ดิฉันเดินทอดน่อง มอง 2 ข้างทางตั้งท่าเรือเก่าจขถึงบ้านชอย 9 เพิ่งไปท่าเรือดูงิ้วไหว้เจ้าหว่านกาละพลึก(ขออภัยค่ะถ้าเขียนผิด) ในเทศกาลตรุษจีนจะมีงิ้วมาแสดงที่ท่าเรือ เสียงน้าชายตะโกนตามหลังมาว่าได้กี่สลึงคุ้มค้าตื่นเช้าไหม แกไปวิ่งมาค่ะกับเพื่อนร่วมชอยนักมวย ศิษย์อดุลย์ รุ่นบุกเบิกโรงเรียนเชียงคาน มีน้าชายฟ้าครวญ ศิษย์อดุลย์ พี่สงาเจ้าเงาะ ศิษย์อดุลย์ พี่ต๋อยฟ้าเมฆินข์ ศิษย์อดุลย์ถึงหน้าบ้าน ร้านค้าขนของออกขายเหมือนเดิมค่ะวันพระ ตั้งแต่ถนนชายโขงจนถึงชอย 9 บนเป็นเส้นทางที่บ่งบอกความเจริญสุดๆยุดนั้นชื้อง่ายขายคล่อง มีร้านตัดผ้าลิโด้ ร้านพี่กร ร้านสยามเทเลอร์ ร้านขายลาบลุงปิ่น และร้านพ่อของพี่พุด ร้านขายยาหมอสุรพลมีชั้นบนคือโรงแรมพูลสวัสดิ ป้าลันขายกาแฟโอเลี้ยงพร้อมด้วยส้มหมู ลุงเพ็งศรีภูธร ร้านไทยทวีพี่บี้ ร้านโกเบ้าขายปลีกและส่งร้านปเาดวนไทยถาวร ลุงไทยหล่มขายปลาทะเลแห้ง นอกจากนั้นจะเป็นไทยบ้านกลางส่วนมากจะขายของใช้ประจำวันและเครื่องนุ่งห่ม ต้องขออภัยถึงร้านที่ไม่ได้กล่าวถึง แต่ความเจริญอยู่ได้ไม่เท่าไหร่ก็เริ่มส่งสัญญานเมื่อมีประกาศปิดชายแดนไทยลาว ร้านค้าเริ่มย้ายขึ้นมาอยู่แถวตลาดสด เงียบมากผู้คนแยกย้ายไปหาแห่งทำกินใหม่ วันนี้ทราบว่าถนนชายโขงจนถึงชอย 9 กลับมาบูมอีกครั้ง ก็ขอภาวนาให้รุ่งเรืองไปตลอดช่วยลูกหลานอย่าให้ประวัติชํ้ารอยเหมือนรุ่นดิฉัน ที่ต้องหนีไปหาที่ทำกินใหม่ไกลแสนไกล

Views: 16

Comment

You need to be a member of Thai Chiangkhan to add comments!

Join Thai Chiangkhan

ลูกร้าน...จานละซาว Comment by ลูกร้าน...จานละซาว on April 16, 2011 at 1:55am
ไม่ทันพวกลุงๆหลอก...ขำๆก็ยังจำได้ที่ พ่อสมพร พาไปดูหนังที่โรงหนังในตลาด (ฟรีด้วย)
พ่อมีเส้นกับคนเก็บตั๋ว 555 หลายอย่างลำบากแบบสนุกๆตามที่รุ่นพี่ๆจะพาไป
แต่ลืมไม่ลงตรงงมหาหินที่ วัดท่าคก นานไปหน่อย มีสองรอบ ยายเลิศเลยเชิญคุณแม่มารับไปกรุงเทพฯ
แบบด่วนโคตร ยายกลัวว่าจะไปเป็นลูกหลานพยานาคซะก่อน....แล้วที่เม้นข้างล่างเนี้ย
เริ่มกินของขมกันแล้วละซิ...แต่ยังดีที่ถูกสอนมาให้เคารพผู้ใหญ่ (กำนันไม่เกี่ยว)
แดง ...  เชียงคาน..เลย Comment by แดง ... เชียงคาน..เลย on August 6, 2010 at 4:08am
ท่าเรือ เก่า จะมีงิ้วมาเล่น อ้อเจ้ยี ตำ มะกออร่อย ร้านโกควร เวลาแกไอนะเสียงเสมหะ แบบคนจีน สมัยเก่า
แต่ ร้านนี้ ทำอาหาร ใช้ได้ ครับ ไม่รู้ ยังอยู่ปร่าว บรรยากาศ ร้านริมโขง สมัยนั้นครับ
เอ้ครับ Comment by เอ้ครับ on January 27, 2010 at 12:36am
คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆ
คุ้มวัดใหญ่ Comment by คุ้มวัดใหญ่ on January 2, 2010 at 3:43pm
เบิ่งนํ้าโขง ไหลคดไหลโค้งโขงเอ๋ยเอื่อยมา เมื่อเวลาสายัณห์ แดดอ่อนเรืองไรฟ้าอำไพแพรวพรรณ
เบิ่งสาวงามนั้นคํ่าลง มาลงโขงลอย ได้เห็นนื้อเพลงนี้แล้วขออนุญาตต่อให้จบครับ
"มาชมหมู่สาว สาวเอยลอยล่อง สาวงามเนื้อทองมาล่องลอยตะวันลับตา อ้ายยังได้มาเฝ้าคอยตัวเจ้ามาลอย มัวหลงเล่นน้ำทำไมขึ้นมาเถิดหนาแม่มา อย่าให้คอยท่าเสียเวลาฟังลำ ค้มเหนือเขามีหมอลำอย่ามัวเล่นน้ำมาไว เฮาอยู่คุ้มใต้มาไปคุ้มเหนือฟังลำ แต่งตัวกันแล้วแก้วตารีบลงเฮือนมาแต่หัวค่ำ แต่งตัวงามล้ำไปฟังลำเถิดนะแม่สาวเอย" ท่านใดมีข้อมูลเกี่ยวกับเพลงนี้เพิ่มเติมขอด้วยนะครับ จำได้ถ้าว่ามีงานรื่นเริงของเชียงคานเพลงนี้ฮิตที่สุด
sunisa Comment by sunisa on December 17, 2009 at 11:45pm
อาหารหลักหลังเลิกเรียนของเด็กซอยนิลประพันธ์ก็คือส้มตำเจ๊ยี(โรงเรียนจีน)ข้างบ้านโกพวน ทุกคนจะใช้ใบตองห่อส้มตำแล้ววิ่งลงไปกินตรงบันไดลงน้ำโขงข้างร้านโกพวน เก็บใบกระถินข้าง ๆ บันไดเป็นเครื่องเคียง จากนั้นก็จะลงไปเล่นน้ำโขง บางคนที่ชอบทำอาหาร(ขนมจีน)ก็จะเอาดินบริเวณท่าน้ำมาปั้นผสมกับน้ำให้เหลวทำเหมือนนวดแป้งขนมจีน ละแลงให้ได้ที่พร้อมที่จะนำไปบีบเป็นเส้นขนมจีน เด็กผู้ชายบางคนก็นำดินไปปั้นเป็นก้อนกลม(เรียกว่าปั้นเบ้า) แล้วน้ำมาโยน ปาเล่น เมื่อเนื้อตัวเปื้อนก็กระโดดลงเล่นน้ำ น้ำโขงช่วงเดือนเมษายนจะใส เย็น ยิ่งตอนกลางคืนถ้าร้อนมาก ๆ เราก็จะลงไปอาบน้ำ(ไปอาบกับคุณพ่อ)ไม่น่ากลัวแต่ถ้าเป็นช่วงน้ำหลาก น้ำจะเอ่อขึ้นมาเกือบจะถึงบ้านคนที่อยู่ริมโขง ริมตลิ่งจะมีต้นไม้ใหญ่อยู่หลังบ้านเกือบจะทุกหลังเราก็จะพากันปีนขึ้นไปบนต้นไม้แล้วนัดกันนับ หนึ่ง สอง สาม แล้วกระโดดลงน้ำโขงพร้อม ๆ กัน สนุกมากจากนั้นจนถึงวันนี้ไม่มีใครกล้าลงไปอาบน้ำโขงอีกเลย
ซอยนี้เป็นซอยแห่งความทรงจำจริง ๆ เพาะชาวบ้านฝั่งเมืองสานะคามจะมาขึ้นฝั่งไทยที่ซอยนี้ สินค้าทุกอย่างจะถูกลำเลียงขึ้นลงที่ตรงนี้ ลุงวิหรืออีกหลายคนจะใช้ข้างบ้านของคุณยายป้องเป็นจุดที่นั่งคอยลูกค้าที่จะข้้ามฝั่ง สินค้าถ้าไม่ซื้อขายก็เป็นการแลกเปลี่ยนกัน ภาชนะที่ใส่ก็เป็นคุถัง กระบุง ตะกร้า ทั้งหาบ หิ้วกัน ถ้าจะไปซื้ออาหารที่ตลาดทุกคนจะหิ้วตะกร้าไปใส่อาหาร ไม่ใช้ถุงพลาสติก มีอยู่ครั้งหนึ่งที่น้ำท่วมซอยนิลประพันธ์เราต้องนั่งเรือข้ามไปตลาด คนบ้านกลางในซอยต้องขึ้นไปอาศัยบ้านชั้นที่สอง เสียดายไม่ได้เก็บภาพไว้ ยังคิดอยู่เสมอว่าอยากให้เจ้าของบ้านในซอยนี้กลับมาอยู่เหมือนเดิมอาจเป็นลูกหลานคนบ้านกลาง เพราะคนที่อยู่ในซอยนี้ ละแวกนี้ นับจากวัดศรีคุณเมืองถึงซอยวัดป่ากลาง(ซอย๑๒)ในสมัยก่อนเป็นคนที่มีความสำคัญจริง ๆ เป็นฐานความเจริญของเมืองเชียงคาน(คนเชียงคาน+ไทบ้านกลาง+ชาวจีนที่เข้ามาอยู่ที่เมืองเชียงคาน) สำคัญอย่างไร จะเล่าต่อในวันต่อไปค่ะ
ดวง... Comment by ดวง... on December 17, 2009 at 10:35pm
อ่านที่อาจารย์เล่าซะเพลินเลยครับ
อยากให้พี่ๆ หลายคนที่เคยอยู่ซอย 9 นิลประพันธ์ มาเช่วยกันเล่าเรื่องเก่าๆ ให้ฟังหน่อยครับ
ผมไม่ทันยุคโรงหนังน้าเบียบ จำได้แต่บ้านคุณลุงอยู่ซอย 9
ก็วิ่งเล่นไปมาหัวซอยท้ายซอย ทะลุข้างบ้านโกพวนโดดลงน้ำโขงเลยครับ 55++

พี่ขาว พี่ปุ๊ก พี่ต้อ พี่ตาแบ และใครต่อใครที่เล่นอยู่ในเว็บนี้ แล้วทันยุคนั้น มาเล่าต่อกันเร้ววว...
sunisa Comment by sunisa on December 15, 2009 at 6:47pm
ซอย๙ก่อนนี้เดิมชื่อซอยนิลประพันธ์บ้านหัวมุมถนนชายโขงเป็นบ้านคุณตาขาว, คุณตาหุมแพงและคุณยายป้องเป็นร้านขายสินค้าเบ็ดเตล็ด(เจ้าของโรงแรมพูลสวัสดิ์คุณพ่อ-คุณแม่ของครูสุนิสา ยายืน)ด้านหลังต่อจากบ้านคุณตาขาวจะเป็นโรงหนัง
พรเทพและป้าระเบียบคุณแม่ของน้องอุไรพร จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ ผู้เขียนเองต้องมานั่งขายอาหารขบเคี้ยว ขนม ก่อนที่คนเชียงคานจะเข้าชมภาพยนตร์ นักเรียนโรงเรียนเชียงคานสมัยก่อนตกเย็นจะไม่มีใครกล้าออกไปเที่ยวกลางคืนเลย(หลังหกโมงเย็น)เพราะโรงเรียนมีระเบียบกติกาข้อตกลงกันและที่ทุกคนกลัวมากคือคุณพ่อโฮม จันทะฟอง อาจารย์ใหญ่โรงเรียนเชียงคานที่เช่าบ้านคุณยายป้อง แดงมา จะคอยสอดส่องดูและความประพฤติของลูกศิษย์ทุกคนรวมทั้งผู้เขียนอยู่ใกล้แค่ยังไม่เคยผิดกติกาเลย ที่สำคัญต้องเป็นแบบอย่างเสียด้วยซ้ำไปเพราะเป็นลูกสาวอาจารย์ใหญ่ หน้าโรงภาพยนตร์ยายลำดวนจะขายกล้วยทอด มีผัดไทยขายด้วยนะคะ ริมถนนจะขายอ้อยควั่น ข้าวปิ้ง(ข้าวเขียบ)บางวันมีดนตรีของคณะจุรารัตน์มาแสดงช่วงเย็นก็จะมีรถโฆษณาไปรอบเมืองเป็นรถยนต์แต่ที่นั่งข้างหลังเป็นไม้ เราเองตอนเด็กชอบนั่งไปด้วยเพราะถือโอกาสได้นั่งชมวิวรอบ ๆ เมืองเชียงคาน สำหรับโรงแรมพูลสวัสดิ์จะเป็ที่พักของนักแสดง นักพากย์หนังที่หิ้วฟิล์มมาฉายทีละหลายม้วนเขาจะพากย์สด ๆ เพราะนอนอยู่ที่บ้านก็ได้ยินชัดเจน
เล่ามาถึงตรงนี้น้องอุไรพรที่ฝรั่งเศสคงนึกถึงภาพเก่า ๆ ตอนเราเป็นเด็กได้ เล่าต่อจากพี่แล้วกัน เปลี่ยนกันเล่าคนละวันแล้วกันนะคะ
Pok Comment by Pok on December 2, 2009 at 1:50pm
อืม ใช่ครับ เมื่อก่อนตรงใกล้สี่แยกจะมีร้านไฟฟ้าเพื่อนผมด้วย ชื่อ ณะ และตรงสี่แยกนั้นจะมีร้านขายของเล่นทางลงชายโขง ขวามือนะครับ ผมชอบเดินมาซื้อของเล่นที่นั่นตอนเที่ยงสมัยเรียนวิจิตร
ที่ศูนย์อพยพ ไร่ของผมก็ตั้งอยู่ข้างๆนะครับ สมัยนั้นจ้างแม้วมาทำงานวันละ 20บาท อยากได้พื้นที่เท่าไหร่ก็จ้างเขาฟันเอา ปัจจุบันที่นั่นเลยเป็นที่อาศัยถาวรเลยครับ
Piglet Pooh Comment by Piglet Pooh on December 2, 2009 at 1:36pm
ยังมีร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกร้านหนึ่งค่ะ ที่ไม่ได้กล่าวถึง (ขอเพิ่มเติม) ร้านของลุงขาว (ตอนนี้ย้ายไปอยู่ซอย 9 บน และเลิกกิจการไปแล้วค่ะ) เมื่อก่อนที่ยังไม่ปิดชายแดนท่านเล่าให้ฟังว่าได้ขายของดีมาก ๆ เลยค่ะ กาลเวลาทำให้อะไร ๆ เปลี่ยนไป เร็วมาก ---และยังมีศูนย์อพยพที่ปากชมด้วยนะคะ ที่คนเชียงคานไปค้าขายที่นั่นจนมีเงินมีทอง แต่พอศูนย์ฯ ปิด ก็เอาแทบแย่เหมือนกันนะคะ---
thanawat kaewpilarom Comment by thanawat kaewpilarom on November 21, 2009 at 3:40pm
อยากเห็นภาพความคึกคักสมัยนั้นจังเลยครับ เด็กรุ่นหลังๆจะได้ย้อนอดีต

รวมมิตรของเชียงคาน

จองที่พักเชียงคาน และทั่วไทย

© 2012   Created by pitakchai.

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service