ตอนนี้เชียงคานบ้านเรากำลังไปได้สวยเลย...แต่ว่าจะพังเพราะน้ำมือคนเชียงคานเอง...ไม่ใช่ทุกคนนะครับ..เป็นแค่บุคคลบางกลุ่มที่คิดแวกแนว..ไป..แต่ก็คงจะว่าไม่ได้เพราะเป็นสิทธิของเขาที่จะทำ..งเพราะไม่มีเทศบัญญัติควบคุม...ในการทำกิจการใดๆๆ...มีแต่จิตสำนึกเท่านั้น...แต่ก็คงไม่หรอ..เพราะความเห็นแก่ตัวคนเรามันมีกันทุกคน...ไม่ว่าตัวผมเอง..ก็เช่นกัน..แต่เราจะทำยังไงกันละครับที่จะทำให้เชียงคานอยู่แบบนี้ไปได้นานๆๆไม่ใช่แค่คิดแต่จะได้อยากจะมีจนลืมรักษาวัฒนธรรมเก่าแก่เราไว้ลองคิดดูนะครับถ้าไม่ช่วยกันผมว่าเชียงคานอีก2-3ปีก็ไม่เหลืออะไรใว้ให้นักท่องเที่ยวได้ดูหรอครับ...ท่านเคยสังเกตไมว่านักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในเชียงคานเขานำความแปลกใหม่เข้ามาแต่เขาไม่เคยคิดที่จะทำลายเชียงคาน.เขานำแต่สิ่งที่ควรค่าที่จะจดจำมาให้..มีแต่คนเชียงคานบางกลุ่มที่คิดไม่เหมือนคนอื่นเขา..คิดแต่อยากได้อยากเดียว..ปากก็พูดว่าสิ่งนี้สิ่งนั้นห้ามทำนะ...เดี๋ยวนักท่องเที่ยวไม่ชอบ...แต่กลับมาทำซะเอง..หน้าขำ55555 ท่านเคยสังเกตกันบ้างหรือป่าวละครับ..มีแต่คนเชียงคานเท่านั้นที่ไป...นักท่องเที่ยวบอกว่าไม่ไปไม่นั่งไม่กินเดี๋ยวก็ปิดไปเอง...นี้คือคำพูดที่นักท่องเที่ยวเขาบอกผมมา...เชื่อไม่ละครับท่านคนที่ช่วยกันโปรโมรเชียงคานให้ดังกระฉ่อนระบือไกลขนาดนี้..เขาเหนื่อยกันแค่ไหน...ลองคิดดูสิมี...สมองมีหัวคิดกันบ้างไหม....ผมว่าควรที่จะมีการจัดโซนนิ่งได้แล้วละครับท่าน....อย่าให้เชียงคานต้องพังด้วยน้ำมือคนเชียงคานเองเลยครับ(หากใครอ่านข้อความนี้แล้วไม่พอใจหรือไม่ถูกใจก็กราบขออภัยแทบเท้าท่านะครับ..แต่เป็นความรู้สึกที่ออกจากใจครับ) ไม่มีสิ่งไหนดีที่สุดและไม่มีสิใดแย่ที่สุด..มีแต่ใจที่เป็นคนเชียงคานเต็ม100%เท่านั้นครับ
ขอฝากอีกงานครับคืองาน100 ปี เชียงคาน ครับ..มันเป็นงานของคนเชียงคานทุกคนไม่ใช่แต่คนเชียงคานโดยกำเนิดแต่เป็นทุกครที่คิดว่าตัวเองเป็นคนเชียงคานช่วยกันเถอะครับคนละไม้คนละมือผมว่าคงสำเร็จได้ไม่เกินความสามารถของคนเชียงคานหรอ..(แต่สำหรับคนที่ไม่คิดจะช่วย..ผมขอก็แล้วกันนะครับโปรดอย่าทำลาย...ทั้งด้านกาย...วาจา..ใจ..เลย...แต่ที่สำคัญที่สุดคือปากคน..งสักแต่พูดไม่ยอมที่จะช่วยทำ..คนประเภทนี้..มีคนเขาบอกไว้ว่า............พวกจัญไร...)ผมขอโทษนะครับที่ต้องใช้คำพูดที่รุนแรงแบบนี้..ถ้าไม่แรง...สมองคนเราไม่จำครับ...
อย่าให้เชียงคานต้องพังด้วยน้ำมือคนเชียงคานเองเลยครับ...........
Comment
ผลการเก็บข้อมูลจากปากนักท่องเที่ยวที่ผมได้สัมผัสพูดคุยอย่างเป็นกันเองตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ประมาณ 80%บอกว่า ไม่มีเชียงคานอีกแล้ว แต่นั่นไม่ต้องกังวลนะครับว่าจะไม่มีใครมาอีก เพราะ คนไทยยังมีอีกหลายล้านคน เหตุผลก็อย่างที่รู้ๆกันหล่ะครับ
น่าเสียดายนะครับที่กลุ่มผู้ประกอบกิจการรุ่นแรกๆ หลายคนกำลังจะเดินออกจากที่นี่ ทั้งหมดสัญญาเช่า บางราย ไม่รอหมดสัญญาก็ตัดสินใจม้วนเสื่อออกเดินทาง ไปไหนครับ ไปที่ๆสงบกว่านี้ จำนวนมากนะครับที่มาอยู่ที่นี่รุ่นแรกๆเพราะความสงบ แต่พอเชียงคานเป็นเมืองแห่งธุรกิจ ผู้คนพลุกพล่าน เค้าก็ตัดสินใจออกไป หลายคนอาจจะดีใจที่พวกเค้าออกไปซะที เพราะคนเชียงคานยังแบ่ง ว่าคนที่นี่ กับ คนที่อื่นอยู่ แปลกครับ เพราะที่ผมเคยได้พบปะจับเข่าคุยกับพวกเค้า เค้ากลับมองว่า คนทำดี กับคนทำไม่ดีเท่านั้น มุมมองต่างกันมากครับ ผู้ประกอบการกลุ่มนี้กำลังจะเดินออกไปพร้อมกับนักท่องเที่ยวในกำมือจำนวนมาก กลุ่มที่มาเชียงคานยุคแรกๆตอนที่ยังเงียบสงบ และคาดว่า พวกเค้าจะตามกันไปแน่นอน และอย่างที่ว่าหล่ะครับ นักท่องเที่ยวกลุ่มนั้น ไม่ได้กลับมาเชียงคานนานมากแล้ว และยังคงไปที่อื่น รอเวลาที่ผู้ประกอบการเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหนเท่านั้น ถ้าเชียงคานยังไม่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวแบบยั่งยืนเหล่านี้ได้ น่าคิดนะครับว่าจะเป็นอย่างไร ได้ข่าวมาเร็วๆนี้ว่า พวกเค้าจะเดินทางไปเมืองหนึ่งที่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก บรรยากาศใกล้กัน วัฒนธรรมใกล้เคียง ความเก่าแก่ของบ้านไม่ต่างกัน มีเรื่องราวในอดีตที่น่าสนใจพอสมควร แต่สงบกว่า เดินทางสะดวกกว่า มีทางเลือกในการเดินทางเยอะกว่า ที่ท่องเที่ยวเยอะกว่า สาธารนูปโภคพร้อมกว่า จากปากผู้ประกอบการคนหนึ่งบอกว่า นักท่องเที่ยวบ่นว่า มาดูบ้านเก่า หรือว่ามาทัวรู์ดูโฮมสเตย์วะ....อืม น่าคิดนะครับ แต่คิดต่อกันเองแล้วกัน
วันนี้เชียงคานยังอยู่ได้ด้วยกรุ๊ปทัวร์ ของที่ขายยังคงไม่ใช่สินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของเมือง ( สั่งจากที่อื่นมาขาย ) ต่อไป นักท่องเที่ยวเค้าจะมาดูอะไรกันดีครับ
พูดไปงั้นจากข้อมูลจริงทั้งหมด ที่เหลือผู้เกี่ยวข้องไปคิดกันต่อนะครับว่าจะทำไงต่อไป เพราะกระแสเมืองนี้มันลดลง ชัดเจนแล้วหล่ะครับ
© 2012 Created by pitakchai.

You need to be a member of Thai Chiangkhan to add comments!
Join Thai Chiangkhan