.......................................................................................................
เช้านี้ที่เชียงใหม่ อากาศกำลังดี เสียงไก่ขันดังมาจากหลายทิศ และแว่วเสียงระฆังดังมาจากวัดที่อยู่ไม่ไกลนัก
หกโมงครึ่งแล้ว ฟ้ายังไม่สว่าง
.............................
ที่เชียงคานเวลาเดียวกันนี้ ถนนเส้นหลุ่มคงคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว และ ชาวบ้านที่เตรียมตัวมาใส่บาตรยามเช้า
นึกถึงสมัยเด็กๆ ที่แม่พาใส่บาตร แล้วทำกับข้าวตามไปวัดเมื่อตอนสาย
อยู่เชียงใหม่ก็ได้มีโอกาสใส่บาตรบ้าง แต่ไม่บ่อยเท่าไหร่นัก เพราะจังหวะชีวิตไม่อำนวย
ที่นี่ เชียงใหม่ การใส่บาตรแตกต่างไปจากเชียงคาน
ก็คงเหมือนกับการใส่บาตรในเมืองใหญ่ทั่วไป ที่ผู้คนคุ้นชินกัน
ทั้ง เงิน ดอกไม้ ธูปเทียน ขวดน้ำ อาหารในถุงพลาสติก กล่องโฟม ประดังประเดใส่กันเข้าไป
พระเณรเดินถือถุงหูหิ้ว... เหมือนไปจ่ายตลาดมา
ตัดภาพกลับไปที่เชียงคาน...
คนเชียงคานนึ่งข้าวเหนียวร้อนๆ ใส่บาตรทุกเช้า
อาจจะมีขนมนมเนยบ้าง เช่น สังขยาที่ห่อด้วยใบตอง ข้าวหลามยาวที่ตัดเป็นท่อนสั้นๆ
หรือ ขนมไทยหลากชนิด ที่ล้วนแล้วแต่ห่อด้วยใบตองทั้งนั้น
ที่สำคัญ... ที่เชียงคาน ไม่เอาเงินใส่บาตรพระ เพราะพระไม่ใช่ขอทาน...

พระคือผู้ทรงศีล พระถือศีล 10 และใช้ชีวิตในกรอบพระธรรมวินัยอีก 227 ข้อ
ศีลข้อที่ 10 ของพระก็คือ ชาตรูปรชตปฎิคคหณา เวรมณี เว้นจากการรับเงินและทอง
เพราะฉะนั้น... การใส่บาตรด้วยเศษเงินแบ้งค์ยี่สิบ หรือ จะเป็นแบ้งค์ เป็นเหรียญชนิดใดก็ตาม
ย่อมเป็นการทำลายศีลของพระ...
......................
หลายครั้ง.. เมื่อกลับเชียงคาน แล้วได้มีโอกาสตื่นเช้าใส่บาตรพระ
รู้สึกปลื้มปิติ และ ชื่นชมกับนักเดินทางที่ต่างก็ตื่นเช้ามาใส่บาตรเช่นกัน
แต่... ก็รู้สึกแปลกๆ ที่เห็นผู้คนเหล่านั้น นำเอาความเคยชินจากเมืองใหญ่ มาปฏิบัติที่เชียงคาน
เริ่มจะมีการใส่บาตรด้วยเงิน น้ำดื่ม ( อันนี้ตลกแกม sad มากๆ คนใส่กลัวตายไปอดน้ำ คิดไปกันได้ สร้างความลำบากให้พระแท้ๆ )
เริ่มจะมีกับข้าวในถุงพลาสติก... มาใส่บาตร
อยากให้พวกเราไทเชียงคาน แนะนำนักท่องเที่ยว ให้พวกเขาทำตามประเพณีที่พวกเราปฏิบัติสืบต่อกันมา
คือใส่บาตรเฉพาะข้าวเหนียว และ ขนม ข้าวต้มมัด ฯลฯ เท่านั้น
อย่านำวัฒนธรรมแปลกๆ ปลอมๆ เข้ามาปฏิบัติที่เชียงคานเลย
และ..นักท่องเที่ยว หรือใครก็ตามที่กำลังจะไปเชียงคาน แล้วบังเอิญผ่านมาได้อ่านบทความนี้
ขอความกรุณาเถอะ.. อย่ามาทำลายวิถีของพวกเราเลย
อย่ามา spoil พระสงฆ์องค์เจ้าแถวนี้ ให้โลภโมโทสัน และ ตะกละตะราม... เพราะพวกคุณๆ เลย
........................................................
ตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วไป ด้วยชีวิตที่รีบเร่ง ทำให้การทำบุญใส่บาตร กลายเป็นเรื่องเร่งรีบ ไร้ซึ่งสุนทรียะ..
หลายคน.. นึกอยากทำบุญ แต่ก็ไม่อยากเปลืองตังค์ในกระเป๋า
ก็อุดหนุนพ่อค้าแม่ค้าบุญ ที่จัดชุดใส่บาตรสำเร็จรูปไว้บริการ
ทั้งดอกไม้ธูปเทียน น้ำดื่ม ข้าวสวยเกรดต่ำหุงแข็งๆ แกงชืดๆ ที่แค่มองดูก็รู้ว่าไม่อร่อยและมักง่ายในการทำ
ราคาเหมาโหล.. เอาถูกเข้าไว้ ได้ปริมาณเยอะๆ ได้ใส่บาตรให้พระได้หลายรูป ( ได้บาปมากขึ้นน่ะสิ 55++ )
บางคนอาจเคยผ่านหูผ่านตากับข่าวที่มีพระกับพ่อค้าบุญ ( คนขายชุดอาหารใส่บาตร )
ทำธุรกิจร่วมกัน... พระเวียนบิณฑบาตร ได้ของมาแล้ว ก็นำมาถ่ายกลับให้พ่อค้าขายต่ออีกหลายๆ รอบ
บางคนอาจได้ยินข่าว พระเณรท้องเสีย เพราะฉันอาหารบูด ที่มีคนนำมาใส่บาตร
( ที่เชียงคาน.. ตามประสบการณ์ที่เคยพบมา เวลาชาวบ้านทำอาหารไปถวายพระที่วัด จะคัดเลือกแต่ของที่ดีที่สุดไปถวาย )
และ.. ล่าสุด ที่ร้ายแรงมากๆ คือ ข่าวพระแก่ๆ ตีกัน เพราะบิณฑบาตรทับเขตกัน เศร้าใจริงๆ
เคยคุยกับแม่ค้าขายแกงถุงเพื่อใส่บาตร ( หลอกถาม.. )
ป้าแกบอกว่าต้องทำทีละมากๆ และใช้ผักใช้เนื้อ ใช้เครื่องปรุงคุณภาพต่ำๆ เพราะนำไปขายในราคาถูกๆ
ใช้ของดีนัก ก็ได้กำไรน้อย...
......................................................
ศาสนาพุทธ..ให้พระบิณฑบาตรเพื่อยังชีพ เพื่อแสดงธรรมะ เพื่อเชื่อมกับชาวบ้านและชุมชน ฯลฯ
แต่ปัจจุบัน การใส่บาตร...
กำลังเป็นการบั่นทอนความศักดิ์สิทฺธิ์ ของการบิณฑบาตรตามกุศโลบายของพระพุทธองค์
.....................................
การใส่บาตรพระในตอนเช้า ประเพณีที่งดงามของชาวบ้านเชียงคาน
จะเป็นเช่นไรในอนาคต.. จะผิดเพี้ยนเปลี่ยนวิถี กลายเป็นดังเช่นเมืองใหญ่ๆ ทั่วไปหรือไม่
ใคร.. จะรู้บ้างหนอ ?
..........................................................................
Comment
เรียนทุกท่านโปรดทราบ
โดยเฉพาะคุณแดง เชียงคาน เลย เท่าที่สำรวจมา การขายแพ็คเกจตักบาตรข้าวเหนียวนี้ ส่วนใหญ่ และรายใหญ่ๆ เป็นคนเชียงคานครับ และเจ้าของบ้าน ก็ดิวกับคนจัดชุดตักบาตรให้จัดในแต่ละวัน คนที่มาจากที่อื่น ไม่มีใครเค้าตื่นมาหุงข้าวเหนียวหรอกครับ คิดดีๆ อย่าเพิ่งไปโทษเค้า ปากไม่ดีนะคุณหน่ะ คนเชียงคานเห็นแก่ได้เท่านั้นครับ พูดไปก็เท่านั้น บ่นไปก็ไร้ประโยช์ ให้ท่านออกอากาศทุกเช้า เค้าก็ไม่ฟัง เพราะ นั่นมันคือวิธีหาเงินของเค้าครับ พอเงินเข้ามา ทำให้รู้สันดาน (แรงไปป่าวไม่รู้) ว่าเป็นคนเยี่ยงไร เดี๋ยวนี้ลามปามขนาดทำสัมปทานกันเองบนท้องถนน เอาเสื่อมาปูกลางถนนแล้วครับ รถไม่ต้องผ่านกันหรอกครับ เค้ายึดเอาเป็นของตัวเองหมดแล้ว ซอย 16 ปากซอย ลองมาเช้า เสาร์อาทิตย์สิครับ เป็นต้น มาดูให้เห็นกับตา ผมขับรถมาต้องถอยกลับไปออกซอย 17 เพื่ออะไรเหรอครับ นี่มันยึดถนน ที่ผมก็เป็นคนเสียภาษีเหมือนกันนะครับ เทศกิจไปไหน เจ้าหน้าที่ตำรวจ เอาหูเอาตาไปไหนครับ หรือทำเป็นไม่เห็น เพราะเป็นญาติโก โหติกากัน เลยปล่อยๆมันไป หรือว่าจะบอกว่า ถนนนี้ห้ามรถเข้า นั่นก็บอกแค่นักท่องเที่ยวหรือเปล่า กั้นเฉพาะนักท่องเที่ยว แต่คนพื้นที่ไม่ได้ให้ความเคารพในสิทธิของผู้อื่น และไม่สนใจความเดือดร้อนของคนใช้รถใช้ถนน ไปดูเอาเองนะครับ เรื่องนี้เรื่องใหญ่ครับสำหรับผม และอีกหลายๆคนที่โดนพ่อค้าบางกลุ่มเอาเปรียบ
บอกได้ต่อน่าไฟเลยครับว่า คนเชียงคาน ไม่ได้น่ารัก และมีน้ำใจอย่างที่คุณป่าวประกาศให้โลกรู้ จริงไม่จริง รู้อยู่แก่ใจ และ ขอเตือนไว้เลยว่า feedback ในด้านลบ กลับมาหาเมืองนี้เยอะแล้ว อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ " แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่ใหม่ กำลังจะเกิดขึ้น" โดยกลุ่มผู้ประกอบกิจการรุ่นแรกๆที่มาอยู่ในเมืองเชียงคาน และตอนนี้แต่ละคนกำลังจะออกไปเพราะเหตุผลประการใดก็ตาม " พวกเค้าทำให้เชียงคานเติบโตได้ เชียงคานหอมสดชื่นสดใส แต่คนที่นี่กลับมาช่วงชิงเอาสิทธิของตนในบ้านที่ให้เค้าเช่าแบบน่าเกลียด อย่าลืมนะครับ คนกลุ่มนี้ มีกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบยั่งยืนอยู่ในกำมือจำนวนมาก และที่เค้ากำลังจะเคลื่อนย้ายไปเพื่อสร้างเมืองใหม่ ที่อยู่ไม่ไกลจากเชียงคานเลย ทุกอย่างเหมือนกัน บ้านเก่าริมโขง วัฒนธรรมเก่าแก่ ตำนานเรื่องเล่าพญานาคที่ชัดเจนกว่าเชียงคาน อีกหน่อย เชียงคานก็จะมีแต่คนเชียงคานอยู่กันเอง คนเชียงคานที่สร้างบ้านใหม่ๆ บูทีค ทันสมัย การท่องเที่ยวบ้านเก่าหายไป เพราะมีแต่บ้านใหม่ๆ เรื่องที่จะชูว่าจะให้เที่ยวเชิงวัฒนธรรมก็ไมไ่ด้ เพราะคุณจัดการแค่การตักบาตรยังไม่ได้เลย จะไปดูแลเรื่องอะไรได้ ต่อไปจะขายอะไรดีหล่ะครับ ตลาดนัดไง ตลาดนัดเชียงคานก็น่าสนใจนะครับ หรือ การท่องเที่ยวเชิงโฮมสเตย์ดีหล่ะ เพราะ ทุกบ้านแม่มแทบจะเป็นโฮมสเตยืไปหมดแล้ว ก็กลายเป็นเหมือนอัมพวาไป พอคนมาเรื่อยๆเป็นไงหล่ะ กลับไปเล่าต่อกันว่า เหมือนอัมพวาแหล่ะ ไปอัมพวาก็ได้ หรือสามชุก ไม่ต่างกัน เดินทางใกล้กว่าด้วย ตลาดนัดเหมือนกัน ล่าสุด นักท่องเที่ยวที่ได้คุย เกิน 50 เปอร์เซนต์ ที่มาจับเข่าพูดกันตรงๆว่า อยากจะกลับตั้งแต่วันแรกที่มาถึง พวกเค้าไม่ได้ลงรายละเอียดว่าทำไม แต่บางคนก็กระซิบบอกไว้ถึงเหตุผล ซึ่งพูดไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเป็นการนำเอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ ผมว่าเตรียมตัวเถอะครับ ทุกอย่างมันมีขึ้นและมีลง ที่ผ่านมา เชียงคานขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดที่สามารถแล้ว ตอนนี้จงยอมรับเถอะครับว่า เข้าสู่ช่วงขาลง ยิ่งทุกคนกระเสือกกระสนเข้าหาเงิน เชียงคานก็จะยิ่งลดความน่าสนใจลงไปทุกวัน การบอกต่อในแง่ลบก็จะกระจายออกไปเร็วขึ้นเท่านั้น เชียงคานเติบโตได้เพราะ Social ืำnetwork มันรวดเร็วมากนะครับ ขึ้นก็เร็ว และลงก็เร็วเช่นกัน แต่เชียงคานไม่ตายหรอกครับ จะมีนักท่องเที่ยวมาแน่นอน แต่เป็นพวกไหนหล่ะ มาทัวร์ไงครับ ปล่อยลง เดิน ขึ้นรถ กลับไม่ค่อยซื้ออะไร เพราะทัวร์จัดให้ครบแล้ว...สองก็ทัศนศึกษา นักเรียน เด็กน้อย มาเดิน เจี๊ยวจ๊าวแปร๊บนึง ขึ้นรถ กลับ ไม่ซื้ออะไรเพราะ พ่อกะแม่ ให้เงินมาแค่พอดีนิดหน่อย
สาม ก็คนละแวกรอบๆนี้แหล่ะครับ มาทัวร์ตลาดนัด แล้วก็กลับ ไม่ซื้ออะไรเพราะ มีขายเหมือนที่บ้าน ไม่ต่างกัน......ลองถามหานักท่องเที่ยวแบบยั่งยืน พวกที่มาจริง อยู่จริง ใช้จ่ายจริงๆ กลุ่มจากเมืองใหย่อย่าง กทม ครับ พวกนี้มาหาความสงบ แต่พอมาแล้ว เจอตลาดนัดเข้าไป พวกนี้ เผ่นแล้วครับ หาตัวยากมากในยุคนี้
อีกหน่อยคนที่นี่อยู่กันเอง แข่งขันกันเอง และทำลสยเมืองกันเอง ถึงตอนนั้น ผมเองที่อยู่ที่นี่มานาน ก็ขอเผ่นเช่นกันครับ
Comment by Preecha Wong on December 19, 2011 at 11:48am ที่ไหนก็ตามที่คนจากกรุงเทพแห่กันไป (โดยเฉพาะวัยรุ่น) เตรียมใจได้เลยว่าหายนะทางวัฒนธรรมกำลังเยือนที่นั่น ปาย เชียงคาน หัวหิน ฯลฯ
จะว่าไปคนในท้องถิ่นเอง พ่อค้าแม่ค้า สามารถชะลอความหายนะนั้นได้ หากมีจิตสำนึกรักบ้านเกิด รักวัฒนธรรม มากกว่ารักเงินรายได้ที่ได้จากการขายของเพื่อเอาใจคนท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจากต่างถิ่ง หากได้รับคำแนะนำจากคนในพื้นที่ โดยทั่วไปเขายินดีทำตาม เช่น ใส่บาตรอย่าใช้ถุงพลาสติก รณรงค์ได้ตามที่พักต่างๆ ติดโปสเตอร์ ข้อความ คู่มือเที่ยวเชียงคาน ให้เห็นทั่วเมือง สักพัก คนค้าขายและนักท่องเที่ยวที่มักง่ายก็จะแพ้ไปเอง
Comment by Pencil on July 19, 2011 at 1:44pm
Comment by khonteaw on July 15, 2011 at 8:27pm
Comment by นายกมล พรมมาวันนา on June 17, 2011 at 1:32pm
Comment by sinman1970 on April 23, 2011 at 4:50pm © 2012 Created by pitakchai.

You need to be a member of Thai Chiangkhan to add comments!
Join Thai Chiangkhan