ข้อมูลเศรษฐกิจและสังคมอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย
1. สภาพทั่วไป
1.1 ความเป็นมา
เมื่อ พ.ศ. 2452 มีพระยาศรีอรรคฮาด ( ทองดี ศรีประเสริฐ ) เป็นเจ้าเมือง เชียงคานคนสุดท้าย ได้รับตำแหน่งนายอำเภอเชียงคานคนแรก ต่อมาปี พ.ศ.2484 ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอเชียงคานจากวัดโพนชัย มาอยู่ ณ ที่อยู่ปัจจุบัน จนเป็นอำเภอเชียงคานถึงปัจจุบัน
1.2 ลักษณะทางกายภาพ
ที่ตั้งที่ว่าการอำเภอเชียงคานอยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดเลย ประมาณ 50 กิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 590 กิโลเมตร มีเนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ 940.45 ตารางกิโลเมตร
ลักษณะภูมิประเทศ สภาพทั่วไปสภาพพื้นที่ของอำเภอเชียงคาน มี 2 ลักษณะคือ มีที่ราบลุ่ม ที่ราบเชิงเขาและที่ภูเขามีที่ราบร้อยละ 60 ของพื้นที่ทั้งหมด ที่ภูเขาร้อยละ 40 ของพื้นที่ทั้งหมด
1.3 การปกครองและประชากร
การปกครอง แบ่งการปกครองออกเป็น 8 ตำบล 81 หมู่บ้าน เทศบาลตำบล 2 แห่ง ได้แก่ เทศบาลตำบลเชียงคาน และเทศบาตำบลเขาแก้ว องค์การบริหารส่วนตำบล 7 แห่ง คือ องค์การบริหารส่วนตำบลเชียงคาน ,องค์การบริหารส่วนตำบลบุฮม ,องค์การบริหารส่วนตำบลนาซ่าว ,องค์การบริหารส่วนตำบลจอมศรี ,องค์การบริหารส่วนตำบลธาตุ ,องค์การบริหารส่วนตำบลปากตม , องค์การบริหารส่วนตำบลหาดทรายขาว
ประชากร ปี 2547 รวม 58,894 คน คิดเป็นร้อยละ 9.55 ของจังหวัด มากเป็นอันดับที่ 3 ของจังหวัด และมี 15,819 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 9.54 ของจังหวัด
1.4 ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ป่าไม้ มีพื้นที่ป่าไม้ 185,555 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 31.65 ของพื้นที่อำเภอ
ป่าสงวน มีพื้นที่ 296,724 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 50.61 ของพื้นที่อำเภอ ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ตำบล บุฮม ,เขาแก้ว และตำบล ปากตม
แหล่งน้ำสำคัญ แม่น้ำโขง แม่น้ำเลย แม่น้ำเหือง ลำน้ำฮวย ลำน้ำมี และลำน้ำสวย
1.5 การคมนาคม
ทางบก มีถนนผ่านพื้นที่อำเภอคือ
มีเส้นทางติดต่อระหว่างอำเภอและจังหวัด ประกอบด้วยทางหลวงแผ่นดิน ดังนี้
ทางหลวง หมายเลข 201 อำเภอเมืองเลย - อำเภอเชียงคาน
ทางหลวงหมายเลข 211 อำเภอเชียงคาน – อำเภอปากชม
ทางหลวงหมายเลข 2108 บ้านธาตุ อำเภอเชียงคาน – อำเภอปากชม
ทางหลวงหมายเลข 2249 บ้านสงเปือย อำเภอเชียงคาน – บ้านไร่ทาม อำเภอเมืองเลย
ทางหลวงหมายเลข 2154 บ้านนาบอน – บ้านกลาง อำเภอเชียงคาน
ทางหลวงหมายเลข 2195 อำเภอเชียงคาน – อำเภอท่าลี่
ทางน้ำ มีแม่น้ำโขงใช้ติดต่อคมนาคมระหว่างอำเภอเชียงคานกับเมืองสานะคาม แขวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
1.6 สาธารณูปโภค
ไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคดำเนินการจ่ายไฟฟ้าได้ 81 หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ100 ของหมู่บ้าน มีราษฎรยื่นคำร้องขอติดตั้งไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ จำนวน 143 ราย ติดตั้งใช้งานได้แล้ว 49 ราย เหลือ 94 ราย อยู่ระหว่างดำเนินการอนุมัติจากส่วนกลาง
การประปา การประปาส่วนภูมิภาคให้บริการด้านการประปาครอบคลุมผู้ใช้ในเขตอำเภอเชียงคาน จำนวน 4,485 ราย
โทรศัพท์ มีชุมสายโทรศัพท์ 1 แห่ง ให้บริการ 1,455 คู่สาย
ไปรษณีย์ มีไปรษณีย์ จำนวน 1 แห่ง
2. สภาพเศรษฐกิจ
2.1 การประกอบอาชีพ ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา รองลงมาได้แก่เลี้ยงสัตว์และประมง
2.2 การเกษตร
พื้นที่การเกษตรรวมทั้งอำเภอ 211,142 ไร่ คิดเป็นร้อยละ - ของพื้นที่เกษตรทั้งหมดของจังหวัด เป็นพื้นที่นา 39,013 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 8.38 ของพื้นที่เกษตรทั้งอำเภอ
พืชเศรษฐกิจที่สำคัญได้แก่ข้าวเหนียว มีพื้นที่เพาะปลูก 38,833 ไร่ มันสำปะหลัง 44,478 ไร่ อ้อย - ไร่ และพื้นที่อื่น ๆ 127,651 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 60.45 ของพื้นที่เกษตรทั้งอำเภอ
การเลี้ยงปศุสัตว์ที่สำคัญ ได้แก่ โคเนื้อ และสุกร
2.3 อุตสาหกรรม
มีโรงงานอุตสาหกรรม 14 แห่ง ประเภทโรงงานที่สำคัญได้แก่ โรงงานแป้งมันสำปะหลัง
2.4 การเงิน การธนาคาร
มีสถาบันการเงิน 2 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน สาขาเชียงคาน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาเชียงคาน
2.5 รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปี ประมาณ 31,692 บาท สูงเป็นอันดับ 3 ของจังหวัด

3. สภาพสังคม
3.1 การศึกษา
มีจำนวนสถานศึกษา 45 แห่ง จำนวนห้องเรียน 442 ห้อง แบ่งเป็น ไม่มีสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา ระดับมัธยมศึกษา 4 แห่ง ระดับประถมศึกษา 41 แห่ง ที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน 29 แห่ง
มีครู จำนวน 515 คน มีนักเรียน จำนวน 2,758 คน มีอัตราครู : นักเรียน/นักศึกษาเท่ากับ
1: 5.36 และสัดส่วนของห้องเรียน : นักเรียน/นักศึกษาเท่ากับ 1 : 6.24
3.2 สาธารณสุข
สถานบริการสาธารณสุข ประกอบด้วย โรงพยาบาลรัฐขนาด 30 เตียง 1 แห่ง สถานีอนามัย 14 แห่ง คลินิก 1 แห่ง
บุคลากรทางการแพทย์ประกอบด้วยแพทย์ 4 คน ทันตแพทย์ 2 คน พยาบาล 41 คน เจ้าหน้าที่
สาธารณสุข 28 คน
สาเหตุการตายสำคัญ 3 อันดับแรก ได้แก่ (1) โรค ชรา (2) โรค เบาหวาน (3) โรคมะเร็ง
ผู้ป่วยเอดส์และติดเชื้อมีอาการปี 2547 จำนวน 87 ราย
3.3 คุณภาพชีวิต (กชช. 2 ค. และ จปฐ.)
ระดับการพัฒนาของหมู่บ้านจากข้อมูล กชช. 2 ค. ปี 2548 สภาพการพัฒนาหมู่บ้านในชนบทของอำเภอเชียงคานมีหมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 1 จำนวน - หมู่บ้าน มีหมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 2 จำนวน 13 หมู่บ้าน และเร่งรัดพัฒนาอันดับ 3 จำนวน 65 หมู่บ้าน
จำนวนครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ยมากกว่า 20,000 บาท ต่อคนต่อปี จำนวน 10,409 ครัวเรือน
คิดเป็นร้อยละ 91.96ของครัวเรือนทั้งหมด
3.4 การจดทะเบียนปัญหาสังคมและความยากจน
จำนวนประชาชนที่มาจดทะเบียนปัญหาสังคมและความยากจนทั้งสิ้น 10,359 ราย สูงเป็นอันดับ……….. ของจังหวัด โดยมีปัญหาอันดับแรกได้แก่ ที่ดินทำกิน จำนวน 7,891ราย รองลงมาได้แก่ ปัญหาหนี้สินจำนวน 6,308 ราย
4. ลักษณะเด่นของอำเภอ
4.1 เป็นเมืองที่มีธรรมชาติสวยงาม มีโบราณวัตถุ และมีความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว
4.2 มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม ได้แก่ แก่งคุดคู้ , วัดพระพุทธบาทภูควายเงิน, จุดชมวิว-ภูทอก ,จิตรกรรมฝาผนังวัดศรีคุณเมือง, โครงการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ฯ
(บ้านคกงิ้ว) , ชมทิวทัศน์ริมฝั่งโขง , ศูนย์วัฒนธรรมไทดำบ้านนาป่าหนาด, ศูนย์วัฒนธรรมผีขนน้ำ
บ้านนาซ่าว, พระพุทธนวมินทรมงคลลีลาทวินคราภิรักษ์ (พระใหญ่) วัดปากน้ำเหือง บ้านท่าดีหมี
4.3 ดินมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมต่อการปลูกพืชผลได้ทุกชนิด และที่มีแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกที่สามารถพัฒนาศักยภาพได้
4.4 เป็นเมืองที่มีศักยภาพในการอำนวยความสะดวกด้านการค้าชายแดนกับ สปป.ลาว
4.5 คนเชียงคานมีศักยภาพและสามารถพัฒนาตนเองได้ มีความแตกต่างทางความคิดน้อย และให้ความร่วมมือในการพัฒนา
5. ประเด็นปัญหาที่สำคัญของอำเภอ
5.1 ปัญหาขาดเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย
5.2 ปัญหาสภาพเส้นทางคมนาคมไม่สะดวกและมีสภาพชำรุดทรุดโทรม
5.3 ปัญหาขาดแคลนแหล่งเก็บกักน้ำเพื่อการเกษตร
5.4 ปัญหาการลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักร
5.5 ปัญหาตลิ่งริมแม่น้ำโขงถูกกัดเซาะพังทลาย
5.6 ปัญหาบุคคลต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
5.7 ปัญหาจำนวนเตียงของสถานพยาบาลไม่มีเพียงพอต่อปริมาณคนป่วย
6. แนวทางแก้ไขปัญหาของอำเภอ
6.1 เนื่องจากอำเภอเชียงคาน มีหน่วยงานรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงในพื้นที่ หลายหน่วย
งาน จึงได้กำหนดกรอบแนวคิดในการแก้ไขปัญหา ดังนี้
6.1.1. แก้ไขปัญหาเชิงบูรณาการ ผนึกกำลังทุกส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และพลังประชาชนในการแก้
ไขปัญหาและจะต้องมีเอกภาพในการแก้ไขปัญหาและกำหนดเจ้าภาพรับผิดชอบอย่างชัดเจน
6.1.2. กำหนดยุทธศาสตร์ ในการจัดการของกลุ่มเป้าหมาย ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ค้า กลุ่มผู้เสพ และกลุ่มเสี่ยง
6.1.3. วิธีดำเนินการจะต้องมีความสอดคล้องและสัมพันธ์กัน เป้าหมายจะต้องสามารถวัดผลออกมาเป็น
รูปธรรมได้อย่างชัดเจน
6.2 การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
6.2.1. การผนึกกำลังของทุกส่วนราชการในการแก้ไขปัญหาต่อไปอย่างเข้มข้น จริงจัง และต่อเนื่อง
6.2.2. การสร้างชุมชนเข้มแข็ง จะสร้างองค์กรประชาชนให้มีความเข้มแข็งมีโครงสร้าง ตัวบุคคล
และภารกิจที่ชัดเจน และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
6.2.3.สร้างแนวร่วมประชาชน เพื่อเป็นพลังแผ่นดิน สร้างหมู่บ้าน ชุมชนปลอดยาเสพติดอย่าง
ยั่งยืน จัดตั้งองค์กรพลังแผ่นดิน จำนวน 81 หมู่บ้าน 8 ชุมชน มีผู้ประสานพลังแผ่นดินทั้ง
สิ้น 45,420 คน
6.2.4 จัดตั้งด่านตรวจตามเส้นทางสำคัญและผนึกหน่วยกำลังในพื้นที่ตรวจจับผลักดันบุคคลต่าง
ด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายแล้วดำเนินคดีผลักดันกลับประเทศ
6.3 ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ทำกินและที่อยู่อาศัยแก่ราษฎร
6.4 ยกระดับโรงพยาบาลให้เป็นโรงพยาบาลทุติยภูมิขนาด 60 เตียง
6.5 บูรณาการระบบการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ
6.7 ปรับปรุงสภาพผิวการจราจรให้มีความสะดวกและปลอดภัย

การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของอำเภอเชียงคาน
จุดแข็ง
1. มีแหล่งน้ำที่สามารถพัฒนาศักยภาพได้
2.มีสภาพพื้นที่ภูมิอากาศเหมาะสมต่อการปลูกพืชผลได้ทุกชนิด
3.มีชายแดนติดต่อกับ สปป.ลาว สามารถส่งเสริมให้มีการค้าชายแดน
4.ประชาชนมีศักยภาพและสามารถพัฒนาตนเองได้ และมีความคิดเห็นร่วมกัน ตลอดจนให้ความร่วมมือในการพัฒนา
5.มีแหล่งท่องเที่ยวอาทิเช่น แก่งคุดคู้ และวัดศรีชุมเมือง เป็นต้น
6.มีสินค้าหัตกรรม และสินค้า OTOP เช่น ทอผ้า มะพร้าวแก้ว และกล้วย เป็นต้น
จุดอ่อน
1.ขาดการพัฒนาแหล่งน้ำทางธรรมชาติเพื่อนำมาใช้ประโยชน์
2.ขาดการใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรที่เหมาะสม
3.ผลผลิตทางการเกษตรไม่มีตลาดรองรับที่แน่นอน ประกอบกับมีการแปรรูปสินค้าทางการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่าน้อย ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่ไม่แน่นอน
4.การผลิตทางการเกษตรยังเป็นการผลิตทางการเกษตรแบบดั้งเดิม
5.ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรมเนื่องจากมีการบุกรุกพื้นที่ป่า
6.มีการกัดเซาะตลิ่งริมแม่น้ำโขง
โอกาส
1. รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว
2. กระแสโลกส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และมีเครือข่ายท่องเที่ยวทาง อินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นที่รู้จักนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
3. มีการค้าชายแดนกับ สปป.ลาว
4. รัฐบาลมีนโยบายในการขยายพื้นที่ปลูกยางพาราในทุกภาคของประเทศ และความต้องการยางพาราในตลาดยังมีอยู่มาก
อุปสรรค
1. เนื่องจากเป็นพื้นที่ชายแดนมีการลักลอบการขนยาเสพติด และเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
2. ขาดงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐในการยกระดับโรงพยาบาล
3. มีปัญหาทางธรรมชาติ เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วมเป็นต้น

Views: 61

Comment

You need to be a member of Thai Chiangkhan to add comments!

Join Thai Chiangkhan

Comment by Prayat Keram on April 6, 2009 at 4:28pm
ข้อมูลค่อนข้างดี น่าจะเป็นหน่วยงานราชการเก็บใช่หรือเปล่าครับ
ถ้ามีข้อมูลอีกชุดหนึ่ง ที่ "คนเชียงคาน" เก็บกันเอง แล้วมาแบ่งปัน ผมคิดว่าจะทำให้ข้อมูลมีชีวิตชีวามากกว่านี้
Comment by ว่าที่ พ.ต.ดร.ณัฏฐพล ตันมิ่ง on April 5, 2009 at 9:14am
view.php?user=chiangkan&id=183
อำเภอเชียงคาน

กลุ่มอายุ สำรวจ ทะเบียนราษฎร์
ชาย หญิง รวม ชาย หญิง รวม
ต่ำกว่า1 ปี 276 258 534 219 204 423
1-4 ปี 2,130 1,953 4,083 1,688 1,544 3,232
5-9 ปี 2,774 2,730 5,504 2,198 2,158 4,356
10-14 ปี 2,352 2,180 4,532 1,864 1,723 3,587
15-19 ปี 2,271 2,075 4,346 1,799 1,640 3,439
20-24 ปี 2,241 2,236 4,477 1,776 1,767 3,543
25-29 ปี 2,428 2,387 4,815 1,924 1,887 3,811
30-34 ปี 2,489 2,419 4,908 1,972 1,912 3,884
35-39 ปี 2,490 2,394 4,884 1,973 1,892 3,865
40-44 ปี 2,944 2,773 5,717 2,333 2,192 4,524
45-49 ปี 2,395 2,633 5,028 1,898 2,081 3,979
50-54 ปี 2,248 2,217 4,465 1,781 1,752 3,533
55-59 ปี 1,601 1,567 3,168 1,269 1,238 2,507
60-64 ปี 1,334 1,284 2,618 1,057 1,015 2,072
65-69 ปี 1,039 987 2,026 823 780 1,603
70-74 ปี 821 836 1,657 651 661 1,312
75-79 ปี 312 622 934 247 492 739
80 ปี ขึ้นไป 814 861 1,675 645 680 1,325
รวม 32,959 32,412 65,371 26,115 25,617 51,732
26117.0000 25618.0000 51734.0000
ข้อมูลการสำรวจ : จากข้อมูลเชิงพื้นที่ ณ 30 มิถุนายน 2551
ข้อมูลทะเบียนราษฎร์ : ณ 30 มิถุนายน 2551

http://www.212cafe.com/freewebboard/view.php?user=chiangkan&id=183

รวมมิตรของเชียงคาน

ที่พักแนะนำ

instagram update

© 2012   Created by pitakchai.

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service