็มีหุ้น ตรวจสอบกันด้วยค่ะ
ไม่อยากไปแล้วเชียงคาน กลัวขี้เหล้า..






เห็นด้วยกับคุณ "ไปมาแล้ว" นะคะ..ถ้าหากชื่อร้านรวงเหล่านั้นมีเจ้าของจากคนท้องถิ่นจริงๆ คนเชียงคานก็น่าจะมองตัวเองด้วยเช่นกันนะคะ ส่วนการร่วมกลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่นก็ถือว่างดงามอยู่แล้ว แต่อย่าไปมองนักท่องเที่ยวและคนต่างถิ่นในมุมลบมากไปค่ะ
ต่างถิ่น แต่รักเชียงคาน







ความคิดเห็นที่ 77 +2

เห็นร้านเหล้า (ยาดองด้วย) ที่เชียงคานอยู่ 3-4 แห่ง เจ้าของก็คนพื้นเพเชียงคานทั้งนั้น รวมพวกคาราโอเกะด้วย..ส่วนร้านโปสการ์ด ร้านของที่ระลึกน่ารักต่างๆ กลับทำมาจากคนต่างถิ่นที่ทำให้เชียงคานน่าอภิรมย์มากขึ้นอีก คนท้องถิ่นจะแก้ตัวว่าไง ?
ไปมาแล้ว








- ทุนต่างถิ่นที่ไปเปิดกิจการด้วยความรักและหวงแหนเชียงคานอย่างจริงใจ
- ร้านโปสการ์ด ร้านของที่ระลึกน่ารักต่างๆ กลับทำมาจากคนต่างถิ่นที่ทำให้เชียงคานน่าอภิรมย์มากขึ้นอีก คนท้องถิ่นจะแก้ตัวว่าไง ?
........................................
ข้อความข้างบนนี้ ต้องเป็นคนต่างถิ่นคนใดคนหนึ่งที่มาหากินที่เชียงคานแน่นอน
จะไม่เป็นการทวงบุญคุณกันเกินไปหน่อยเหรอครับ กับข้ออ้างตุ่ยๆ ของคุณ
รักและหวงแหนจริง ก็รีบๆ กลับไปซะ..
พวกเขาอยู่กันได้ โดยไม่ต้องมีร้านค้าบ้าๆ บอๆ แบบของคุณหรอก ยังจะีมีหน้ามาอ้างอีกว่า ทำให้เมืองน่าอภิรมย์ขึ้น ตลกนะคุณ.....
.............................
เชียงคาน น่าสนใจ และ มีชื่อเสียงขึ้นมาได้เพราะตัวของตัวเอง ไม่ใช่ดังขึ้นมาเพราะร้านโปสการ์ดไร้สาระ...
อยู่ที่ปายแหละดีแล้ว.. อย่ามาทำบู่ๆ ที่นี่เลย
และไม่ต้องออกมาแถทวงบุญคุณด้วย
อายแทนว่ะ...
อ่านแล้วทนไม่ได้...






คุณ อ่านแล้วทนไม่ได้...
แล้วตกลง ทางคุณมีคำตอบของกิจการคนท้องถิ่นให้ผมหรือยังครับ แล้วทุกวันนี้กิจการจากคนต่างถิ่นทำอะไรเสียหายบ้างหรือยัง หุหุ
รักเลย / ไอเดียดีดี / ลมรำเพย / ลูกไม้เกสต์เฮ้าส์ / บ้านดอกฝ้าย ฯลฯ
เหล่านี้มาจากต่างถิ่นทั้งนั้น แต่เขาทำได้กลมกลืนกับวิถีและวัฒนธรรมเชียงคานมากๆ
ไปมาแล้ว






แค่ชื่อก็แปลกแยกแล้ว

อารมณ์ติ๊ดชึ่งคิกขุหวานแหวว อบอุ่นสายลมหนาวน่ารัก
เฮ้อออ
ตามนั้น







ความคิดเห็นที่ 76

แพ้เงิน............. เชื่อดิ ที่ไหนมีพี่ไทย
ที่นั้น.........เสื่อมโทรม
you




ความคิดเห็นที่ 75

ร้านกาแฟสด ร้านประหลาด ก็เห็นแต่คนเชียงคานทั้งนั้นล่ะ
ppp




ความคิดเห็นที่ 74

คนเชียงคานต้องเข้มแข็งไว้ สู้ไว้ ไม่อย่างนั้นท่านจะเสียวัฒนธรรม เสียสิทธิ เสียความเป็นพลเมืองชั้นหนึ่งของท้องถิ่นที่ท่านอยู่มาตั้งแต่เล็กจนโต
สู้กับมัน ไอ้ท่องเที่ยวเหลวแหลก ไอ้นายทุนต่างถิ่นหน้าเลือด
ททท.มันควรจะบอกคนไทยบ้างว่า ปีใหม่ กลับไปดูแลบ้าน ไปช่วยเศรษฐกิจบ้านพวกเมิงกันเองนั่นแหละ อย่าบ้ากันมากนัก ใครอยู่ไหนกลับไปที่นั่น ไปกินไปเมาไปเฮบ้านตัวเอง ทิ้งขยะบ้านตัวเอง เอะอะเอ็ดตะโรบ้านตัวเอง สร่างเมาตื่นขึ้นมาตกใจกับผลงานตัวเอง ทำความสะอาดบ้านตัวเอง...
โหยหาเหลือเกิ้น ชีวิตสงบ เวลาเดินช้า ธรรมชาติบริสุทธิ์ แต่ไปเที่ยวไหนแมร่งก็ทำลายทุกอย่าง เหยียบย่ำทุกอย่าง ย่ำยีทุกอย่าง
เที่ยวไทยคึกคัก แต่ไร้รักษ์ไร้สำนึก




ความคิดเห็นที่ 73

เคยบรรจุรับราชการคั้งแรกที่ เชียงคานเมื่อ ปี 2527 ขณะนี้ 25 ปี แล้ว ยังไปเยือนเชียงคานแทบทุกปี

รักเชียงคาน รักคนเชียงคานค่ะ
อดีต ขรก.เชียงคาน




ความคิดเห็นที่ 72 +1

จากการอ่านมาเหมือนกับคนเขียนต้องการจะแบ่งพวก
จะให้แตกแยกเหมือนการเมืองในตอนนี้ใช่หรือป่าวครับ

ทำไมไม่ยืนมือเข้าหากันตกลงกันให้ดีมีเส้นให้ทุกๆๆคน ไม่ใช่ว่าจะแบ่งแยกเลยว่า คนนี้เป็นคนต่างถิ่น คนนี้เป็นคนเชียงคาน

ผมคนไทยคนนึงผมว่าคุณใจแคบครับ คนไทยด้วยกันทำไมไม่ร่วมมืือกัน ...แค่นี้แหละครับ
คนไทยหรือป่าว








กอ่านแล้วก้ไม่ได้รู้สึกเหมือนคุณกล่าวสักนิด กลับมองว่าขาเขียนมาเพื่อเตือนให้เฝ้าระวังมากกว่า ปรองดองกับนายทุนเนี่ยก็ไม่ค่อยจะเคยเคย มีแต่ชาวบ้านที่ถูกเอาเปรียบ
อ่านยังไง







ความคิดเห็นที่ 71 +1

ดีใจ ไปมาก่อนเมื่อปีที่แล้วเดือน ธันวาคม ยังมีความเป็นธรรมชาติ เดิมๆอยู่เยอะเลยครับ

เสียใจกับเมืองปาย เสียใจกับเกาะช้าง ที่ผมเคยไปเมื่อสิบปีที่แล้ว กลับไปคราวนี้ เฮ้ยยยยยยยยยยย

เหมือนผู้หญิงถูกรุมข่มขืน...........ด้วยน้ำมือคนต่างถิ่น....และที่เลวร้ายกว่านั้นคือ .......... ทุกวันนี้เธอก็ยังโดนข่มขืนอยู่.............

ไม่มีใครไปช่วยเธอเลยเหรอครับ หรือว่าช่วยไม่ได้แล้ว
ที่ไหนที่ดีๆ ผมจะไม่บอกใครให้ไปข่มขืนเธอ




ความคิดเห็นที่ 70 +1

ความผิดของททท.เต็มๆ สนับสนุนให้คนไปเที่ยว แต่ไม่ทำความเข้าใจถึงเอกลักษณืของแต่ละชุมชน ระดับชาติต้องออกฏฏหมาย ที่จะทำโซนนิ่งแหล่งท่องเที่ยว
เกาะใดควรจะสงบ เกาะไหนควรคึกคัก ที่ไหนควรจะเดินป่า ที่ไหนควรมีกระเช้า ไม่ใช่มีเหมือนกันหมดทุกที่
น่าเบื่อ




ความคิดเห็นที่ 69

จ.น่าน ระวังตัวด้วย
หนานคำ




ความคิดเห็นที่ 68

ใครเคยไปกะปงบ้าง บรรยากาศยังกะในนี้เลยครับ คนใต้ ลองดูสิครับ ไม่แพ้ภาคเหนือหรอกครับ
กะปง พังงา




ความคิดเห็นที่ 67

เคยไปเชียงคาน เกือบ 20 ปี ได้ เมืองน่าเที่ยว ตอนนี้ คงใกล้ๆๆ เมืองปาย แม่ฮ่องสอน น่าเสียดาย ความเจริญมาบดบังวิธีธรรมชาติหมด
มด




ความคิดเห็นที่ 66

รวมใจ ไทเชียงคาน
เติบโต ตามวิถีที่ควรจะเป็น
หลานยายฟอง ซอย 8




ความคิดเห็นที่ 65 +1

สาวโสดอย่าง ดิฉัน ไม่ไปหรอกค่ะ

กลัว คานนน
สาวโสด








โสดแล้ว สดมั๊ย
โลมากาไก่







ความคิดเห็นที่ 64 +4

ฟันธง อีกไม่เกิน 3 ปี มีเซเว่น และคนแห่แหนไปเที่ยวจนเหมือนตลาดนัด แล้วก็แต่งตัวกิ๊บเก๋ไป กล้องถ่ายรูปคนละตัว แล้วเมืองก็จะกลายเป็นขยะ ยิ่งถ้าการท่องเที่ยวสนับสนุนด้วยแล้ว ไม่อยากคิด คนไทยก็ด้วยครับ ไปทำให้เมืองเขาเปลี่ยนไป พ่อค้าแม่ขายต่างถิ่นก็อย่าอินดี้เกินตัวไปนักครับ ให้คนชาวบ้านเขาใช้วิถีที่เขาเป็นไปอย่างช้าๆ
ถึงจะถูกทำลายช้าๆ ก็ยังดี นักเที่ยวไทยก็ไปแล้วชอบความสะดวกสบายก็อยู่บ้านนะครับ อย่าไปให้เมืองเขาเปลี่ยนเพราะความอยากสบายของพวกคุณมากนัก จะพังเอาเหมือนปาย..นั่งรถไปเป็นพันโล ไปเดินเบียดแย่งกันอยู่แย่งกันกิน..เซเว่นที่ไหนก็มี
เคยไปปาย




ความคิดเห็นที่ 63 +2

ทำไมเมืองใหญๆ ไม่เลียนแบบเมืองเล็กๆๆๆบ้าง
วัฒนธรรมดีๆๆ สังคมดีๆๆ จาได้เกิด
ทำไม




ความคิดเห็นที่ 62

คิดถึง ยายศรีพรรณ จังเลย ไว้ว่างๆ จะกลับไปเยี่ยมครับ
เท่าที่เคยคุยกับคนที่นั้น เขา Anti ความเจริญที่เข้าอย่างเช่น 7-11 (ยังไม่มีให้เห็นในเชียงคาน) Lotus BigC ก็ยังไม่มี
ขออย่าให้เป็นอย่าง ปาย นะครับ
ผมว่า ช่วงปีใหม่ เชียงคาน เนี่ยมีโอกาสเละ เพราะกระแสตอนนี้คนอยากไปเที่ยวเชียงคานเยอะมาก
565




ความคิดเห็นที่ 61

ไปเที่ยวกันก็ดูแลเรื่องขยะเรื่องความสะอาดกันหน่อยนะนักท่องเที่ยวทั้งหลาย เรื่องท่องเที่ยวความเจริญมันห้ามกันยากก็ช่วยกันหน่อยเด้อ คนไทเลย
apir_5@yahoo.co.th




ความคิดเห็นที่ 60 +1

อบต ของพวกคุณทำอะไรกันถึงปล่อยให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้
ควรประชุมชาวบ้านเพื่อแสดงความคิดเห็น และวางแนวทางการพัฒนา ...
คนไท








อบต. หึๆๆ ก็ทำอไรก็ได้ที่มันเรียกว่าพัฒนา แต่ไม่อนุรักษ์ เพื่อให้ได้งบประมาณมาเข้ากระเป๋าไงจ๊ะ
66







ความคิดเห็นที่ 59 +3

เบื่อคนที่ชอบไปทำ act art ทำให้มันเสียบรรยากาศของสถานที่แบบสุดๆ
kin




ความคิดเห็นที่ 58 +1

ไปอยู่เชียงคานมา 3 ปีแล้วและจะปักหลักปักฐานที่นั่น เราก็ไม่เห็นด้วยในเรื่องท่องเที่ยวสักเท่าไหร่ ทำไมต้องไปเอาใจนักท่องเที่ยว อยากมาเชียงคานก็กินแบบเชียงคานสิ แล้วก็อยู่แบบเชียงคานด้วย มาเป่าขลุ่ยกันนะอากาศเย็น หลับอย่างเดียว
คนเชียงคาน








ชอบฟังเสียงขลุ่ยแบบวงของ อ.เนาวรัตน์ ที่หวานๆเศร้าๆแล้วมีเสียงซอด้วงตัวเล็กๆแต่คนเล่นตัวใหญ่ๆ เสียงหวานเศร้าดีจัง มีกีต้าร์อีกตัวก็เล่นเปิดหมวกได้แล้ว.....ฤดูหนาวจัด คืนเดือนหงายแสงจันทร์ สว่างไปทั่ว ถ้าได้ฟังทั้งคืนแบบลอยลมมา ยิ่งดี
ของพื้นเมืองดีกว่า
thanawat kaewpilarom Comment by thanawat kaewpilarom on October 6, 2009 at 1:14pm
เมื่อวันที่ 3-4 ต.ค 52 ที่ผ่านมาผมได้กลับไปทำบุญออกพรรษาที่บ้าน ผมเป็นไทบ้านโพน อ.เชียงคานครับ ได้ขับรถเที่ยวชมธรรมชาติหน้าฝน ผมว่าหน้าฝนที่เขียงคานก็สวยอีกแบบโดยเฉพาะทุกนาที่อยู่ใกล้ภูทอกหรือที่เรียกว่า " นาโคก " มีความสวยงามเพราะเป็นทุกนาที่มีความสูงเป็นระดับคล้ายๆขั้นบันได สภาพต้นไม้ที่ภูทอกที่เขียวดูสวยงาม ตอนนี้ผมเริ่มเห็นคนเริ่มไปถางป่าที่ภูทอกบริเวรที่มีถนนตัดผ่าน ซึ่งตรงนี้น่าเป็นห่วงมากๆครับเพราะจะมีคนบุกรุกป่ายังไงผมขอฝากให้ไทเชียงคานทุกคนช่วยกันรักษาสิ่งเหล่านี้ด้วยน่ะครับ เพราะเชียงคานไม่ได้มีเฉพาะบ้านเก่าอย่างเดียว แต่มีธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือ
พ.ต.ดร.ณัฏฐพล  ตันมิ่ง Comment by พ.ต.ดร.ณัฏฐพล ตันมิ่ง on October 6, 2009 at 9:28am
ความคิดเห็นที่ 56

เพิ่งไปมาเมื่อออกพรรษา
สมัยเด็กๆเคยไปมาครั้งยังจำได้ลางๆ

ปัจจุบัน บ้านเรือนไม่เปลี่ยนไปมาก
แต่ความเจริญ เป็นตัวทำให้เปลี่ยน
ถนนทุกซอยเล็กแค่ จักรยานสวนกัน
แต่รถยนต์มากเหลือเกิน คันนึงก็เกินครึ่งเลนแล้ว

ผังเมืองทำได้ดี เป็นสี่เหลี่ยม เชื่อมทะลุ
มาเส้นกลางอำเภอตลอด

คนเมืองเริ่มเข้าไปทำธุรกิจ
ร้านของที่ระลึก โรงแรม ที่พัก เปิดใหม่ เริ่มเยอะขึ้น

7-11 ไม่นานคงไปเปิดแน่
แต่ไม่อยากให้เปิดตรงบ้านริมฝั่งโขง
เอาไปไว้ที่ตลาดน่าจะดีสุด เราคงไม่สามารถทัดทานอำนาจระบบทุนได้ แต่คงต้องรักษาความดั้งเดิมไว้ให้ได้

ไป เชียงคาน ข้าวปุ้นน้ำแจ่ว อร่อยครับ
บ้านเมืองเงียบสงบ ไม่วุ่นวายดี นอกจากเทศกาล

ไปเที่ยวแบบเชิงอนุรักษ์ กันนะครับ

สิ่งต่างๆมันย่อมเปลี่ยนไป แต่อยากให้เปลี่ยนบนรากเหง้าของตัวเอง

มีอีกหลายที่น่าไปนะ อย่าเพิ่งหลั่งไหลไปทำลายเชียงคาน เลยนะครับ นายทุน
อนุรักษ์




ความคิดเห็นที่ 55

รักเมืองเชียงคาน ในแบบที่เป็นอยู่นะคะ
อย่าให้กระแสธุรกิจท่องเที่ยวแบบฉาบฉวย
มาทำให้เสน่ห์ ชีวิตอันเรียบง่าย และอบอุ่นของเชียงคาน หายไปเลยค่ะ

ตามความเคลื่อนไหวของคนเชียงคานที่
http://www.chiangkhan.com/
รักเชียงคาน




ความคิดเห็นที่ 54

เคยไปมาแล้วสวยดี บรรยากาศเหงาๆยังไงไม่รู้ มันรู้สึกเศร้าๆ
เหรือเป็นเพราะมันเงียบ
แต่มันจะต่างจากปาย นะ เพราะปายก็เงียบแต่ไม่เหงา ไม่เศร้า บอกไม่ถูก แต่ตอนนี้ปาย ไม่สวยแล้ว
ผ่านไป




ความคิดเห็นที่ 53

กระผมว่าบางสถานที่ชาวบ้านเองจะทำให้เสียนะครับ เคบได้ยินมาว่าคนเชียงคานเองจะเอาเซเว่นเข้ามาเปิดให้เร็วๆๆนี้
คนมีความคิด




ความคิดเห็นที่ 52

ต้องเที่ยวอย่างมีจิตสำนึกครับ ทั้งคนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยว ต้องมีสำนึก อย่าให้สิ่งดีๆที่เคยมีต้องแปรแปลี่ยนไปตามกาลเวลา
ราม




ความคิดเห็นที่ 51

คนเชียงคานก็อย่าไปหลงกระแส ผู้ว่าก็อย่าหน้าเงิน
- อย่าไปทำถนนคนเดินให้วุ่นวาย
- กลางคืนปิดไฟ ปิดประตูหลับนอนเหมือนที่เคยทำ
- อย่าไปสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้มากมายนัก
- ห้องพักให้จำกัดไว้ (ไม่มีที่พักมันจะมากันได้ไง)
คนที่มาเที่ยวบางส่วนก็ไม่ได้ต้องการความสงบ มาเอามันส์ เฮไหนเฮนั่น แค่อย่าไปทำอะไรที่เอื้อกับไอ้คนกลุ่มนี้
อีกหน่อยมันก็ไม่มา
เชื่อเถอะ




ความคิดเห็นที่ 50

ท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์ ไม่ใช่ไปเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่นั่น เข้าใจนะท่าน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
สอน




ความคิดเห็นที่ 49

เมื่อไหร่จะไปชิลๆกันที่ อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลาบ้างล่ะเนี่ย ?
อิอิอิ




ความคิดเห็นที่ 48

อยากไปเที่ยวเชียงคาน..
และก็อยากจะอุดหนุนร้านค้าที่เป็นของคนเชียงคานเองเท่านั้น..
ทำอย่างไรดีครับ ถึงจะรู้ว่าร้านไหนเป็นของคนที่นั่นแท้ๆ
................
น่าจะมีป้ายบอกไ้ว้หน้าร้านของคนเชียงคานนะครับ ว่า
..............................................
ร้านนี้เป็นของคนเชียงคานแท้ๆ
............................................

เสนอไว้นะครับ เผื่อผมจะได้ไม่อุดหนุนพวกคนต่างถิ่นที่มากอบโกยจากเชียงคาน
ปลายปีเจอกันแน่ครับ..




ความคิดเห็นที่ 47

ไม่น่าจะรอดจากกระแสนะ
อาการน่าเป็นห่วง
พ.ต.ดร.ณัฏฐพล  ตันมิ่ง Comment by พ.ต.ดร.ณัฏฐพล ตันมิ่ง on October 6, 2009 at 6:29am
I miss you...Chiengkan
ongnapa France




ความคิดเห็นที่ 45

ผมขอให้เชียงคาน รักษาความบริสุทธิ์ไว้ จนกว่าจะถึงวันที่ผมได้ไปเที่ยวนะครับ

ห่วงใย
บานฯ




ความคิดเห็นที่ 44

เซ็งเป็ด ญาติดันจะไปปายอีก บอกแล้วว่าตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว สงสารเด็กที่ไปด้วยเพราะแย่งกันกินแย่งกันเที่ยว
ทำไงดี




ความคิดเห็นที่ 43 +2

อันดับ 1 ที่ต้องขัดขวาง 7 eleven ไปเปิดหรือยัง
ตัวทำลาย








ยังครับ

วิธีชิวิตที่เชียงคาน หลังหนึ่งทุ่มก็ปิดบ้านหมดแล้วครับ

ที่ผมไปมาล่าสุด(ช่วงเข้าพรรษา)

ยังถือว่าแข็งอยู่ครับ คนเชียงคานที่มีบ้านอยู่ริมโขงนี้

ฐานะไม่ธรรมดากันทั้งนั้นละครับ นายทุนจะมากว้านซื้อคงยากมากๆ

จะมีก็คงเป็นลูกๆหลานๆของคนในพื้นที่ หรือให้เช่าทำเท่านั้น

คงยากที่จะเห็นเชียงคานเป็นเหมือน ปาย ครับ

ไม่ได้ประมาทที่โพสเช่นนี้ แต่ ผมเชื่อในความเข้มแข็งของท้องถิ่นครับ

องค์ประกอบหลายอย่างไม่เอื้ออำนวยให้เป็นสถานที่ที่จะมีอบายมุข

ดูได้จากการใส่บาตร ที่แสดงให้เห็นถึงความเลื่อมใสในศาสนา ไม่มัวเมาในอบายมุข

ส่วนที่เอาอะไรแปลกๆมา อย่างรถ ตู้ไปรษณีย์

ผมมองว่าไม่แปลกครับ เพราะไม่ได้มาทำลายวัฒนธรรมท้องถิ่น แค่แต่งร้านให้เข้ากับยุคสมัยของอาคารบ้านเรือน

ดูแลไว้นะครับ บ้านเราเมืองเรา เงียบสงบเช่นไร

ก็ขอให้เป็นเช่นนั้น
จอห์น







ความคิดเห็นที่ 42

อย่าเป็นแบบปายเลย ไม่ชอบอย่างแรง มีแต่วัยรุ่นแฟชั่น ไฮโซ โก้หรู ไม่จำเป็นต้องไปทำตัวเวอร์ไรแบบนั้นเลย
กำลังอยากไปเชียงคาน อย่าเพิ่งเป็นแบบนั้นเลย
อยากไปเงียบๆ




ความคิดเห็นที่ 41

แทนที่จะแห่กันไปที่ใดที่หนึ่ง จนกลายเป็นไปดูคนมากกว่าเสพธรรมชาติ ปีใหม่นี้ขอเสนอให้รัฐบาล ชักชวนให้ประชาชน

"กลับไป(เที่ยว)บ้าน" ในปีใหม่ที่จะมาถึงนี้กันเถอะ !
กระจาย ดีกว่า กระจุก




ความคิดเห็นที่ 40 +7

ขอเสนอการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมข้อหนึ่ง คือ

"ให้ ททท. ซึ่งทำโฆษณาโปรโมทได้เก่งมาก ทำโฆษณาชิ้นใหม่ ชวนคนให้ 'เที่ยวอย่างมีจิตสำนึก' ดีไหม?"

เห็นด้วยช่วยโหวต !
ทีที




ความคิดเห็นที่ 39 +2

เห็นด้วยจริงๆ
ถ้าจะเปลี่ยนแปลงก็ขอให้เป็นเพราะคนในท้องถิ่น
อย่าให้คนนอกเข้าไปเปลี่ยนแปลงเลย
รักษาสิ่งดีๆไว้




ความคิดเห็นที่ 38

อย่างน้อย ๆ คนที่เข้ามาอ่าน หรือแสดงความเห็นในข่าวนี้ ก็เริ่มตระหนัก กังวลกับปัญหาการท่องเที่ยวในเมืองไทยแล้ว

ไปเที่ยวที่ไหนในหน้าหนาวนี้ ขอให้ทุกคนคิดอยู่เสมอว่า จะไม่ทำให้สิ่งดี ๆ ของที่นั้น ๆ เสียหายนะ
การเมืองใหม่เท่านั้น
พ.ต.ดร.ณัฏฐพล  ตันมิ่ง Comment by พ.ต.ดร.ณัฏฐพล ตันมิ่ง on October 6, 2009 at 12:13am
ความคิดเห็นที่ 37

ก่อนอื่นขอโทษด้วยที่มาโพสต์ที่นี่

คือว่าสัปดาห์หน้าจะไปเที่ยวพัทยา ใครรู้จักร้านอาหารอร่อยๆ
ช่วยแนะนำด้วยครับ (เป็นพันธมิตรก็ดีนะ จะได้สบายใจ)

ขอขอบคุณล่วงหน้านะครับ
lego




ความคิดเห็นที่ 36

สุดท้ายก็....เหมือนกับ อ.ปาย
สม




ความคิดเห็นที่ 35

มีคนจำนวนมากที่คิดว่าความทันสมัยคือสิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องการ มันไม่จริงเลย เค้าการความเป็นธรรมชาติ ศิลปะ และวัฒนธรรมดั้งเดิม ที่นับวันมันจะหายไป เพราะความเจริญมันหลังไหลเข้าทำลาย มันน่าเศร้าใจจริง ๆที่ไม่ช่วยเหลือกันรักษาไว้
ชอบความเก่า




ความคิดเห็นที่ 34 +9

เดี๋ยวก็ต้องมีร้านกาแฟเก๋ๆ ขายกาแฟแพงๆ ชื่อกาแฟฝรั่งๆ ลาเต้ ลาโต้อะไรนั่น

แล้วก็มีร้านขายของเก่า เหมือนตลาดร้อยปี ขายตุ๊กตาสังกะสี ขายของเล่นโบราณ

แล้วก็มีที่พักสีแสบๆ สดๆ มีตู้ไปรษณีย์แดงๆ

เจ้าของร้านไว้หนวดไว้เครา ใส่เสื้อยืด กางเกงขาสั้น ไว้ผมยาวทำงานอยู่ production house หรือ เอเยนซี่โฆษณา ในกรุงเทพฯ

มีแกลอรี่ ภาพวาดดูไม่รู้เรื่อง สี สดๆ ที่ไม่เกี่ยวอะไรกับชีวิตคนท้องถิ่น

มีรถโฟลคตู้รุ่นโบราณดัดแปลงทำเป็นร้านนม หรือร้านเหล้าปั่น

นี่แหละเมืองไทย ไปเชียงใหม่ ภูเก็ต สมุย ปาย หัวหิน เจอ pattern เดียวกันหมด น่าเบื่อมากกกกก
เฮ้อ








แล้วก็มีพวกวัยรุ่นดัดจริตทำมาดเซอร์เดินเป็นตัวประกอบ แล้วก็ดื่มเหล้าเมาเนื้อ
ถูกมะ






แค่คิดก็ เห็นภาพเลย..
น่าเบื่อมากจริง

ไม่ต้องถ่อสังขารไป เดินข้าวสาร ที่เดียวจบ
เห็นด้วย ..น่าเบื่อมาก.






จะยังไงพวกเขาก็ดีกว่าคนที่วันๆเอาแต่ด่าไม่พอใจโลกทั้งโลก
โอเค๊







ความคิดเห็นที่ 33

ถ้าไม่รักษาให้ดี คนจากปาย มันก็จะไหลไปทำลายอีก

ถ้าผู้ว่าโง่ ก็ไล่ผู้ว่าออกไป
งง




ความคิดเห็นที่ 32

พวกเที่ยว สำเร็จความใคร่ทั้งนั้น
รักษาใว้ให้ดี




ความคิดเห็นที่ 31

พวกเที่ยวสำเร็จความใคร่ทั้งนั้น
รักษาใว้ให้ดี




ความคิดเห็นที่ 30

จริงทุกความเห็น ช่วยกันเด้อ
ลำปาง




ความคิดเห็นที่ 29

ในฐานะ เป็นบุคคลที่เคยดำรงชีวิตอยู่ที่เชียงคานระยะหนึ่ง อยากบอกคนเชียงคานว่า ถ้าพวกคุณทั้งหลาย ไม่รวมตัวกัน กำหนด เป้าหมาย ทิศทาง การรักษาวิถีชีวิต ฮีตคอง ประเพณี ความเป็นอยู่คือของเมือง และร่วมกันลงมือพัฒนาเมืองให้เป็นไปในแนวทางของประชาคมคนเชียงคานตั้งแต่ "เดี๋ยวนี้ " ล่ะก็... มันก็จะมีแนวโน้มว่าเรื่องลบๆที่แต่ละคนโพสท์มาบ่นอาจเป็นจริงขึ้นมาได้...หยุดบ่น...แล้วก็ช่วยกันทำซะ "เดี๋ยวนี้"
คิดถึงเชียงคานเสมอ
เอ บ้านวินัย เพื่อนเทพเอื้องอ้อ




ความคิดเห็นที่ 28

ขอให้คนเชียงคานช่วยกันรักษาเอกลักษณ์ของตัวเองเอาไว้

อย่าให้นักท่องเที่ยวมาทำลายเหมือนที่อื่น
*****




ความคิดเห็นที่ 27

ถ้านักการเมืองท้องถิ่นไม่ละโมบร่วมหากินกับคนต่างถิ่นก็ไม่พังหรอก
อยุ่ที่นักการเมืองท้องถิ่น




ความคิดเห็นที่ 26

เอาใจช่่วยเชียงคาน-คนเชียงคานครับ
เอก




ความคิดเห็นที่ 25 +1

I took my children from US. to visit Chieng Karn 3 years ago.We stay at a small neat wood siding two story hotel by the river name Sook Somboon.Every body is very nice and friendly.We went there to see old lovely tradition and old way of life.Poeple seems to be happy and content without much stess.Every one loves to come back again.

I hope that the citizen and the mayor of this small jewel city keep it that way.Please don't allow any body to build multi story hotel or shopping mall.Please try to keep up and maintain what you have.We don't travel a long distance to see concrete jungle or bars.

Love Chieng Karn and her people.
Thai in US.




ความคิดเห็นที่ 24 +1

ขอให้คนเชียงคานเข้มแข็งเข้าไว้ค่ะ

สู้กับทุนต่างถิ่นที่จะเข้ามากอบโกยทุกอย่างแล้วจากไป แบบที่ทำกับเมืองท่องเที่ยวทุกเมือง

ดูภูเก็ตเป็นตัวอย่าง โดนคนต่างถิ่นมากอบกอย ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ
แต่ตอนนี้อยากจะหวนหาอดีตแล้ว เพราะจุดขายคือชายทะเลมันเริ่มอิ่มตัว และสูญเสียความงามไปมาก
ตัวเมืองภูเก็ตก็เริ่มที่จะอนุรักษ์ตึกเก่าๆ ทุบคอนกรีตที่กั้นทางเดินอาเขตออก
ฟื้นฟูวัฒนธรรมผสมผสาน มาเป็นจุดขาย

เราก็เบื่อเหมือนกัน ไปไหนก็บรรยากาศเหมือนกันหมด มีร้านกิ๊ฟชอบ ร้านกาแฟ
โดยรสนิยมฮิปๆแบบกรุงเทพฯ ความน่ารักอินดี้แบบคนเมือง น่าเบื่อที่สุดถึงที่สุด

เรายังคิดถึงร้านกาแฟ+อาหารอินเดียที่ตรงใกล้ๆ ดิโอลด์สยาม
คนจีนคนแขกแก่ๆไปนั่งจิบน้ำชา รับประทานโรตีกับแกงกัน เป็นบรรยากาศที่หาไม่ได้อีกแล้ว

เสียดายมากที่ปิดไป
เบื่อวัฒนธรรมท่องเที่ยวคนเมืองใหญ่




ความคิดเห็นที่ 23

แค่อยากจะบอกว่า ข้าวต้มมัดญวน ที่ตลาดเย็น อร่อยมากกกกกกกกก
คนไทย




ความคิดเห็นที่ 22

ก็พี่ลงข่าวโคตรจะบ่อยเลย หลังๆ นี่ เห็นข่าวเชียงคานแทบจะทุกเดือน
ปากว่าตาขยิบ




ความคิดเห็นที่ 21 +2

เกลียด ททท. เพราะการโปรโมทเมืองไทยโง่ ๆ แบบนี้แหละ บอกตรง ๆ

.

.

แล้วกระทรวงการท่องเที่ยวก็ต้องเป็นคนเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวทุกครั้ง

หากโปรโมทแบบดู carrying capacity ไม่เป็น อย่าโปรโมทเลยดีกว่า

เดี๋ยวจะเหมือนปาย เกาะพีพี อ่าวนาง และพัทยา ที่ทุกวันนี้ กู่ไม่กลับแล้ว
เซ็งคะ




ความคิดเห็นที่ 20

นักท่องเที่ยวไปถึงที่ไหน
บรรลัยที่นั่น
จะว่าไป การท่องเที่ยวก็เป็นกิจกรรมที่กลืนกินตัวมันเองเหมือนกันนะ
mon




ความคิดเห็นที่ 19

เห็นห้องแถวเมืองเชียงคาน ที่ประตูเป็นไม้สักบานใหญ่ ที่เรียกว่าหน้าถึง เหมือนกันกับหมู่บ้านอ่างศิลา ชลบุรี ข้อเสียของอ่างศิลาอยู่ที่ ตลาดแผงลอยออกมาตั้งขายอาหาร และของทะเล และรถยนต์จอดเต็มตลอดหมู่บ้าน จึบดบังความงดงาม ที่จะดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว ถ้าตลาดอ่างศิลา อยู่ในสภาพเหมือนเมื่อ 30 40 ปีก่อน ที่เป็นแหล่งจำหน่ายผ้าทออ่างหิน ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด และมีครกหินที่ดีที่สุด ขอฝากท่านนายกเทศมนตรีอ่างศิลา แฟนแท้พันธมิตร ด้วย เพราะเป็นทางที่นักท่องเที่ยวผ่านไปสามมุข บางแสน อยู่แล้ว
ตลาดอ่างศิลา




ความคิดเห็นที่ 18

7-11 โลตัส บิ๊กซี คาร์ฟูร์ เข้าไปถึงยัง
1




ความคิดเห็นที่ 17

นี่คือความกลัวนับตั้งแต่รับรู้ว่า เชียงคานกำลังฮิต
พูดถึงเชียงคานบ่อยมากในช่วงหลังๆ กระแสความนิยมของเมือง คำบอกเล่าปากต่อปาก ภาพถ่ายสวยๆ ทำให้เชียงคานเป็นจุดหมายของนักท่องเทียวที่อยากไปสัมผัสเสน่ห์ของเมืองนี้ แต่การเข้าไปมากและไป"เอา"มากกว่าเข้าไป"ให้" ก็จะทำให้เชียงคานต้องทำตัวให้ตรงกับที่นักท่องเที่ยวต้องการ แล้วเชียงคานก็จะสูญเสียความเป็นเมืองเล็กๆ น่าอยู่ ผู้คนน่ารักไปในที่สุด กลายเป็นเมืองของคนแปลกหน้าที่เข้ามาทำธุรกิจการท่องเที่ยว เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว
ถ้าเชียงคานเปลี่ยนไปแล้วจะมีเสน่ห์ที่ไหนให้คนอยากไปเยือน
ในฐานะคนเดินทางที่ชอบเดินทางไปทำความรู้จักและความคุ้นเคยกับเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบและมีวิถีชีวิตเรียบง่าย ทุกครั้งที่มีโอกาส อยากให้คนเชียงคาน คนที่อื่นที่รักเชียงคาน ร่วมกันเอาใจใส่และทะนุถนอมเชียงคานให้เป็นเมืองที่มีเสน่ห์และมีคุณค่าเชิงวัฒนธรรมต่อไป ท่องเที่ยวแบบเข้าใจบริบทของเมือง
(เข้าใจแล้วว่าทำไมประเทศของเจ้าชายจิ๊กมี่จึงจำกัดนักท่องเที่ยวทั้งปริมาณและคุณภาพ)
หมายเหตุ:เมืองเล็กๆที่มีเสน่ห์และสวยงามอีกที่หนึ่งซึ่งประทับใจมากคือ อ.ปัว จังหวัดน่าน
ลองไปเที่ยวกันดูนะ อากาศดีมาก
ไม้ขาว




ความคิดเห็นที่ 16 +1

ผมบอกวิธีให้นะ โซนนิ่งเรื่ิอง แอลกอฮอล์ ซะถ้าไม่อยากให้บรรยากาศเมืองต้องพังลงเพราะนักท่องเที่ยว (เข้มงวดเรื่องแอลกอฮอล์ไปเลย)
มุสลิม








I agree with you.
Buddhist in US.
พ.ต.ดร.ณัฏฐพล  ตันมิ่ง Comment by พ.ต.ดร.ณัฏฐพล ตันมิ่ง on October 6, 2009 at 12:12am
ความคิดเห็นที่ 15

ไม่ต้องห่วง ชิบหายแน่
จะเหลือเหรอ




ความคิดเห็นที่ 14

เป็นลูกหลานคนเชียงคาน กลับบ้านตอนสงกรานต์จะต้องไปรวมกันที่เชียงคานทุกปี เราไม่ได้แข่งกับหลวงพระบางหรือที่ไหนหรอกค่ะ ตักบาตรข้าวเหนียว ที่จ.เลย หรือทางอิสานก็เป็นแบบนี้กันหมด แต่ไม่ถึงกับคุกเข่าเอาเสื่อมาปูรองนั่งแบบนี้นะคะ เราก็แค่ถอดรองเท้าก่อนใส่บาตรเท่านั้น ดูรูปที่เค้าถ่ายมาแล้วยังรู้สึกแปลกๆเลย ดูมันไม่ใช่ แต่ก็อยากจะบอกกับทุกคนว่า คนเชียงคานน่ารักกันทุกคนหน่ะค่ะ เป็นชุมชนแบบเครือญาติ คนไหนบ้านไหนรู้จักกันไปหมด แต่ทุกวันนี้ที่ไปยังรู้สึกแปลก รู้สึกว่าเมืองที่เราเติบโตมาแต่เด็ก มันเริ่มมีสีสันแบบคลาสสิกแบบที่ไม่ใช่ด้วยวัฒนธรรมที่มีมาต้องแต่แรก แต่เป็นเพราะว่านักท่องเที่ยวไปสร้างมาตราฐานความเป็นเมืองปายสองเข้าไป เห็นแล้วก็ยังห่วงว่า ความเป็นธรรมชาติ ความน่ารักของบรรยากาศที่มีมาแบบที่ไม่ต้องสร้างมันจะค่อยๆหมดไป กลายเป็นที่ที่คนเมืองมาสร้างบรรยากาศแบบที่เค้าต้องการเข้ามาแทน แต่ก็ขอบคุณค่ะกับนักท่องเที่ยวที่ไปท่องเที่ยวแล้วชอบใจ ติดใจกับบรรยากาศและรักคนเชียงคานจนต้องเอามาลงอินเตอร์เนต นั่นมันเป็นสิ่งที่คุณยายคุณตาที่อยู่ที่นั่นได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนแบบลูกหลานโดยมิได้คำนึงถึงธุรกิจ หวังว่าลูกหลานชาวเชียงคานทุกคนจะช่วยกันดูแลเมืองของเราให้เป็นเมืองที่น่าอยู่แบบนี้ตลอดไปนะคะ จาก ลูกหลานเชียงคาน
pink




ความคิดเห็นที่ 13

พวกไปแล้วต้องเขียนโปสการ์ด แมร่งดัดจริต
จะอ้วก




ความคิดเห็นที่ 12 -2

รายงานข่าวเชียงคานอยู่ส่วนใดของใท ฮ่วยรายงานข่าวชุ่ยมาก
เซ็ง








จังหวัดเลย ไงครับพี่ อ่านให้ละเอียดค่อยด่าก็ได้นะ
เบลอ






อ.เชียงคาน เมืองเล็ก ๆ ริมฝั่งโขง ใน จ.เลย อยู่บรรทัดแรกเลย ถ้าคุณอ่านเจอแต่ไม่รู้ว่า ริมฝั่งโขง จ.เลย อยู่ตรงไหนของประเทศไทย ก็ลาตายไปเกิดใหม่ที่ประเทศอื่นซะ ไม่สมควรเป็นคนไทย
จากคนไทยครึ่งลูก







ความคิดเห็นที่ 11

อย่าเป็นเหมือนเมืองไทย อยู่อย่างนี้ล่ะ ชีวิตมีความสุข เอาแต่พอดี ๆ พอแล้ว ไม่งั้นจะเสียใจ
ไปอีกนานและเอาคืนไม่ได้








เข้าใจไรผิดป่าว เชียงคาน อยู่ จ.เลย ในเมืองไทยนี่แหละคร้าบบบบบ
notton







ความคิดเห็นที่ 10 +2

ผมไปเชีบงคาน เมื่อประมาณ 20 ปี แถบนั้น ย่านนั้น ยังพอบริสุทธ์ เมื่อได้ข่าวเชียงคานกำลังบูมเรื่องท่องเที่ยว ในใจคิด ฉิบหายอีกที่แล้วหนอ เพราะบ้านเราเมืองเรา นักท่องเที่ยวและคนพื้นที่ ยังไม่สำนึกถึงคุณค่า คณงามความดีของวัฒนธรรม ธรรมชาติ ไปก็เสพ เสพ เสพ อย่างเดียว ไม่สนใจ เพราะฉันจะเที่ยว

ผมไม่ได้บอกว่าไม่อยากให้เกิดการท่องเที่ยว แต่ทำอย่างไร จะไม่ให้เร่งรีบ จนประคองไม่อยู่ เสียหายจนฟื้นฟูไม่ได้ อยากใหดูเชียงใหม่ อยากให้ดูดูหลวงพระบาง ที่เริ่มเสื่อมถอย
คนเคยหนุ่ม








เดี๋ยวผู้นำท้องถิ่นนักการเมืองและข้าราชการก็เสนอโปรเจ็คใหญ่ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและงบประมาณ เชื่อเถอะนักพัฒนาแนวนี้มีเยอะแล้วก็อ้วนกันไปทุกคน
..







ความคิดเห็นที่ 9 +1

อย่าหาว่าหล่อไม่เตือนนะครับ
ลุงหล่อ




ความคิดเห็นที่ 8 +2

เป็นข่าวที่ดีมาก/อยากจะเห็นเสนอนำในการต่อสู้ของคนท้องถิ่น/รักเอส.ทีวีและผจก.ออน์ไลน์มาก../บ้านเมืองของเราวันนี้ต้องปลุกสำนึกของคนท้องถิ่นขึ้นมาสู้..กับทุนนิยมและนายทุนทีทำลาย วัฒนธรรมประเพณีของไทย../ขอบน้ำใจมาก
บาง




ความคิดเห็นที่ 7 -1

ไชโย ประเทศไทยมีที่เที่ยวแห่งใหม่ แข่งกับเวียงวังและหลวงพระบางของลาวแล้ว..ดีใจด้วยครับ...แล้วจะไป.คงไม่ผิดหวัวกลับมานะครับ..อ้อ เรื่องเอาเปรียบและหลอก โก่งราคา...นักท่องเที่ยวไง...ที่ไหนดัง พังเพราะเหตุนี้ทุกที
นักเที่ยวตัวจริง




ความคิดเห็นที่ 6 -4

อย่ามองคนต่างถิ่นที่เข้าไปค้าขายในมุมร้ายไปหมดเลยครับ...เพราะคนกลุ่มนี้เขามีความเข้าใจนักท่องเที่ยวมากกว่าคนพื้นที่อยู่มาก (ขอเพียงแค่อย่ามีผับบาร์เยอะแยะไปหมด..ต้องคุม) ส่วนร้านโปสการ์ด ของที่ระลึก กาแฟ ถามทีเถิดครับว่ามันทำลายเชียงคานอย่างไรหรือ ?
nuttawitn@hotmail.com








ใช่ครับ คนนอกรู้ดีกว่าคนในแน่นอน เราจะดูเองครับว่าอะไรเหมาะไม่เหมาะกับเชียงคาน สบายใจได้
คนในอยู่เฉยๆ






เป็นความคิดที่โง่เขลามากเลย คนนอกจะรู้ดีกว่าคนในได้อย่างไร คนในเขามีวัฒนธรรมที่สะสมกันมาตั้งแต่บรรพบุรษ แต่คนนอกกำลังจะไปเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเขา แค่ด้วยเพราะต้องการตอบสนองความสะดวกสบาย ผู้ประกอบการท่องเที่ยวนี่แหละตัวดี คุณกำลังจะทำให้จิตวิญญานของคนในท้องถิ่นเปลี่ยนแปลงไป
jfk554@hilo.com






เจ้าของบ้านเค้าไม่ให้ไปยุ่งแล้วคุณมีสิทธิอะไรไปต่อล้อต่อเถียงจะเอาให้ได้ ถ้าของของคุณดีจริงไม่เป็นพิษเป็นภัย ก็เอาไปขายที่อื่นก็น่าจะขายได้ ขายอยู่หน้าบ้านหรือขายทาง ebay ก็ได้ บ้านใครๆก็รัก ถ้าเงินมันบังตาคิดไม่ได้ก็จนใจ
ว่าไม๊ ?






ไปดูที่ปายสิ เพราะว่าคนในอยู่เฉยๆ ไง
กระดิ่ง






เกรียดร้านกาแฟตอแหลกิ๊บเก๋ แล้วมาทำตัวเป้นว่าเข้าใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น ปายเน่าก็เพราะร้านกาแฟกิ๊บเก๋เห็บเห่าพวกเนี้ยแหละ
บอนคัน







ความคิดเห็นที่ 5 +1

การมาเที่ยวเมืองแบบนี้คนที่มาต้องรู้ว่ามาหาความสงบไม่ใช่มาหาชีวิตแบบคนเมือง อาจมีคนที่มาแล้วผิดที่ผิดทาง คนเชียงคานต้องมีความเข้มแข็ง อย่าตามการตลาดมากเกินไปเพื่อหวังเงินอย่างเดียว ปายเมือ่หลายปีก่อนดีมาก เมืองน่ารัก หลังจากนั้นทุกอย่างเปลี่ยนไป คนที่ไปทำธุรกิจในเมืองแบบนี้หวังเงินมากกว่าอย่างอื่น คนเมืองนี้เท่านั้นที่จะรักษาความป็นชุมชน ความเป็นตัวของตัวเองไว้ เราไม่เคยไปเมืองนี้ คนที่ไปเที่ยวเองก้ด้วย อย่าเอาสังคมเมืองไปเผยแพร่ ลองไปเรียนรู้สิ่งไหม่ๆที่เชียงคานเลยดีไหม ทิ้งสังคมเมืองไว้ที่บ้านก่อนไปเลยนะ
ตี้




ความคิดเห็นที่ 4 +3

มันพังทุกอำเภอ ตั้งแต่แบงค์กรุงเทพ ไปตั้งหลายสิบปีแล้ว

โดดเด่นเป็นสง่า ตึกสูง สีขาว บันไดกว้าง ป้ายยักษ์ ปะปนไปกับตึกเรือนไม้ตามเมืองต่างๆ เป็นสัญลักษณ์ ของนักทำลาย ภูมิทัศน์ มาตั้งแต่พวกคุณยังไม่เกิดเสียอีก

การทำลายโดยนายทุนเมืองหลวง มันไม่มีทางแก้ได้หรอก เพราะมันเป็นวัฒนธรรมทางธุรกิจ ที่ต้องใช้จิตสำนึก
ทำใจเถอะ




ความคิดเห็นที่ 3

ปีใหม่นี้เจอกันครับ เชียงคาน ปายไม่ไปแล้วปีที่ผ่านมาเมืองแทบแตก
เวลาเดินช้าที่เชียงคาน




ความคิดเห็นที่ 2 +8

ทำอย่างไรจะยับพวก พ่อค้า นายทุน มาทำให้แหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรม

เราไปเที่ยวไม่ได้ต้องการความสะดวกสบายแบบกรุงเทพ

เราไปเพราะมันไม่เหมือนกรุงเทพหรือเมืองใหญ่ มีชีวิตชีวาตามวิถีท้องถิ่น

ทางราชการไม่เคยมีแผนดำเนินการใดๆ ในเรื่องเหล่านี้เลย
ในต่างประเทศเขาให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้มาก
อ่ะ




ความคิดเห็นที่ 1

อยากไปมากครับ
B.Man

รวมมิตรของเชียงคาน

จองที่พักเชียงคาน และทั่วไทย

© 2012   Created by pitakchai.

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service