เราเป็นนักท่องเที่ยวที่มาตกหลุมรักเชียงคานแบบไม่รู้ตัวโดยความประทับใจมันมาแบบ...ทำให้ตกใจก่อนแล้วก็ตามมาแบบประทับใจสุดๆๆ
เรื่องมีอยู่ว่า วันที่ 5 กันยาที่ผ่านมาไปเยือนเชียงคาน..ตกเย็นก็ปั่นจักรยานชมเมืองจนมาถึงสวนสุขภาพก็ถ่ายภาพกันตามประสานักท่องเที่ยว...ประมาณช่วง 5 โมงเย็นแดนร่มลมตกผู้คนมากมายว่างั้น
หลังจากนั้นก็ปั้นจักรยานกลับมาที่ ซ.19 ที่มีร้านหมูปิ้งเจ้าอร่อยแวะซื้อ 5ไม้ ข้าวเหนียว 2 พอจะเอาตังมาจ่ายเท่านั้นแหละครับ เสียงร้องดังขึ้นมาเลย "ลืมกระเป๋าตังไว้ที่สวนสุขภาพ" สิ้นเสียงเธอหันรถจักรยานกลับปั้นแบบไม่คิดชิวิตหลังจากที่บอกแม่ค้าว่าจะกลับมาเอาและแม่ค้าก็บอกรีบไปหากระเป๋าเลย ผมก็ปั่นตามแบบสุดชิวิตแต่ว่าเธอปั่นเร็วกว่ามากๆๆ
ถึงสวนสุขภาพ ผ่านไปประมาณ 45 นาทีเห็นจะได้จากที่ลืมไว้มันคงจะอยู่ละนะ สอบถามชาวบ้านแถวนั้นก็ไม่มีใครพบ เราจึงปั่นจักรยานไปดูตามที่พักเผื่อจะเจอใครร้องบอกว่ากระเป๋าคุณอยู่นี้ ในกระเป๋าก็มีเงินเรารวมกันไว้(โดยปกติผมไม่เคยฝากไว้เลย)และก็บัตรประชาชนATM เครดิตของเธอ...
กลับมาที่สวนสุขภาพอีกครั้งชาวบ้านแถวนั้นบอกไปแจ้งความโดยมีคุณลุงคุณป้าขับนำเราไปส่งถึงยังโรงพักเลย
ที่โรงพักมีคนกำลังแจ้งความอยู่เราเลยต้องรอระหว่างรอเธอก็แจ้งยกลิกบัตรได้ใบแรก และเรากันกันถึงความมีน้ำใจของคนที่นี้ทีไม่ดูดายนักท่องที่ยวเป็นห่วงเป็นใยกันแบบลูกหลานเลย เรายังพูดกันเลยว่างแม้ไม่ได้ของคืนแต่เราได้ความมีน้ำใจของคนที่นี้ที่เป็นห่วงเป็นใยเราก็ประทับใจแล้ว
ระหว่างรอเรามองไปเห็นผู้หญิงปั้นจักรยานมีเด็กหญิงซ้อนท้ายตรงมายังเราเสียงร้องามจากหญิงคนนั้นถามว่า "เป็นนักท่องเที่ยวใช่ไหม" พร้อมทั้งยิบกระเป๋าตังเจ้ากรรมขึ้นมา โอ้...ใครจะเรียกมันว่าถูกหวยหรือปาฏิหาริย์ก็แล้วแต่...แต่ผมเรียกมันว่าสังคมของคนเชียงคานโดยแท้
หลังจากดีอกดีใจได้รับของคืนก็สอบถามพบว่าหญิงคนที่ปั่นจักรยานคือคุณครู น้อยบ้านอยู่ ซ.19 ส่วนน้องคนที่ซ้อนถ้ายมาเป็นนักเรียนของคุณครูชื่อ น้องอร สุกัญญา แลเฌรกู บ้านอยู่ ซ.16 คุณครูน้อยเล่าให้ฟังว่าน้องไปเล่นที่สวนสุขภาพและเจอกระเป๋าพอเจอก็นำมาแจ้งคุณครูที่กำลังไปออกกำลังที่นั้นด้วยอาการตัวสั่น และเมื่อคุณครูสอบถามคนแถวนั้นจึงรู้ว่า เรากำลังมาแจ้งความจึงตามมาที่โรงพัก
หลังจากมอบรางวัลเล็กน้อยให้น้องเราก็ตามมาขอบคุณทุกท่านทีอยู่สวนสุขภาพทุกคนต่างยินดีกับเราหลังจากนั้นเราก็อยากไปขอบคุณครอบครัวของน้องทีเลี้ยงลูกได้ดีมากๆ
ถึงซ.16 ก็พบกับคุณตาคุณยายของน้องเรากล่าวขอบคุณและจะเอารางวัลให้น้องอีกคุณครูพูดขึ้นมาคำนึงให้เราได้คิดว่า "เงินนะให้น้องแค่นั้นพอแลวเราเป็นนักท่องเที่ยวต้องใช้และก็ไม่อยากให้น้องเขาเห็นว่าการทำความดีมันต้องได้รางวัลตอบแทนเสมอ น้ำใจมันมีค่ามากกว่าเงินอยากให้น้องเขาคิดแบบนั้น" โดนใจมากๆครับคำนี้นี่เขาเป็นครูจริงๆครับ
หลังจากขอบคุณครอบครัวน้องแล้วก็แวะไปบ้านครูน้อย ที่ร้านเฮงซิน และได้หนุนกระเป๋าเดินทางพร้อมแว่นแต่มิวายแฟนของคุณครูยังลดราคาให้อีกและคุณครูยังแนะนำร้านกาแฟอร่อยตรงข้ามร้านคุณครูซึ่งเป็นโรงหนังเก่าชื่อร้าน สุวรรณรามา แล้วเราก็ลาคุณครูกลับที่พัก
ปั่นจักรยานมาเอาหมูปิ้งที่สั่งไว้ครอบครัวนี้ พ่อขายหมวก เข็มขัด ลูกสาวขายกระเป๋าหนังทำเอง แม่ขายหมูปิ้ง ก็สอบถามเราถึงเหตุการณ์พี่เขาพูดแบบกินใจมากว่า ถ้วหาไม่เจอแล้วน้องกลับมานะพี่จะให้กินก่อนเลยแล้วก็จะถามว่ากลับไงพักไหนสุดท้ายว่าจะให้ตังค์กลับบ้านก่อนด้วย...โคตรซึ่งเลยพี่
กลับมาที่พักที่เฮือนติ่งคำก็เล่าให้คูณลุงคูณป้าฟัง ระหว่างที่คุยกันยู่น้องอรกับยายก็มาหาพร้อมด้ายผูกข้อไม้ข้อมือมาผูกข้อไม้ข้อมือแบบคนเชียงคานให้เป็นพี่ป็นน้องกันเลยได้น้องอรมาเป็นน้องสาว...
เช้ามาตื่นเช้าใส่บาตรน้องอรนึ่งข้าวเหนียวมาฝากเราด้วยเพื่อใส่บาตร อิ่มบุญกันไป หลังจากอิ่มบุญคนพื้นที่อย่างน้องอรก็พาปั่นจักรยานไปกินโจ๊กแสนอร่อยที่ตรงข้างวัดป่ากลาง หลังจากนั้นก็ไปกินกาแฟที่สุวรรณรามาแล้วแวะลาครูน้อย
สุดท้ายขอขอบคุณครูน้อยครูผู้เป็นครูจริงๆ ขอบคุณครอบครอบน้องอรที่ให้ความรักและสอนน้องได้ดีมากๆ ขอบคุณสังคมเชียงคานที่เป็นสังคมอบอุ่น ที่ช่วยให้โลกนี้น่าอยู่มากๆ
อยากให้ทุกคนได้มาสัมผัส กับมนต์เสน่ห์ที่คุณต้องตกหลุมรักเชียงคานอย่างไม่รู้ตัว..ขอบคุณที่ทำให้เราเจอกัน...เชียงคานแล้วเราจะกลับมาเยือนอีก
Comment


© 2012 Created by pitakchai.

You need to be a member of Thai Chiangkhan to add comments!
Join Thai Chiangkhan