...................................................................................................
ในวันที่เชียงคานโดนชำเรา...ใต้เงาของความรัก!
สายหมอกแห่งเหมันต์ฤดู ลอยละล่องล้อเล่นกับผิวน้ำโขง
ยั่วเย้าแดดเช้าเข้ามาโลมเลีย ราวจะให้หมอกนั้นสลายไป
ลมหนาวแรกแห่งต้นฤดู... แทรกเข้าไปในเนื้อกาย ให้รู้สึกเย็นยะเยือก หนาวเหน็บ เจ็บไปจนถึงหัวใจ
อุ่นไอแดดที่เชียงคานในยามเช้า กับสายหมอกอ้อยอิ่งริมน้ำ... เป็นมนต์เสน่ห์ตรึงใจ หนึ่งในหลายๆ มนต์แห่งเสน่ห์เชียงคาน
กลายเป็นเชียงคานในวันนี้..
ในวันที่โดนกระแสแห่งการท่องเที่ยวพัดกระหน่ำซ้ำเติมอย่างไม่ลืมหูลืมตา
ถูกล่ะ... เชียงคานยังไม่เปลี่ยนไปมากเท่าใดนัก แต่ก็เริ่มที่จะมีอะไรแปลกปลอมเข้ามา
กลิ่นแห่งความเป็นเชียงคานเริ่มจะค่อยๆ จางลงไป
บ้านไม้เก่าแก่ริมแม่น้ำ เริ่มถูกรุกคืบด้วยทุนจากต่างแดนที่มุ่งหวังเข้ามากอบโกยเม็ดเงิน
เป็นเงิน... ที่ควรจะถูกกระจายไปสู่คนในท้องถิ่น แต่กลับกลายเป็นว่า.. เงินที่นักท่องเที่ยวต่างถิ่นนำมาจับจ่ายใช้สอยนั้น
หมุนกลับไปยังเมืองกรุง ไปสู่กระเป๋าของคนต่างถิ่น ที่มาทำธุรกิจการท่องเที่ยวที่เชียงคาน
ถึงแม้ว่า...หลายคนที่เดินทางมาสู่เชียงคาน มาเปิดร้านที่เชียงคาน...
ต่างเอ่ยอ้างว่า มาเพราะ รัก... เพราะต้องมนต์เสน่ห์แห่งเมืองเล็กๆ สงบงามแห่งนี้
มาในนามของความรัก... ที่พร้อมจะเสพย์และตักตวงผลประโยชน์
แต่.. แค่นั้นยังคงไม่พอ เชียงคานนอกจากจะโดนชำเราจากทุนต่างแดน
โดยที่คนเชียงคานเองก็พร้อมที่เปิดประตูบ้านให้พวกเขามาย่ำยี ....
และพร้อมที่จะร่วมมือกันชำเราบ้านเมืองของตัวเอง
โดยมองไม่เห็นว่า สิ่งเลวร้ายที่พวกตนกระทำอยู่นั้น มันทำลายตัวเองอย่างไร....
สนิมร้ายย่อมเกิดแต่เนื้อใน.... ฉันใดก็ฉันนั้น
ไม่มีอะไรจะเจ็บปวดมากไปกว่า คนเชียงคานด้วยกัน ทำร้าย ทำลาย ทุบหม้อข้าวหม้อแกงในบ้านของตัวเอง
ทั้งร้านเหล้าที่เปิดอย่างประเจิดประเจ้อ ท้าทาย ตั้งอยู่ประชันหน้ากับประตูวัด
โดยที่ฝ่ายบ้านเมืองก็ไร้จิตสำนึก ไม่ได้จัดการอะไรเลย
ปล่อยปละละเลย.... สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ทั้งนักท่องเที่ยวที่พักในย่านนั้น
ผู้มาเยือนที่หวังมาพบกับความสงบ กลับต้องนอนฟังเสียงจากร้านเหล้า.. หน้าวัด
เป็นจุดแรกเสื่อม... ของเชียงคานอย่างแท้จริง
....................................................................................................
เชียงคาน... อาจจะตั้งตัวไม่ทันที่จะรับมือกับกองทัพนักท่องเที่ยว และ นักลงทุน
แต่ก็ไม่สายเกินไปมิใช่หรือ..? ที่จะเริ่ม ที่จะตั้งหลักรับ จัดการกับอะไรต่อมิอะไร ให้มันเข้าที่เข้าทาง
ค่อยๆ เรียนรู้ไปด้วยกัน โดยดูตัวอย่างจากเมืองอื่นที่โดนกระทำย่ำยีมาก่อน... เพื่อไม่ให้เชียงคาน เป็นอย่างนั้น
ไม่อาจที่จะหยุด.. จะห้ามให้คนมาเยือนได้
เพราะฉะนั้นก็จงยินดีที่จะต้อนรับ ด้วยความเต็มใจ อัธยาศัยอันดียิ่งที่มีอยู่แล้ว
อันเป็นเสน่ห์ของเชียงคานที่ยากจะหาได้จากเมืองท่องเที่ยวอื่น
เพราะจะได้เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ ต่อท้องถิ่น ต่อคนเชียงคานเอง
แต่.. จะทำอย่างไร ให้ผู้ที่มาเยือน มาเยือนด้วยความรู้และเข้าใจ ในวิถีที่เป็นไปแบบเชียงคานๆ
ให้พวกเขารู้ ว่าไทเชียงคาน ดำเนินชีวิตอย่างไร แล้วมาใช้ชีวิตในบริบทของท้องถิ่น
ไม่ถามหาสิ่งคุ้นเคยเดิมๆ ที่พวกเขาคุ้นชินจากการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่
การท่องเที่ยว การไปเยือนต่างเมือง .. คือการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของชีวิตที่ซ้ำซากจำเจ
เพราะฉะนั้นก็ให้ได้รู้กันโดยทั่วไปว่า มาเชียงคาน ก็ต้องใช้ชีวิต กินอยู่ แบบเชียงคาน เชียงคาน
อย่ามาถามหาร้านสะดวกซื้อที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
อย่ามาถามหาโรงแรมหรูๆ ที่เสิร์ฟ ABF ( อเมริกันเบรกฟาสท์ ) เป็นอาหารเช้า
อย่ามาถามหาที่พักสไตล์บาหลี.....
เพราะที่นี่คือ... เชียงคาน สิบอกให้...
เชียงคานจะเติบโตไปในทิศทางใด จะผิดจะเพี้ยน หลงทิศหลงทางกันไปขนาดไหน
หรือจะดำรงคงความเป็นเชียงคานอยู่ได้
ให้ผู้คนได้รู้ว่า... ยังมีเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่งริมแม่น้ำโขง ที่ถูกกระแสแห่งการท่องเที่ยวพัดโหมเข้าใส่
สามารถยืนหยัด ยืนยัน อย่างภาคภูมิใจในความเป็นตัวของตัวเอง
เป็นเชียงคานที่สง่างาม ไม่ว่าใครหรืออะไรๆ ก็มาทำร้ายทำลายเชียงคานลงไปได้
เป็นเชียงคานที่น่าศึกษา ว่าคนท้องถิ่นเข้มแข็ง รู้เท่าทันกระแสโลก สามารถจัดการการท่องเที่ยวด้วยตัวเองได้เป็นอย่างดี
เป็นแบบอย่างให้กับเมืองอื่น... ที่จะต้องมาเรียนรู้ ว่าพวกเขา ดูแลบ้านเมืองตัวเองอย่างไร
แต่ท้ายที่สุดแล้ว... สิ่งที่จะทำร้าย ทำลายเมืองเชียงคานได้
ก็คือคนเชียงคานเอง ที่ตามรู้ไม่เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของโลก...
ไร้วิสัยทัศน์ในการจัดการบ้านเมืองแห่งตน และที่ร้ายที่สุด คือพ่ายแพ้ต่อกิเลสตัวเอง..
ยอมสยบให้กับอำนาจแห่งเงินตรา ให้มาบัญชาวิถีชีวิตของชาวเชียงคานได้
ใต้ร่มเงาของความรัก.... ที่หลายฝ่ายต่างเอ่ยอ้าง
จะได้พิสูจน์กันให้เห็น ว่าอันไหนรักจริง อันไหนรักแท้..แต่หวังปอกลอก
ใคร.. มีส่วนร่วมในการกระทำชำเราเชียงคาน คิดว่าหลายคนคงมองเห็น
แล้วจะปล่อยให้เขาทำกันตามสบายเลยหรือ เปิดประตูต้อนรับ ปูเสื่อให้เสร็จสรรพ....
แล้วก็ร่วมชำเราด้วยคน...
You need to be a member of Thai Chiangkhan to add comments!
Join Thai Chiangkhan