....เมื่อมองดูเชียงคานใน ตอนนี้แล้ว ภาพที่ปรากฏต่อสายตากลับเป็นเหมือนแผลใหม่ ที่เพิ่งถูกทำร้ายมา
ด้วยกระแสการท่องเที่ยวที่พัดกระหน่ำเข้ามาอย่างรวดเร็ว
โดยไม่ทันได้ตั้งตัวรับมือกับกระแสนั้น
เป็นแผลที่เจ็บลึกเข้าไปในหัวใจของไทเชียงคานทุกคน... บางส่วนจากบทความเรื่อง แผลใหม่ ไทเชียงคาน โดย น.ส.สลิตา ไพศาลธรรม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนเชียงคาน จังหวัดเลย

เพราะเชื่อในพลังแห่งตัวอักษร กิจกรรมเล็กๆ ภายใต้ชื่อ "การอบรมเชิงปฏิบัติการ เยาวชนนักเขียน ครั้งที่ 1 สารคดีท้องถิ่น" จึงเกิดขึ้น กลางเมืองน้อยๆ นาม "เชียงคาน" จังหวัดเลย ที่กำลังตกอยู่ในกระแสการท่องเที่ยวที่เชี่ยวกราก โดยได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนเชียงคาน กลุ่มไทเชียงคานฮักเมือง คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และบรรดานักเขียนที่อาสามาเป็นวิทยากร ด้วยความหลงใหลในเสน่ห์ของเมืองงามนาม "เชียงคาน"
หลังพิธีเปิดการอบรมที่จัดขึ้น ณ โรงเรียนเชียงคาน กิตติพิชญ์ พสิษฐ์เนาวกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นประธาน
ก็มีการพบปะสร้างความคุ้นเคยระหว่างนักเขียนเยาวชนกับวิทยากร
รวมถึงทำความเข้าใจในการเขียนบทความเบื้องต้น จากนั้นก็ถึงเวลาลงพื้นที่

ภาพเด็กนักเรียนระดับชั้นมัธยม และพี่ๆ นักศึกษาจากสาขาสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เดินปะปนไปกับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเชียงคาน เป็นภาพที่ดูแปลกตา หลายคนสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้น?
"ปกติเดินอยู่ในเชียงคานจนชินแล้วครับ แต่มาวันนี้ได้มาเดินพบปะ พูดคุย สัมภาษณ์เพื่อเก็บข้อมูลไปฝึกเขียนงานเล่าเรื่องเมืองเชียงคาน ก็เป็นประสบการณ์อีกด้านหนึ่ง และมองเห็นเชียงคานบ้านตัวเองได้อย่างชัดเจนขึ้น" สุรศักดิ์ บุดดี นักเรียนชั้น ม.5/1 โรงเรียนเชียงคาน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมดีๆ ในครั้งนี้ กล่าว
สุรศักดิ์ บอกว่า ประทับใจในการอบรมครั้งนี้เพราะได้ฝึกใช้ความคิดในเชิงบูรณาการ มีการหาข้อมูล แล้วนำข้อมูลนั้นกลับมาเล่าผ่านตัวหนังสือ
"มาเดินดู หาข้อมูลแบบนี้ ก็รู้สึกว่าเชียงคานเปลี่ยน ไปเยอะเหมือนกัน ก็ชอบนะครับที่มีการพัฒนาขึ้น
ถ้าไม่มีการพัฒนาก็เปรียบเหมือนเป็นเมืองที่ตายไปแล้ว
แต่ในอีกแง่หนึ่งก็ไม่ค่อยชอบครับ เพราะดูแล้วน่าเป็นห่วงเหมือนกัน
ถ้าเปลี่ยนไปในทางที่ไม่ค่อยดี อยากให้เชียงคานพัฒนาขึ้น แต่ควรคงรูปแบบเดิมๆ ไว้ รักษาบรรยากาศดีๆ ไว้เหมือนเดิม อยากให้รักษาเชียงคานใน
ส่วนถนนริมแม่น้ำโขงไว้ ให้เป็นเขตอนุรักษ์ ไม่อยากให้มีร้านค้า ผับ บาร์
แสงสีเข้ามามากๆ ถ้าจะมีมาก็อยากให้ไปทำที่บริเวณนอกเมืองไกลๆ ครับ"
ด้าน ปราย พันแสง นักเขียนสาวชื่อดัง บรรณาธิการ และเจ้าของสำนักพิมพ์ฟรีฟอร์ม ที่อาสามาเป็นวิทยากรฝึกสอนน้องๆ เขียนหนังสือ เผยความรู้สึกว่า
"ชอบค่ะ ดีๆ เพราะปกติไม่ค่อยแน่ใจว่าการเขียนจะสอนกันได้ด้วยเหรอ โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าน่าจะเกิดจากการอ่าน แล้วฝึกเขียนโดยใช้เวลาระยะหนึ่ง
แล้วก็ไปขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้รู้ต่างๆ
แต่ครั้งนี้มีเวลาอบรมน้อยแค่สองวัน ก็โอเคนะ มีน้องๆ หลายคนเขียนได้ดี
ยิ่งเด็กบางคนมีพื้นฐาน
มีทักษะจากวิชาภาษาไทยดีอยู่แล้วก็ทำงานได้ดีมากขึ้น งานเขียนของเด็กๆ
มีเสน่ห์แบบตัวของเขาเอง แม้บางคนอาจจะสำนวนไม่ดี แต่ก็มีแนวคิดดีๆ
มานำเสนอ มีจิตสำนึกดีๆ ที่มีต่อบ้านเกิดของเขาเอง"
บรรยากาศการอบรมดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เป็นกันเอง อบอุ่น หลังจากพากันเดินเที่ยวในย่านเมืองเก่าเชียงคานเพื่อ เก็บข้อมูลและแอบทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวกันเล็กน้อยแล้ว น้องๆ เยาวชนก็นำเสนอหัวข้อที่จะเขียนกับวิทยากร และส่งผลงานในเช้าวันต่อมา
พิษณุรักษ์ ปิตาทะสังข์ อาจารย์หนุ่มไฟแรงจากสาขาวิชาสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หนึ่งในทีมวิทยากร ให้ความเห็นว่า
“ชอบกิจกรรมครั้งนี้ครับ เพราะได้ร่วมมือกับชุมชน ได้คุยกับคนท้องถิ่น โดยน้องๆ นักเรียนที่เข้าร่วมอบรม ได้นำพี่ๆ นักศึกษาไปเจาะข้อมูล
สัมภาษณ์ในเชิงลึกได้ ถ้ามีการจัดครั้งต่อไป
ก็อยากจะให้เพิ่มเวลาการจัดงานให้มากกว่านี้ครับ
เพื่อที่จะได้เพิ่มเติมเนื้อหาให้เข้มข้น ละเอียดขึ้น”
แดดยามบ่ายอาจจะร้อนแรงไปบ้าง แต่ที่ห้องโสตทัศนศึกษา โรงเรียนเชียงคาน สถานที่อบรมเยาวชนนักเขียน
กลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นแห่งบรรดาญาติน้ำหมึกตัวน้อยๆ
ที่ตั้งอกตั้งใจผลิตงานเขียนเพื่อเล่าเรื่องราวแห่งเชียงคาน
ในมุมมองของผู้คนท้องถิ่น วิทยากรต่างงัดความรู้
ความถนัดที่มีทุ่มเทให้คำแนะนำอย่างเต็มใจ
ท่ามกลางการเฝ้าดูอย่างสนใจใกล้ชิดของครูภาษาไทยของพวกเขา
สุนิสา ยายืน ครูชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนเชียงคาน ที่อยู่ให้กำลังใจเด็กนักเรียนรวมทั้งดูแลเรื่องข้าวปลาอาหารไม่ให้ขาดตกบกพร่อง บอกว่า
“พอใจในการจัดงานครั้งนี้กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ทีแรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แต่เมื่อได้อ่านผลงานที่เด็กเขียนแล้ว
รู้สึกดีมากๆ ที่จัดงานในครั้งนี้ขึ้น เพราะต้องการพัฒนาในการเขียนของเด็ก
ได้ฝึก ได้ต่อยอด ส่งเสริมให้เด็กที่พอจะมีทักษะด้านภาษาไทยอยู่แล้ว
ให้ได้มีโอกาสดีๆ เราเคยจัดฝึกอบรมเด็กเรื่องการพูด การเป็นพิธีกร
คราวนี้ก็ได้จัดเพื่อฝึกให้เด็กได้เขียนอย่างจริงจัง ก็อยากจะจัดอีก
จัดต่อไปเรื่อยๆ ครั้งหน้าอาจเป็นการอบรมเยาวชนนักเขียนด้านการเขียนบทกวี
หรือเรื่องสั้น”
อ.สุนิสา ยังเพิ่มเติมอีกว่า "เหตุผลหนึ่งที่จัดขึ้นมา เพื่อที่จะได้ปลุกให้เด็กๆ เยาวชนรุ่นใหม่
หันมาสนใจความเป็นไปในบ้านเมืองของตัวเอง สร้างความรักบ้านเกิด
อันนำไปสู่การอนุรักษ์เชียงคานไว้ให้น่าอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป"

บนเส้นทางฝันของนักเขียนน้อยเหล่านี้จะยาวไกลเพียงใด จะต้องใช้เวลาอีกนานสักแค่ไหน ไม่มีใครรู้ได้
แต่วันนี้เส้นทางดังกล่าวถูกกรุยทางไว้แล้ว
รอเพียงการก้าวเดินร่วมสายธารแห่งน้ำหมึก ด้วยสำนึกรักในงานวรรณกรรม
และด้วยความห่วงใยในบ้านเกิดเมืองนอนแห่งตน
รายงานข่าวโดย ธนภูมิ อโศกตระกูล
Comment
© 2012 Created by pitakchai.

You need to be a member of Thai Chiangkhan to add comments!
Join Thai Chiangkhan